๓๓. อรณวิหารญาณนิทเทส
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ · อ้างว่าได้รับอนุญาต แต่ยังไม่มีเอกสาร
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๓๓. อรณวิหารญาณนิทเทส แสดงอรณวิหารญาณ
ทัสสนาธิปไตย วิหาราธิคมที่สงบ และปณีตาธิมุตตตาปัญญา ชื่อว่า อรณวิหารญาณ เป็นอย่างไร คือ คำว่า ทัสสนาธิปไตย อธิบายว่า อนิจจานุปัสสนาชื่อว่าทัสสนาธิปไตยทุกขานุปัสสนาชื่อว่าทัสสนาธิปไตย อนัตตานุปัสสนาชื่อว่าทัสสนาธิปไตย อนิจจานุปัสสนาในรูปชื่อว่าทัสสนาธิปไตย ทุกขานุปัสสนาในรูปชื่อว่าทัสสนาธิปไตย
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๑ หน้า : ๑๓๙}
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค [๑. มหาวรรค] ๑. ญาณกถา ๓๓. อรณวิหารญาณนิทเทส อนัตตานุปัสสนาในรูปชื่อว่าทัสสนาธิปไตย อนิจจานุปัสสนาในเวทนา ฯลฯ ในสัญญาฯลฯ ในสังขาร ฯลฯ ในวิญญาณ ฯลฯ ในจักขุ ฯลฯ อนิจจานุปัสสนาในชราและมรณะชื่อว่าทัสสนาธิปไตย ทุกขานุปัสสนาในชราและมรณะชื่อว่าทัสสนาธิปไตยอนัตตานุปัสสนาในชราและมรณะชื่อว่าทัสสนาธิปไตย คำว่า วิหาราธิคมที่สงบ อธิบายว่า สุญญตวิหารชื่อว่าวิหาราธิคมที่สงบ อนิมิตตวิหารชื่อว่าวิหาราธิคมที่สงบ อัปปณิหิตวิหารชื่อว่าวิหาราธิคมที่สงบ คำว่า ปณีตาธิมุตตตา อธิบายว่า ความที่จิตน้อมไปในธรรมที่ว่าง ชื่อว่า ปณีตาธิมุตตตา ความที่จิตน้อมไปในธรรมที่ไม่มีนิมิตชื่อว่าปณีตาธิมุตตตา ความที่จิตน้อมไปในธรรมที่ไม่มีปณิหิตะ(ที่ตั้ง) ชื่อว่าปณีตาธิมุตตตา คำว่า อรณวิหาร อธิบายว่า ปฐมฌานชื่อว่าอรณวิหาร ทุติยฌานชื่อว่าอรณ-วิหาร ตติยฌานชื่อว่าอรณวิหาร จตุตถฌานชื่อว่าอรณวิหาร อากาสานัญจายตนสมาบัติฯลฯ เนวสัญญานาสัญญายตนสมาบัติชื่อว่าอรณวิหาร คำว่า อรณวิหาร อธิบายว่า ชื่อว่าอรณวิหาร เพราะมีความหมายว่าอย่างไร คือ ชื่อว่าอรณวิหาร เพราะกำจัดนิวรณ์ได้ด้วยปฐมฌาน ชื่อว่าอรณวิหาร เพราะกำจัดวิตกวิจารได้ด้วยทุติยฌาน ชื่อว่าอรณวิหาร เพราะกำจัดปีติได้ด้วยตติยฌาน ชื่อว่าอรณวิหาร เพราะกำจัดสุขและทุกข์ได้ด้วยจตุตถฌาน ชื่อว่าอรณวิหาร เพราะกำจัดรูปสัญญา ปฏิฆสัญญา นานัตตสัญญาได้ด้วยอากาสานัญ-จายตนสมาบัติ ชื่อว่าอรณวิหาร เพราะกำจัดอากาสานัญจายตนสัญญาได้ด้วยวิญญาณัญจายตนสมาบัติ ชื่อว่าอรณวิหาร เพราะกำจัดวิญญาณัญจายตนสัญญาได้ด้วยอากิญจัญญายตนสมาบัติ ชื่อว่าอรณวิหาร เพราะกำจัดอากิญจัญญายตน-สัญญาได้ด้วยเนวสัญญานาสัญญายตนสมาบัติ นี้ชื่อว่าอรณวิหาร ชื่อว่าญาณ เพราะมีสภาวะรู้ธรรมนั้น ชื่อว่าปัญญา เพราะมีสภาวะรู้ชัด เพราะเหตุนั้น ท่านจึงกล่าวว่า ทัสสนาธิปไตย วิหาราธิคมที่สงบ และปณีตาธิ-มุตตตาปัญญา ชื่อว่าอรณวิหารญาณ อรณวิหารญาณนิทเทสที่ ๓๓ จบ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๑ หน้า : ๑๔๐}
ฉบับหลวง
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องตรงกันทั้งสองฉบับ
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๓๑ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๒๓ ขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค
กถํ ทสฺสนาธิปเตยฺยํ สนฺโต จ วิหาราธิคโม ปณีตาธิมุตฺตตา ปญฺญา อรณวิหาเร ญาณํ ฯ ทสฺสนาธิปเตยฺยนฺติ อนิจฺจานุปสฺสนา ทสฺสนาธิปเตยฺยํ ทุกฺขานุปสฺสนา ทสฺสนาธิปเตยฺยํ อนตฺตานุปสฺสนา ทสฺสนาธิปเตยฺยํ รูเป อนิจฺจานุปสฺสนา ทสฺสนาธิปเตยฺยํ รูเป ทุกฺขานุปสฺสนา ทสฺสนาธิปเตยฺยํ รูเป อนตฺตานุปสฺสนา ทสฺสนาธิปเตยฺยํ เวทนาย ฯเปฯ สญฺญาย สงฺขาเรสุ วิญฺญาเณ จกฺขุสฺมึ ฯเปฯ ชรามรเณ อนิจฺจานุปสฺสนา ทสฺสนาธิปเตยฺยํ ชรามรเณ ทุกฺขานุปสฺสนา ทสฺสนาธิปเตยฺยํ ชรามรเณ อนตฺตานุปสฺสนา ทสฺสนาธิปเตยฺยํ ฯ
ทัสนาธิปไตย วิหาราธิคมอันสงบ และปัญญาในความที่จิตเป็นธรรมชาติน้อมไปในผลสมาบัติอันประณีต เป็นอรณวิหารญาณอย่างไร ฯ คำว่า ทสสนาธิปเตยฺยํ ความว่า อนิจจานุปัสนา ทุกขานุปัสนาอนัตตานุปัสนา การพิจารณาเห็นความไม่เที่ยง การพิจารณาเห็นความทุกข์การพิจารณาเห็นความเป็นอนัตตา ในรูป ในเวทนา ในสัญญา ในสังขาร ในวิญญาณ ในจักษุ ฯลฯ ในชราและมรณะ เป็นทัสนาธิปไตยแต่ละอย่างๆ ฯ
สนฺโต จ วิหาราธิคโมติ สุญฺญโต วิหาโร สนฺโต วิหาราธิคโม อนิมิตฺโต วิหาโร สนฺโต วิหาราธิคโม อปฺปณิหิโต วิหาโร สนฺโต วิหาราธิคโม ฯ {๒๑๖.๑} ปณีตาธิมุตฺตตาติ สุญฺญเต อธิมุตฺตตา ปณีตาธิมุตฺตตา อนิมิตฺเต อธิมุตฺตตา ปณีตาธิมุตฺตตา อปฺปณิหิเต อธิมุตฺตตา ปณีตาธิมุตฺตตา ฯ {๒๑๖.๒} อรณวิหาโรติ ปฐมชฺฌานํ อรณวิหาโร ทุติยชฺฌานํ อรณวิหาโร ตติยชฺฌานํ อรณวิหาโร จตุตฺถชฺฌานํ อรณวิหาโร อากาสานญฺจายตนสมาปตฺติ อรณวิหาโร ฯเปฯ เนวสญฺญานาสญฺญายตนสมาปตฺติ อรณวิหาโร {๒๑๖.๓} อรณวิหาโรติ เกนตฺเถน อรณวิหาโร ฯ ปฐมชฺฌาเนน นีวรเณ หรตีติ อรณวิหาโร ทุติยชฺฌาเนน วิตกฺกวิจาเร หรตีติ อรณวิหาโร ตติยชฺฌาเนน ปีตึ หรตีติ อรณวิหาโร จตุตฺถชฺฌาเนน สุขทุกฺเข หรตีติ อรณวิหาโร อากาสานญฺจายตนสมาปตฺติยา รูปสญฺญํ ปฏิฆสญฺญํ นานตฺตสญฺญํ หรตีติ อรณวิหาโร วิญฺญาณญฺจายตนสมาปตฺติยา อากาสานญฺจายตนสญฺญํ หรตีติ อรณวิหาโร อากิญฺจญฺญายตนสมาปตฺติยา วิญฺญาณญฺจายตนสญฺญํ หรตีติ อรณวิหาโร เนวสญฺญานาสญฺญายตนสมาปตฺติยา อากิญฺจญฺญายตนสญฺญํ หรตีติ อรณวิหาโร อยํ อรณวิหาโร ตํ ญาตฏฺเฐน ญาณํ ปชานนฏฺเฐน ปญฺญา เตน วุจฺจติ ทสฺสนาธิปเตยฺยํ สนฺโต จ วิหาราธิคโม ปณีตาธิมุตฺตตา ปญฺญา อรณวิหาเร ญาณํ ฯ ---------
คำว่า สนฺโต จ วิหาราธิคโม ความว่า สุญญตวิหาร อนิมิตตวิหาร อัปปณิหิตวิหาร เป็นวิหาราธิคมอันสงบแต่ละอย่างๆ ฯ คำว่า ปณีตาธิมุตฺตตา ความที่จิตเป็นธรรมชาติน้อมไปในธรรมอันว่างเปล่า ความที่จิตเป็นธรรมชาติน้อมไปในธรรมอันไม่มีนิมิต ความที่จิตเป็นธรรมชาติน้อมไปในธรรมอันไม่มีที่ตั้ง เป็นความที่จิตเป็นธรรมชาติน้อมไปในผลสมาบัติอันประณีตแต่ละอย่างๆ ฯ คำว่า อรณวิหาโร ความว่า ปฐมฌาน ทุติยฌาน ตติยฌาน จตุตถฌานอากาสานัญจายตนสมาบัติ ฯลฯ เนวสัญญานาสัญญายตนสมาบัติ เป็นอรณ-*วิหารแต่ละอย่างๆ ฯ คำว่า อรณวิหาโร ความว่า ชื่อว่าอรณวิหาร เพราะอรรถว่ากระไรชื่อว่าอรณวิหาร เพราะอรรถว่า นำเสียซึ่งนิวรณ์ด้วยปฐมฌาน นำเสียซึ่งวิตก-*วิจารด้วยทุติยฌาน นำเสียซึ่งปีติด้วยตติยฌาน นำเสียซึ่งสุขและทุกข์ด้วยจตุตถฌาน นำเสียซึ่งรูปสัญญา ปฏิฆสัญญา นานัตตสัญญา ด้วยอากาสานัญ-*จายตนสมาบัติ นำเสียซึ่งอากาสานัญจายตนสัญญา ด้วยวิญญาณัญจายตนสมาบัตินำเสียซึ่งวิญญาณัญจายตนสัญญา ด้วยอากิญจัญญายตนสมาบัติ นำเสียซึ่งอากิญจัญญายตนสัญญา ด้วยเนวสัญญานาสัญญายตนสมาบัติ นี้ชื่อว่าอรณวิหาร ฯ ชื่อว่าญาณ เพราะอรรถว่ารู้ธรรมนั้น ชื่อว่าปัญญา เพราะอรรถว่ารู้ชัดเพราะเหตุนั้นท่านจึงกล่าวว่า ทัสนาธิปไตย วิหาราธิคมอันสงบ และปัญญาในความที่จิตเป็นธรรมชาติน้อมไปในผลสมาบัติอันประณีต เป็นอรณวิหารญาณ ฯ