๙. กุลสูตร
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
บาลีและคำแปล
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๒ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๔ อังคุตตรนิกาย ปัญจก-ฉักกนิบาต ๙. กุลสูตร
ยํ ภิกฺขเว สีลวนฺโต ปพฺพชิตา กุลํ อุปสงฺกมนฺติ ตตฺถ มนุสฺสา ปญฺจหิ ฐาเนหิ พหุํ ปุญฺญํ ปสวนฺติ กตเมหิ ปญฺจหิ ยสฺมึ ภิกฺขเว สมเย สีลวนฺเต ปพฺพชิเต กุลํ อุปสงฺกมนฺเต มนุสฺสานํ ทิสฺวา จิตฺตานิ ปสีทนฺติ สคฺคสํวตฺตนิกํ ภิกฺขเว ตํ กุลํ ตสฺมึ สมเย ปฏิปทํ ปฏิปนฺนํ โหติ ฯ ยสฺมึ ภิกฺขเว สมเย สีลวนฺเต ปพฺพชิเต กุลํ อุปสงฺกมนฺเต มนุสฺสา ปจฺจุฏฺเฐนฺติ อภิวาเทนฺติ อาสนํ เทนฺติ อุจฺจากุลิกสํวตฺตนิกํ ภิกฺขเว ตํ กุลํ ตสฺมึ สมเย ปฏิปทํ ปฏิปนฺนํ โหติ ฯ ยสฺมึ ภิกฺขเว สมเย สีลวนฺเต ปพฺพชิเต กุลํ อุปสงฺกมนฺเต มนุสฺสา มจฺเฉรมลํ ปฏิวิเนนฺติ มเหสกฺขสํวตฺตนิกํ ภิกฺขเว ตํ กุลํ ตสฺมึ สมเย ปฏิปทํ ปฏิปนฺนํ โหติ ฯ ยสฺมึ ภิกฺขเว สมเย สีลวนฺเต ปพฺพชิเต กุลํ อุปสงฺกมนฺเต มนุสฺสา ยถาสตฺติ ยถาพลํ สํวิภชนฺติ มหาโภคสํวตฺตนิกํ ภิกฺขเว ตํ กุลํ ตสฺมึ สมเย ปฏิปทํ ปฏิปนฺนํ โหติ ฯ ยสฺมึ ภิกฺขเว สมเย สีลวนฺเต ปพฺพชิเต กุลํ อุปสงฺกมนฺเต มนุสฺสา ปริปุจฺฉนฺติ ปริปญฺหนฺติ ธมฺมํ สุณนฺติ มหาปญฺญาสํวตฺตนิกํ ภิกฺขเว ตํ กุลํ ตสฺมึ สมเย ปฏิปทํ ปฏิปนฺนํ โหติ ฯ ยสฺมึ ภิกฺขเว สมเย สีลวนฺโต ปพฺพชิตา กุลํ อุปสงฺกมนฺติ ตตฺถ มนุสฺสา อิเมหิ ปญฺจหิ ฐาเนหิ พหุํ ปุญฺญํ ปสวนฺตีติ ฯ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย บรรพชิตผู้มีศีลทั้งหลาย ย่อมเข้าไปหาสกุลใดพวกมนุษย์ในสกุลนั้นย่อมประสบบุญเป็นอันมาก โดยฐานะ ๕ ประการ ฐานะ ๕ประการเป็นไฉน คือ สมัยใด เมื่อบรรพชิตผู้มีศีลเข้าไปหาสกุล จิตของพวกมนุษย์ย่อมเลื่อมใสเพราะเห็นท่าน สมัยนั้น สกุลนั้นชื่อว่าปฏิบัติปฏิปทาที่ยังสัตว์ให้เป็นไปพร้อมเพื่อสวรรค์ สมัยใด เมื่อบรรพชิตผู้มีศีลเข้าไปหาสกุล พวกมนุษย์ย่อมลุกรับ (ต้อนรับ) กราบไหว้ ให้อาสนะ (ที่นั่ง) สมัยนั้น สกุลนั้นชื่อว่าปฏิบัติปฏิปทาที่ยังสัตว์ให้เป็นไปพร้อมเพื่อเกิดในสกุลสูง สมัยใด เมื่อบรรพชิตผู้มีศีลเข้าไปหาสกุล พวกมนุษย์ย่อมกำจัดมลทินคือความตระหนี่ สมัยนั้นสกุลนั้นชื่อว่าปฏิบัติปฏิปทาที่ยังสัตว์ให้เป็นไปพร้อมเพื่อความเป็นผู้มีศักดิ์ใหญ่(เกียรติยศสูง) สมัยใด เมื่อบรรพชิตผู้มีศีลเข้าไปหาสกุล พวกมนุษย์ย่อมจัดของถวายตามสติกำลัง สมัยนั้น สกุลนั้นชื่อว่า ปฏิบัติปฏิปทาที่ยังสัตว์ให้เป็นไปพร้อมเพื่อความเป็นผู้มีโภคทรัพย์มาก สมัยใด เมื่อบรรพชิตผู้มีศีลเข้าไปหาสกุลพวกมนุษย์ย่อมไต่ถาม สอบสวน ย่อมฟังธรรม สมัยนั้น สกุลนั้นชื่อว่าปฏิบัติปฏิปทาที่ยังสัตว์ให้เป็นไปพร้อมเพื่อความเป็นผู้มีปัญญามาก ดูกรภิกษุทั้งหลาย สมัยใด บรรพชิตผู้มีศีลเข้าไปหาสกุล พวกมนุษย์ในสกุลนั้นย่อมประสบบุญเป็นอันมาก โดยฐานะ ๕ ประการนี้ ฯ จบสูตรที่ ๙
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องตรงกันทั้งสองฉบับ
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย ปัญจกนิบาต [๔. จตุตถปัณณาสก์] ๕. พราหมณวรรค ๙. กุลสูตร ๙. กุลสูตร ว่าด้วยเหตุให้ตระกูลประสพบุญ
ภิกษุทั้งหลาย บรรพชิตผู้มีศีลทั้งหลาย เข้าไปยังตระกูลใด พวก มนุษย์ในตระกูลนั้นย่อมประสพบุญเป็นอันมากโดยฐานะ ๕ ประการ ฐานะ ๕ ประการ อะไรบ้าง คือ ๑. สมัยใด เมื่อบรรพชิตผู้มีศีลเข้าไปยังตระกูล พวกมนุษย์เห็นแล้วมี จิตเลื่อมใส สมัยนั้น ตระกูลนั้นชื่อว่าปฏิบัติปฏิปทาที่ยังสัตว์ให้เป็น ไปเพื่อเกิดในสวรรค์ ๒. สมัยใด เมื่อบรรพชิตผู้มีศีลเข้าไปยังตระกูล พวกมนุษย์ลุกรับ อภิวาท ถวายอาสนะ สมัยนั้น ตระกูลนั้นชื่อว่าปฏิบัติปฏิปทา ที่ยังสัตว์ให้เป็นไปเพื่อเกิดในตระกูลสูง ๓. สมัยใด เมื่อบรรพชิตผู้มีศีลเข้าไปยังตระกูล พวกมนุษย์กำจัดมลทิน คือความตระหนี่ได้ สมัยนั้น ตระกูลนั้นชื่อว่าปฏิบัติปฏิปทาที่ยังสัตว์ ให้เป็นไปเพื่อความเป็นผู้มีศักดิ์ใหญ่ ๔. สมัยใด เมื่อบรรพชิตผู้มีศีลเข้าไปยังตระกูล พวกมนุษย์จัดของถวายตามความสามารถ ตามกำลัง สมัยนั้น ตระกูลนั้นชื่อว่าปฏิบัติ ปฏิปทาที่ยังสัตว์ให้เป็นไปเพื่อความเป็นผู้มีโภคทรัพย์มาก ๕. สมัยใด เมื่อบรรพชิตผู้มีศีลเข้าไปยังตระกูล พวกมนุษย์ไต่ถาม สอบถามฟังธรรม สมัยนั้น ตระกูลนั้นชื่อว่าปฏิบัติปฏิปทาที่ยังสัตว์ ให้เป็นไปเพื่อความเป็นผู้มีปัญญามาก ภิกษุทั้งหลาย บรรพชิตผู้มีศีลเข้าไปยังตระกูลใด พวกมนุษย์ในตระกูลนั้นย่อมประสพบุญเป็นอันมากโดยฐานะ ๕ ประการนี้แล กุลสูตรที่ ๙ จบ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๒ หน้า : ๓๓๙}
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
สูตรที่ ๘-๙ เนื้อความง่ายทั้งนั้น. อรรถกถาที่มีมาก่อนหน้านี้ :- อรรถกถา อังคุตตรนิกาย ปัญจกนิบาต จตุตถปัณณาสก์ พราหมณวรรคที่ ๕ ๗. วัสสสูตร