อ่านตัวบท · ไม่ตีความ

คลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

ฉบับฉบับหลวงจับคู่ตามตำแหน่ง · เล่มนี้ทั้งสองฉบับแบ่งเรื่องเท่ากัน จึงเทียบตามลำดับได้ · ชื่อเรื่องไม่ตรงกัน จึงยังไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเรื่องเดียวกันแสดง
ฉบับมหาจุฬาฯ · ทั้งหมด · ตำแหน่งที่กำลังอ่าน ข้อ ๑๑๗

๗๑. มหากรุณาญาณนิทเทส

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ

ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๑๑๗–๑๑๘พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ 1 ข้อ / พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง 1 ข้อ / พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ 2 ข้อ3 ฉบับเทียบฉบับได้ข้อต่อข้อ

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ · อ้างว่าได้รับอนุญาต แต่ยังไม่มีเอกสาร


ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

๗๑. มหากรุณาญาณนิทเทส แสดงญาณในมหากรุณาสมาบัติ

ข้อ ๑๑๗

ญาณในมหากรุณาสมาบัติของพระตถาคต เป็นอย่างไร คือ พระผู้มีพระภาคทั้งหลายตรัสรู้แล้ว ทรงพิจารณาเห็นด้วยอาการเป็นอันมาก จึงทรงแผ่พระมหากรุณาไปในหมู่สัตว์ คือ พระผู้มีพระภาคทั้งหลายตรัสรู้แล้ว ทรงพิจารณาเห็นว่า “โลกสันนิวาสอันไฟลุกโชนแล้ว” จึงทรงแผ่พระมหากรุณาไปในหมู่สัตว์ พระผู้มีพระภาคทั้งหลายตรัสรู้แล้ว ทรงพิจารณาเห็นว่า “โลกสันนิวาสยกพลแล้ว” ฯลฯ “โลกสันนิวาสเคลื่อนพลแล้ว” ฯลฯ “โลกสันนิวาสเดินทางผิดแล้ว” ฯลฯ “โลกถูกชรานำไปแล้ว ไม่ยั่งยืน” ฯลฯ “โลกไม่มีที่ต้านทาน ไม่เป็นใหญ่” ฯลฯ “โลกไม่มีอะไรเป็นของตน จำต้องละทิ้งสิ่งทั้งปวงไป” ฯลฯ “โลกพร่อง ไม่รู้จักอิ่ม เป็นทาสแห่งตัณหา” ฯลฯ “โลกสันนิวาสไม่มีที่ต้านทาน” ฯลฯ “โลกสันนิวาสไม่มีที่เร้น” ฯลฯ “โลกสันนิวาสไม่มีที่พึ่ง” ฯลฯ “โลกสันนิวาสไม่เป็นที่พึ่งของใคร” ฯลฯ “โลกฟุ้งซ่าน ไม่สงบ” ฯลฯ “โลกสันนิวาสถูกลูกศรเป็นอันมากเสียบแทงแล้วใครอื่นนอกจากเราผู้จะช่วยถอนลูกศรทั้งหลายของโลกสันนิวาสนั้นได้เป็นไม่มี”ฯลฯ “โลกสันนิวาสมีความมืดคืออวิชชาปิดกั้นไว้ ถูกขังไว้ในกรงกิเลส ใครอื่นนอกจากเราผู้จะแสดงธรรมให้แสงสว่างแก่โลกสันนิวาสนั้นได้เป็นไม่มี” ฯลฯ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๑ หน้า : ๑๗๙}

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค [๑. มหาวรรค] ๑. ญาณกถา ๗๑. มหากรุณาญาณนิทเทส “โลกสันนิวาสตกอยู่ในอำนาจของอวิชชา มืดมน อันอวิชชาหุ้มห่อไว้ ยุ่งดุจเส้นด้ายพันกันเป็นกลุ่มก้อน นุงนังดุจหญ้าปล้อง หญ้ามุงกระต่าย ไม่ล่วงพ้นสงสารคืออบาย ทุคติ และวินิบาต” ฯลฯ “โลกสันนิวาสถูกยาพิษที่มีโทษคืออวิชชาฉาบทาหนาแน่นแล้ว มีกิเลสเป็นโทษ” ฯลฯ “โลกสันนิวาสรกชัฏด้วยราคะ โทสะ และโมหะใครอื่นนอกจากเราผู้จะช่วยสางรกชัฏแก่โลกสันนิวาสนั้นได้เป็นไม่มี” ฯลฯ “โลกสันนิวาสถูกกองตัณหาสุมไว้” ฯลฯ “โลกสันนิวาสถูกข่ายตัณหาครอบไว้”ฯลฯ “โลกสันนิวาสถูกกระแสตัณหาพัดไป” ฯลฯ “โลกสันนิวาสถูกตัณหาเครื่องข้องคล้องไว้” ฯลฯ “โลกสันนิวาสซ่านไปเพราะตัณหานุสัย” ฯลฯ “โลกสันนิวาสเดือดร้อนด้วยความเดือดร้อนเพราะตัณหา” ฯลฯ “โลกสันนิวาสเร่าร้อนด้วยความเร่าร้อนเพราะตัณหา” ฯลฯ “โลกสันนิวาสถูกกองทิฏฐิสุมไว้” ฯลฯ “โลกสันนิวาสถูกข่ายคือทิฏฐิครอบไว้”ฯลฯ “โลกสันนิวาสถูกกระแสทิฏฐิพัดไป” ฯลฯ “โลกสันนิวาสถูกทิฏฐิเป็นเครื่องข้องคล้องไว้” ฯลฯ “โลกสันนิวาสซ่านไปเพราะทิฏฐานุสัย” ฯลฯ “โลกสันนิวาสเดือดร้อนด้วยความเดือดร้อนเพราะทิฏฐิ” ฯลฯ “โลกสันนิวาสเร่าร้อนด้วยความเร่าร้อนเพราะทิฏฐิ” ฯลฯ “โลกสันนิวาสถูกชาติติดตาม” ฯลฯ “โลกสันนิวาสถูกชราตามติด” ฯลฯ “โลกสันนิวาสถูกพยาธิครอบงำ” ฯลฯ “โลกสันนิวาสถูกมรณะห้ำหั่น” ฯลฯ “โลกสันนิวาสตกอยู่ในกองทุกข์” ฯลฯ “โลกสันนิวาสถูกตัณหาดักไว้” ฯลฯ “โลกสันนิวาสถูกกำแพงคือชราล้อมไว้” ฯลฯ “โลกสันนิวาสถูกบ่วงมัจจุคล้องไว้” ฯลฯ “โลกสันนิวาสถูกผูกไว้ด้วยเครื่องผูกเป็นอันมาก ได้แก่ เครื่องผูกคือราคะ โทสะ โมหะ มานะ ทิฏฐิ กิเลส ทุจริตใครอื่นนอกจากเราผู้จะช่วยแก้เครื่องผูกให้แก่โลกสันนิวาสนั้นได้เป็นไม่มี” ฯลฯ “โลกสันนิวาสไปในทางที่แคบมาก ใครอื่นนอกจากเราผู้จะช่วยชี้ทางสว่างให้แก่โลกสันนิวาสนั้นได้เป็นไม่มี” ฯลฯ “โลกสันนิวาสถูกความกังวลเป็นอันมากพัวพันไว้ใครอื่นนอกจากเราผู้จะช่วยตัดความกังวลให้แก่โลกสันนิวาสนั้นได้เป็นไม่มี” ฯลฯ “โลกสันนิวาสตกลงไปในเหวใหญ่ ใครอื่นนอกจากเราผู้จะช่วยฉุดโลกสันนิวาสนั้นให้

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๑ หน้า : ๑๘๐}

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค [๑. มหาวรรค] ๑. ญาณกถา ๗๑. มหากรุณาญาณนิทเทส พ้นจากเหวได้เป็นไม่มี” ฯลฯ “โลกสันนิวาสเดินทางกันดารมาก ใครอื่นนอกจากเราผู้จะช่วยให้โลกสันนิวาสนั้นข้ามพ้นทางกันดารได้เป็นไม่มี” ฯลฯ “โลกสันนิวาสเดินไปในสังสารวัฏใหญ่ ใครอื่นนอกจากเราผู้จะช่วยให้โลกสันนิวาสนั้นพ้นจากสังสารวัฏได้เป็นไม่มี” ฯลฯ “โลกสันนิวาสกลิ้งเกลือกอยู่ในหล่มใหญ่ ใครอื่นนอกจากเราผู้จะช่วยฉุดโลกสันนิวาสนั้นให้พ้นจากหล่มได้เป็นไม่มี” ฯลฯ “โลกสันนิวาสติดอยู่ในเปือกตมอันกว้างใหญ่ ใครอื่นนอกจากเราผู้จะช่วยฉุดโลกสันนิวาสนั้นให้พ้นจากเปือกตมได้เป็นไม่มี” ฯลฯ “โลกสันนิวาสถูกไฟคือราคะ โทสะ โมหะ ชาติ ชรา มรณะ โสกะ ปริเทวะทุกข์ โทมนัส อุปายาสกระทบแล้ว ใครอื่นนอกจากเราผู้จะช่วยดับไฟเหล่านั้นให้แก่โลกสันนิวาสได้เป็นไม่มี” ฯลฯ “โลกสันนิวาสทุรนทุราย เดือดร้อนเป็นนิตย์ ไม่มีอะไรต้านทาน ต้องรับอาชญา ต้องทำตามอาชญา” ฯลฯ “โลกสันนิวาสถูกผูกด้วยเครื่องผูกในวัฏฏะ ปรากฏอยู่ในตะแลงแกง ใครอื่นนอกจากเราผู้จะช่วยแก้เครื่องผูกให้แก่โลกสันนิวาสนั้นให้หลุดพ้นได้เป็นไม่มี” ฯลฯ “โลกสันนิวาสไม่มีที่พึ่ง ควรได้รับความกรุณาอย่างยิ่ง ใครอื่นนอกจากเราผู้จะช่วยต้านทานให้แก่โลกสันนิวาสนั้นได้เป็นไม่มี” ฯลฯ “โลกสันนิวาสถูกทุกข์เสียบแทงบีบคั้นมานาน” ฯลฯ “โลกสันนิวาสติดใจกระหายเป็นนิตย์” ฯลฯ “โลกสันนิวาสเป็นโลกบอด ไม่มีจักษุ” ฯลฯ “โลกสันนิวาสมีจักษุเสื่อมไปไม่มีผู้นำ” ฯลฯ “โลกสันนิวาสแล่นไปสู่ทางผิด หลงทางแล้ว ใครอื่นนอกจากเราผู้จะช่วยนำพาโลกสันนิวาสนั้นมาสู่ทางอริยะนั้นได้เป็นไม่มี” ฯลฯ “โลกสันนิวาสแล่นไปสู่ห้วงโมหะ ใครอื่นนอกจากเราผู้จะช่วยฉุดโลกสันนิวาสนั้นให้พ้นจากห้วงโมหะนั้นได้เป็นไม่มี” ฯลฯ

ข้อ ๑๑๘

“โลกสันนิวาสถูกทิฏฐิ ๒ อย่างกลุ้มรุม” ฯลฯ “โลกสันนิวาส ปฏิบัติผิดด้วยทุจริต ๓” ฯลฯ “โลกสันนิวาสเต็มไปด้วยกิเลสเครื่องประกอบ๔ อย่าง ถูกกิเลสเครื่องประกอบ ๔ อย่างประกอบไว้” ฯลฯ “โลกสันนิวาสถูกกิเลสเครื่องร้อยรัด ๔ อย่างร้อยไว้” ฯลฯ “โลกสันนิวาสถือมั่นด้วยอุปาทาน ๔” ฯลฯ “โลกสันนิวาสขึ้นสู่คติ ๕” ฯลฯ “โลกสันนิวาสกำหนัดอยู่ด้วยกามคุณ ๕” ฯลฯ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๑ หน้า : ๑๘๑}

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค [๑. มหาวรรค] ๑. ญาณกถา ๗๑. มหากรุณาญาณนิทเทส “โลกสันนิวาสถูกนิวรณ์ ๕ ทับไว้” ฯลฯ “โลกสันนิวาสวิวาทกันอยู่ด้วยมูลเหตุแห่งการวิวาท ๖ อย่าง” ฯลฯ “โลกสันนิวาสกำหนัดอยู่ด้วยกองตัณหา ๖” ฯลฯ “โลกสันนิวาสถูกทิฏฐิ ๖ อย่างกลุ้มรุมแล้ว” ฯลฯ “โลกสันนิวาสซ่านไปเพราะอนุสัย ๗” ฯลฯ “โลกสันนิวาสถูกสังโยชน์ ๗ คล้องไว้” ฯลฯ “โลกสันนิวาสฟูขึ้นเพราะมานะ ๗” ฯลฯ “โลกสันนิวาสเวียนอยู่เพราะโลกธรรม ๘” ฯลฯ “โลกสันนิวาสดิ่งลงเพราะมิจฉัตตะ ๘” ฯลฯ “โลกสันนิวาสประทุษร้ายกันเพราะบุรุษโทษ ๘” ฯลฯ “โลก-สันนิวาสมุ่งร้ายกันเพราะอาฆาตวัตถุ ๙” ฯลฯ “โลกสันนิวาสพองขึ้นเพราะมานะ ๙”ฯลฯ “โลกสันนิวาสกำหนัดอยู่เพราะธรรมอันมีตัณหาเป็นมูล ๙” ฯลฯ “โลก-สันนิวาสย่อมเศร้าหมองเพราะกิเลสวัตถุ ๑๐” ฯลฯ “โลกสันนิวาสมุ่งร้ายกันเพราะอาฆาตวัตถุ ๑๐” ฯลฯ “โลกสันนิวาสประกอบด้วยอกุศลกรรมบถ ๑๐” ฯลฯ “โลกสันนิวาสถูกสังโยชน์ ๑๐ คล้องไว้” ฯลฯ “โลกสันนิวาสดิ่งลงเพราะมิจฉัตตะ๑๐” ฯลฯ “โลกสันนิวาสเพียบพร้อมด้วยมิจฉาทิฏฐิ ๑๐” ฯลฯ “โลกสันนิวาสเพียบพร้อมด้วยสักกายทิฏฐิอันมีวัตถุ ๑๐” ฯลฯ “โลกสันนิวาสเนิ่นช้าเพราะตัณหา ๑๐๘ ทำให้เนิ่นช้า” ฯลฯ พระผู้มีพระภาคทั้งหลายตรัสรู้แล้ว ทรงพิจารณาเห็นว่า “โลกสันนิวาสถูกทิฏฐิ ๖๒ กลุ้มรุม” จึงทรงแผ่พระมหากรุณาไปในหมู่สัตว์ พระผู้มีพระภาคทั้งหลายตรัสรู้แล้ว ทรงพิจารณาเห็นว่า “ส่วนเราเป็นผู้ข้ามได้แล้ว แต่สัตว์โลกยังข้ามไม่ได้ เราเป็นผู้พ้นแล้ว แต่สัตว์โลกยังไม่พ้น เราเป็นผู้ฝึกแล้ว แต่สัตว์โลกยังไม่ได้ฝึก เราเป็นผู้สงบแล้ว แต่สัตว์โลกยังไม่สงบ เราเป็นผู้เบาใจแล้ว แต่สัตว์โลกยังไม่เบาใจ เราเป็นผู้ดับรอบแล้ว แต่สัตว์โลกยังไม่ดับรอบเราเป็นผู้ข้ามได้แล้วจะให้สัตว์โลกข้ามได้ด้วย เราเป็นผู้พ้นแล้วจะให้สัตว์โลกพ้นได้ด้วยเราฝึกได้แล้ว จะฝึกสัตว์โลกได้ด้วย เราเป็นผู้สงบแล้วจะให้สัตว์โลกสงบได้ด้วย เราเป็นผู้เบาใจแล้วจะให้สัตว์โลกเบาใจได้ด้วย เราเป็นผู้ดับสนิทแล้วจะให้สัตว์โลกดับสนิทได้ด้วย” จึงทรงแผ่พระมหากรุณาไปในหมู่สัตว์ นี้เป็นญาณในมหากรุณาสมาบัติของพระตถาคต มหากรุณาญาณนิทเทสที่ ๗๑ จบ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๑ หน้า : ๑๘๒}

ฉบับหลวง

ชั้นตัวบทพุทธพจน์

หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · จับคู่ตามตำแหน่ง · เล่มนี้ทั้งสองฉบับแบ่งเรื่องเท่ากัน จึงเทียบตามลำดับได้ · ชื่อเรื่องไม่ตรงกัน จึงยังไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเรื่องเดียวกัน

เปิดหน้าของฉบับนี้

ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

พระไตรปิฎก เล่มที่ ๓๑ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๒๓ ขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค

ข้อ ๒๘๕

กตมํ ตถาคตสฺส มหากรุณาสมาปตฺติยา ญาณํ ฯ พหุเกหิ อากาเรหิ ปสฺสนฺตานํ พุทฺธานํ ภควนฺตานํ สตฺเตสุ มหากรุณา โอกฺกมติ อาทิตฺโต โลกสนฺนิวาโสติ ปสฺสนฺตานํ พุทฺธานํ ภควนฺตานํ สตฺเตสุ มหากรุณา โอกฺกมติ อุยฺยุตฺโต โลกสนฺนิวาโสติ ฯเปฯ โอกฺกมติ ปยาโต โลกสนฺนิวาโสติ ฯเปฯ โอกฺกมติ กุมฺมคฺคํ ปฏิปนฺโน โลกสนฺนิวาโสติ ปสฺสนฺตานํ พุทฺธานํ ภควนฺตานํ สตฺเตสุ มหากรุณา โอกฺกมติ อุปนียติ โลโก อทฺธุโวติ ปสฺสนฺตานํ พุทฺธานํ ภควนฺตานํ สตฺเตสุ มหากรุณา โอกฺกมติ อตฺตาโณ โลโก อนภิสฺสโรติ ปสฺสนฺตานํ พุทฺธานํ ภควนฺตานํ สตฺเตสุ มหากรุณา โอกฺกมติ อสฺสโก โลโก สพฺพํ ปหาย คมนียนฺติ ปสฺสนฺตานํ พุทฺธานํ ภควนฺตานํ สตฺเตสุ มหากรุณา โอกฺกมติ อูโน โลโก อติตฺโต ตณฺหาทาโสติ ปสฺสนฺตานํ พุทฺธานํ ภควนฺตานํ สตฺเตสุ มหากรุณา โอกฺกมติ อตฺตาโณ โลกสนฺนิวาโสติ ปสฺสนฺตานํ พุทฺธานํ ฯเปฯ อเลโณ โลกสนฺนิวาโสติ ปสฺสนฺตานํ ฯเปฯ อสรโณ โลกสนฺนิวาโสติ ปสฺสนฺตานํ ฯเปฯ {๒๘๕.๑} อสรณีภูโต โลกสนฺนิวาโสติ ปสฺสนฺตานํ ฯเปฯ อุทฺธโต โลโก อวูปสนฺโตติ ปสฺสนฺตานํ ฯเปฯ สสลฺโล โลกสนฺนิวาโส วิทฺโธ ปุถุสลฺเลหิ ตสฺส นตฺถญฺโญ โกจิ สลฺลานํ อุทฺธโต อญฺญตฺร มยาติ ปสฺสนฺตานํ อวิชฺชนฺธการาวรโณ โลกสนฺนิวาโส กิเลสปญฺชรํ ปกฺขิตฺโต ตสฺส นตฺถญฺโญ โกจิ อาโลกํ ทสฺเสตา อญฺญตฺร มยาติ ปสฺสนฺตานํ อวิชฺชาคโต โลกสนฺนิวาโส อนฺธภูโต ปริโยนทฺโธ ตนฺตากุลชาโต คุฬาคุณฺฐิกชาโต มุญฺชปพฺพชภูโต อปายทุคฺคติวินิปาตํ สํสารํ นาติวตฺตตีติ ปสฺสนฺตานํ อวิชฺชาวิสโทสสลฺลิโต โลกสนฺนิวาโส กิเลสกลิภูโตติ ปสฺสนฺตานํ ราคโทสโมหชฏิโต โลกสนฺนิวาโส ตสฺส นตฺถญฺโญ โกจิ ชฏํ วิชฏิตา อญฺญตฺร มยาติ ปสฺสนฺตานํ ตณฺหาสงฺฆาฏปฏิมุกฺโก โลกสนฺนิวาโสติ ปสฺสนฺตานํ ตณฺหาชาเลน โอตฺถโต โลกสนฺนิวาโสติ ปสฺสนฺตานํ ตณฺหาโสเตน วุยฺหติ โลกสนฺนิวาโสติ ปสฺสนฺตานํ ตณฺหาสญฺโญชเนน สญฺญุตฺโต โลกสนฺนิวาโสติ ปสฺสนฺตานํ ตณฺหานุสเยน อนุสโฏ โลกสนฺนิวาโสติ ปสฺสนฺตานํ ตณฺหาสนฺตาเปน สนฺตปฺปติ โลกสนฺนิวาโสติ ปสฺสนฺตานํ ตณฺหาปริฬาเหน ปริฑยฺหติ โลกสนฺนิวาโสติ ปสฺสนฺตานํ ทิฏฺฐิสงฺฆาฏปฏิมุกฺโก โลกสนฺนิวาโสติ ปสฺสนฺตานํ ทิฏฺฐิชาเลน โอตฺถโต โลกสนฺนิวาโสติ ปสสนฺตานํ ทิฏฺฐิโสเตน วุยฺหติ โลกสนฺนิวาโสติ ปสฺสนฺตานํ ทิฏฺฐิสญฺโญชเนน สญฺญุตฺโต โลกสนฺนิวาโสติ ปสฺสนฺตานํ ทิฏฺฐานุสเยน อนุสโฏ โลกสนฺนิวาโสติ ปสฺสนฺตานํ ทิฏฺฐิสนฺตาเปน สนฺตปฺปติ {๒๘๕.๒} โลกสนฺนิวาโสติ ปสฺสนฺตานํ ทิฏฺฐิปริฬาเหน ปริฑยฺหติ โลกสนฺนิวาโสติ ปสฺสนฺตานํ ชาติยา อนุคโต โลกสนฺนิวาโสติ ปสฺสนฺตานํ ฯเปฯ ชราย อนุสโฏ โลกสนฺนิวาโสติ ปสฺสนฺตานํ ฯเปฯ พฺยาธีหิ อภิภูโต โลกสนฺนิวาโสติ ปสฺสนฺตานํ ฯเปฯ มรเณน อภิหโต โลกสนฺนิวาโสติ ปสฺสนฺตานํ ฯเปฯ ทุกฺขปติโต โลกสนฺนิวาโสติ ปสฺสนฺตานํ ตณฺหาย อุฑฺฑิโต โลกสนฺนิวาโสติ ปสฺสนฺตานํ ชราปาการปริกฺขิตฺโต โลกสนฺนิวาโสติ ปสฺสนฺตานํ มจฺจุปาเสน ปริกฺขิตฺโต โลกสนฺนิวาโสติ ปสฺสนฺตานํ มหาพนฺธนพนฺโธ โลกสนฺนิวาโส ราคพนฺธเนน โทสพนฺธเนน โมหพนฺธเนน มานพนฺธเนน ทิฏฺฐิพนฺธเนน กิเลสพนฺธเนน ทุจฺจริตพนฺธเนน ตสฺส นตฺถญฺโญ โกจิ พนฺธํ โมเจตา อญฺญตฺร มยาติ ปสฺสนฺตานํ มหาสมฺพาธปฏิปนฺโน โลกสนฺนิวาโส ตสฺส นตฺถญฺโญ โกจิ โอภาส ทสฺเสตา อญฺญตฺร มยาติ ปสฺสนฺตานํ มหาปลิโพเธน ปลิพุทฺโธ โลกสนฺนิวาโส ตสฺส นตฺถญฺโญ โกจิ ปลิโพธํ เฉเทตา อญฺญตฺร มยาติ ปสฺสนฺตานํ ฯเปฯ มหาปปาเตว ปติโต โลกสนฺนิวาโส ตสฺส นตฺถญฺโญ โกจิ ปปาตา อุทฺธตฺตา อญฺญตฺร มยาติ ปสฺสนฺตานํ มหากนฺตารํ ปฏิปนฺโน โลกสนฺนิวาโส ตสฺส นตฺถญฺโญ โกจิ กนฺตารํ ตาเรตา อญฺญตฺร มยาติ ปสฺสนฺตานํ มหาสํสาเร ปฏิปนฺโน โลกสนฺนิวาโส {๒๘๕.๓} ตสฺส นตฺถญฺโญ โกจิ สํสารา โมเจตา อญฺญตฺร มยาติ ปสฺสนฺตานํ มหาวิทุคฺเค สมฺปริวตฺตติ โลกสนฺนิวาโส ตสฺส นตฺถญฺโญ โกจิ วิทุคฺคา อุทฺธตฺตา อญฺญตฺร มยาติ ปสฺสนฺตานํ มหาปลฺเลเป ปลิปนฺโน โลกสนฺนิวาโส ราคคฺคินา โทสคฺคินา โมหคฺคินา ชาติยา ชรามรเณน โสเกหิ ปริเทเวหิ ทุกฺเขหิ โทมนสฺเสหิ อุปายาเสหิ อพฺภาหโต ตสฺส นตฺถญฺโญ โกจิ นิพฺพาเปตา อญฺญตฺร มยาติ ปสฺสนฺตานํ อุนฺนิตโก โลกสนฺนิวาโส หญฺญติ นิจฺจมตฺตาโณ ปตฺตทณฺโฑ ตกฺกาโรติ ปสฺสนฺตานํ วฏฺฏพนฺธนพนฺโธ โลกสนฺนิวาโส อาฆาตนปจฺจุปฏฺฐิโต ตสฺส นตฺถญฺโญ โกจิ โมเจตา อญฺญตฺร มยาติ ปสฺสนฺตานํ อนาโถ โลกสนฺนิวาโส ปรมการุญฺญปฺปตฺโต ตสฺส นตฺถญฺโญ โกจิ ตาเยตา อญฺญตฺร มยาติ ปสฺสนฺตานํ ฯเปฯ ทุกฺขาภิตุนฺโน โลกสนฺนิวาโส จิรรตฺตปีฬิโตติ ปสฺสนฺตานํ นิจฺจคธิโต โลกสนฺนิวาโส นิจฺจปิปาสิโตติ ปสฺสนฺตานํ ฯเปฯ อนฺโธ โลกสนฺนิวาโส อจกฺขุโกติ ปสฺสนฺตานํ หตเนตฺโต โลกสนฺนิวาโส อปริณายโกติ ปสฺสนฺตานํ วิปถํ ปกฺขนฺโต โลกสนฺนิวาโส อญฺชสาปรทฺโธ ตสฺส นตฺถญฺโญ โกจิ อริยปถํ อาเนตา อญฺญตฺร มยาติ ปสฺสนฺตานํ มโหฆปกฺขนฺโน โลกสนฺนิวาโส ตสฺส นตฺถญฺโญ โกจิ โอฆา อุทฺธตฺตา อญฺญตฺร มยาติ ปสฺสนฺตานํ ทฺวีหิ ทิฏฺฐิคเตหิ ปริยุฏฺฐิโต โลกสนฺนิวาโสติ ปสฺสนฺตานํ ตีหิ ทุจฺจริเตหิ วิปฺปฏิปนฺโน โลกสนฺนิวาโสติ ปสฺสนฺตานํ โยเคหิ ปูริโต โลกสนฺนิวาโส {๒๘๕.๔} จตุโยคโยชิโตติ ปสฺสนฺตานํ จตูหิ คณฺเฐหิ คณฺฐิโต โลกสนฺนิวาโสติ ปสฺสนฺตานํ จตูหิ อุปาทาเนหิ อุปาทิยติ โลกสนฺนิวาโสติ ปสฺสนฺตานํ ปญฺจคติสมารุโฬฺห โลกสนฺนิวาโสติ ปสฺสนฺตานํ ปญฺจหิ กามคุเณหิ รชฺชติ โลกสนฺนิวาโสติ ปสฺสนฺตานํ ปญฺจหิ นีวรเณหิ โอตฺถโต โลกสนฺนิวาโสติ ปสฺสนฺตานํ ฉหิ วิวาทมูเลหิ วิวทติ โลกสนฺนิวาโสติ ปสฺสนฺตานํ ฉหิ ตณฺหากาเยหิ รชฺชติ โลกสนฺนิวาโสติ ปสฺสนฺตานํ ฉหิ ทิฏฺฐิคเตหิ ปริยุฏฺฐิโต โลกสนฺนิวาโสติ ปสฺสนฺตานํ สตฺตหิ อนุสเยหิ อนุสโฏ โลกสนฺนิวาโสติ ปสฺสนฺตานํ สตฺตหิ สญฺโญชเนหิ สญฺญุตฺโต โลกสนฺนิวาโสติ ปสฺสนฺตานํ สตฺตหิ มาเนหิ อุณฺณโต โลกสนฺนิวาโสติ ปสฺสนฺตานํ อฏฺฐหิ โลกธมฺเมหิ สมฺปริวตฺตติ โลกสนฺนิวาโสติ ปสฺสนฺตานํ อฏฺฐหิ มิจฺฉตฺเตหิ นิยโต โลกสนฺนิวาโสติ ปสฺสนฺตานํ อฏฺฐหิ ปุริสโทเสหิ ทุสฺสติ โลกสนฺนิวาโสติ ปสฺสนฺตานํ นวหิ อาฆาตวตฺถูหิ อาฆาโต โลกสนฺนิวาโสติ ปสฺสนฺตานํ นววิธมาเนหิ อุณฺณโต โลกสนฺนิวาโสติ ปสฺสนฺตานํ นวหิ ตณฺหามูลเกหิ ธมฺเมหิ รชฺชติ โลกสนฺนิวาโสติ ปสฺสนฺตานํ ทสหิ กิเลสวตฺถูหิ กิลิสฺสติ โลกสนฺนิวาโสติ ปสฺสนฺตานํ ทสหิ อาฆาตวตฺถูหิ อาฆาโต {๒๘๕.๕} โลกสนฺนิวาโสติ ปสฺสนฺตานํ ทสหิ อกุสเลหิ กมฺมปเถหิ สมนฺนาคโต โลกสนฺนิวาโสติ ปสฺสนฺตานํ ทสหิ สญฺโญชเนหิ สญฺญุตฺโต โลกสนฺนิวาโสติ ปสฺสนฺตานํ ทสหิ มิจฺฉตฺเตหิ นิยโต โลกสนฺนิวาโสติ ปสฺสนฺตานํ ทสวตฺถุกาย มิจฺฉาทิฏฺฐิยา สมนฺนาคโต โลกสนฺนิวาโสติ ปสฺสนฺตานํ ทสวตฺถุกาย สกฺกายทิฏฺฐิยา สมนฺนาคโต โลกสนฺนิวาโสติ ปสฺสนฺตานํ อฏฺฐสตตณฺหาปปญฺเจหิ ปปญฺจิโต โลกสนฺนิวาโสติ ปสฺสนฺตานํ พุทฺธานํ ภควนฺตานํ สตฺเตสุ มหากรุณา โอกฺกมติ ทฺวาสฏฺฐิยา ทิฏฺฐิคเตหิ ปริยุฏฺฐิโต โลกสนฺนิวาโสติ ปสฺสนฺตานํ พุทฺธานํ ภควนฺตานํ สตฺเตสุ มหากรุณา โอกฺกมติ อหญฺจมฺหิ ติณฺโณ โลโก จ อติณฺโณ อหญฺจมฺหิ มุตฺโต โลโก จ อมุตฺโต อหญฺจมฺหิ ทนฺโต โลโก จ อทนฺโต อหญฺจมฺหิ สนฺโต โลโก จ อสนฺโต อหญฺจมฺหิ อสฺสตฺโถ โลโก จ อนสฺสตฺโถ อหญฺจมฺหิ ปรินิพฺพุโต โลโก จ อปรินิพฺพุโต อหญฺจมฺหิ ติณฺโณ ตาเรตุํ มุตฺโต โมเจตุํ ทนฺโต ทเมตุํ สนฺโต สเมตุํ อสฺสตฺโถ อสฺสาเสตุํ ปรินิพฺพุโต ปรินิพฺพาเปตุนฺติ ปสฺสนฺตานํ พุทฺธานํ ภควนฺตานํ สตฺเตสุ มหากรุณา โอกฺกมติ อิทํ ตถาคตสฺส มหากรุณาสมาปตฺติยา ญาณํ ฯ ---------

มหากรุณาสมาปัตติญาณของพระตถาคตเป็นไฉน ฯ พระผู้มีพระภาคทั้งหลายผู้ตรัสรู้แล้ว ทรงพิจารณาเห็นอยู่ด้วยอาการเป็นอันมาก จึงทรงแผ่พระมหากรุณาไปในหมู่สัตว์ คือพระผู้มีพระภาคทั้งหลายผู้ตรัสรู้แล้ว ทรงเห็นอยู่ว่า โลกสันนิวาสอันไฟติดโชนแล้ว จึงทรงแผ่พระมหา-*กรุณาไปในหมู่สัตว์ พระผู้มีพระภาคผู้ตรัสรู้แล้ว ทรงเห็นอยู่ว่า โลกสันนิวาสยกพลแล้ว ... โลกสันนิวาสเคลื่อนพลแล้ว ... โลกสันนิวาสเดินทางผิดแล้ว ... โลกอันชรานำเข้าไป มิได้ยั่งยืน ... โลกไม่มีที่ต้านทาน ไม่เป็นใหญ่ ... โลกไม่มีอะไรเป็นของตน จำต้องละทิ้งสิ่งทั้งปวงไป ... โลกพร่องอยู่เป็นนิตย์ ไม่รู้จักอิ่มเป็นทาสแห่งตัณหา ... โลกสันนิวาสไม่มีที่ต้านทาน ... โลกสันนิวาสไม่มีที่เร้น ... โลกสันนิวาสไม่มีที่พึ่ง ... โลกสันนิวาสไม่เป็นที่พึ่งของใคร ... โลกสันนิวาสฟุ้งซ่าน ไม่สงบ ... โลกสันนิวาสมีลูกศร ถูกลูกศรเป็นจำนวนมากเสียบแทงแล้วใครอื่นนอกจากเราผู้จะถอนลูกศรทั้งหลายของโลกสันนิวาสนั้น เป็นไม่มี ... โลก-*สันนิวาสมีความมืดตื้อคืออวิชชาปิดกั้นไว้ ถูกใส่เข้าไปยังกรงกิเลส ใครอื่นนอกจากเราซึ่งจะแสดงธรรมเป็นแสงสว่างแก่โลกสันนิวาสนั้น เป็นไม่มี ... โลกสันนิวาสตกอยู่ในอำนาจอวิชชา เป็นผู้มืด อันอวิชชาหุ้มห่อไว้ ยุ่งดังเส้นด้าย พันกันเป็นกลุ่มก้อน นุงนังดังหญ้าปล้อง หญ้ามุงกระต่าย ไม่ล่วงพ้นสงสาร คือ อบายทุคติและวินิบาต ... โลกสันนิวาสถูกอวิชชามีโทษเป็นพิษแทงติดอยู่แล้ว มีกิเลสเป็นโทษ ... โลกสันนิวาสรกชัฏด้วยราคะโทสะและโมหะ ใครอื่นนอกจากเราผู้จะช่วยสางรกชัฏให้แก่โลกสันนิวาสนั้น เป็นไม่มี ... โลกสันนิวาสถูกกองตัณหาสวมไว้ ... โลกสันนิวาสถูกข่ายตัณหาครอบไว้ ... โลกสันนิวาสถูกกระแสตัณหาพัดไป ... โลกสันนิวาสถูกตัณหาเป็นเครื่องคล้องไว้ ... โลกสันนิวาสซ่านไปเพราะตัณหานุสัย ... โลกสันนิวาสเดือดร้อนด้วยความเดือดร้อนเพราะตัณหา ... โลกสันนิวาสเร่าร้อนด้วยความเร่าร้อนเพราะตัณหา ... โลกสันนิวาสถูกกองทิฐิสวมไว้ ... โลกสันนิวาสถูกข่ายทิฐิครอบไว้ ... โลกสันนิวาสถูกกระแสทิฐิพัดไป... โลกสันนิวาสถูกทิฐิเป็นเครื่องคล้อง คล้องไว้ ... โลกสันนิวาสซ่านไปเพราะทิฏฐานุสัย ... โลกสันนิวาสเดือดร้อนด้วยความเดือดร้อนเพราะทิฏฐิ ... โลก-*สันนิวาสเร่าร้อนด้วยความเร่าร้อนเพราะทิฏฐิ ... โลกสันนิวาสไปตามชาติ ... โลกสันนิวาสซมซานไปเพราะชรา ... โลกสันนิวาสถูกพยาธิครอบงำ ... โลกสันนิวาสถูกมรณะห้ำหั่น ... โลกสันนิวาสตกอยู่ในกองทุกข์ ... โลกสันนิวาสถูกตัณหาซัดไป โลกสันนิวาสถูกกำแพงคือชราแวดล้อมไว้ ... โลกสันนิวาสถูกบ่วงมัจจุคล้องไว้ ... โลกสันนิวาสถูกผูกไว้ด้วยเครื่องผูกเป็นอันมาก คือเครื่องผูกคือราคะ โทสะ โมหะ มานะ ทิฐิ กิเลส ทุจริต ใครอื่นนอกจากเราผู้จะช่วยแก้เครื่องผูกให้แก่โลกสันนิวาสนั้น เป็นไม่มี ... โลก-*สันนิวาสเดินไปตามทางแคบมาก ใครอื่นนอกจากเราผู้จะช่วยชี้ทางสว่างให้แก่โลกสันนิวาสนั้น เป็นไม่มี ... โลกสันนิวาสถูกความกังวลเป็นอันมากพัวพันไว้ใครอื่นนอกจากเราผู้จะช่วยตัดความกังวลให้แก่โลกสันนิวาสนั้น เป็นไม่มี ... โลกสันนิวาสตกลงไปในเหวใหญ่ ใครอื่นนอกจากเราผู้จะช่วยฉุดโลกสันนิวาสนั้นให้ขึ้นพ้นจากเหว เป็นไม่มี ... โลกสันนิวาสเดินทางกันดารมาก ใครอื่นนอกจากเราผู้จะช่วยให้โลกสันนิวาสนั้นข้ามพ้นทางกันดารได้ เป็นไม่มี ... โลกสันนิวาสเดินทางไปในสังสารวัฏใหญ่ ใครอื่นนอกจากเราผู้จะช่วยให้โลกสันนิวาสนั้นพ้นจากสังสารวัฏได้ เป็นไม่มี ... โลกสันนิวาสกลิ้งเกลือกอยู่ในหล่มใหญ่ ใครอื่นนอกจากเราผู้จะช่วยฉุดโลกสันนิวาสนั้น ให้พ้นจากหล่มได้ เป็นไม่มี ... โลกสันนิวาสร้อนอยู่บนเครื่องร้อนเป็นอันมากถูกไฟคือราคะ ไฟคือโทสะ ไฟคือโมหะ ชาติ ชรา มรณะ โสกะ ปริเทวะ ทุกข์ โทมนัส อุปายาสครอบงำไว้ ใครอื่นนอกจากเราผู้จะช่วยดับไฟเหล่านั้นให้แก่โลกสันนิวาสนั้นได้เป็นไม่มี ... โลกสันนิวาสทุรนทุราย เดือดร้อนเป็นนิตย์ ไม่มีอะไรต้านทานต้องรับอาชญา ต้องทำตามอาชญา ... โลกสันนิวาสถูกผูกด้วยเครื่องผูกในวัฏฏะปรากฏอยู่ที่ตะแลงแกง ใครอื่นนอกจากเราผู้จะช่วยโลกสันนิวาสนั้นให้หลุดพ้นได้เป็นไม่มี ... โลกสันนิวาสไม่มีที่พึ่ง ควรได้รับความกรุณาอย่างยิ่ง ใครอื่นนอกจากเราผู้จะช่วยต้านทานให้แก่โลกสันนิวาสนั้น เป็นไม่มี ... โลกสันนิวาสถูกทุกข์เสียบแทงบีบคั้นมานาน ... โลกสันนิวาสติดใจกระหายอยู่เป็นนิตย์ ... โลกสันนิวาสเป็นโลกบอด ไม่มีจักษุ ... โลกสันนิวาสมีนัยน์ตาเสื่อมไป ไม่มีผู้นำ... โลกสันนิวาสแล่นไปสู่ทางผิด หลงทางแล้ว ใครอื่นนอกจากเราผู้จะช่วยพาโลกสันนิวาสนั้นมาสู่ทางอริยะ เป็นไม่มี ... โลกสันนิวาสแล่นไปสู่ห้วงโมหะใครอื่นนอกจากเราผู้จะช่วยฉุดโลกสันนิวาสนั้นให้ขึ้นจากห้วงโมหะ เป็นไม่มี ... โลกสันนิวาสถูกทิฐิ ๒ อย่างกลุ้มรุม ... โลกสันนิวาสปฏิบัติผิดด้วยทุจริต ๓ อย่าง ... โลกสันนิวาสเต็มไปด้วยกิเลสเครื่องประกอบ ถูกกิเลสเครื่องประกอบ ๔ อย่างประกอบไว้ ... โลกสันนิวาสถูกกิเลสเครื่องร้อยกรอง ๔ อย่างร้อยไว้ ... โลกสันนิวาสถือมั่นด้วยอุปาทาน ๔ ... โลกสันนิวาสขึ้นสู่คติ ๕ ... โลกสันนิวาสกำหนัดอยู่ด้วยกามคุณ ๕ ... โลกสันนิวาสถูกนิวรณ์ ๕ ทับไว้ ... โลกสันนิวาสวิวาทกันอยู่ด้วยมูลเหตุวิวาท ๖ อย่าง ... โลกสันนิวาสกำหนัดอยู่ด้วยกองตัณหา ๖ ... โลกสันนิวาสถูกทิฐิ ๖ กลุ้มรุมแล้ว ... โลกสันนิวาสซ่านไปเพราะอนุสัย ๗ ... โลกสันนิวาสถูกสังโยชน์ ๗ เกี่ยวคล้องไว้ ... โลกสันนิวาสฟูขึ้นเพราะมานะ ๗... โลกสันนิวาสเวียนอยู่เพราะโลกธรรม ๘ ... โลกสันนิวาสเป็นผู้ดิ่งลงเพราะมิจฉัตตะ ๘ ... โลกสันนิวาสประทุษร้ายกันเพราะบุรุษโทษ ๘ ... โลกสันนิวาสมุ่งร้ายกันเพราะอาฆาตวัตถุ ๙ ... โลกสันนิวาสพองขึ้นเพราะมานะ ๙ อย่าง ... โลกสันนิวาสกำหนัดอยู่เพราะธรรมอันมีตัณหาเป็นมูล ๙ ... โลกสันนิวาสย่อมเศร้าหมองเพราะกิเลสวัตถุ ๑๐ ... โลกสันนิวาสมุ่งร้ายกันเพราะอาฆาตวัตถุ ๑๐ ... โลกสันนิวาสประกอบด้วยอกุศลกรรมบถ ๑๐ ... โลกสันนิวาสถูกสังโยชน์ ๑๐เกี่ยวคล้องไว้ ... โลกสันนิวาสเป็นผู้ดิ่งลงเพราะมิจฉัตตะ ๑๐ ... โลกสันนิวาสประกอบด้วยมิจฉาทิฐิมีวัตถุ ๑๐ ... โลกสันนิวาสประกอบด้วยสักกายทิฐิมีวัตถุ ๑๐... โลกสันนิวาสต้องเนิ่นช้าเพราะตัณหาเครื่องให้เนิ่นช้า ๑๐๘ พระผู้มีพระภาคทั้งหลายผู้ตรัสรู้แล้ว ทรงพิจารณาเห็นว่า โลกสันนิวาสถูกทิฐิ ๖๒ กลุ้มรุมจึงทรงแผ่พระมหากรุณาไปให้หมู่สัตว์ว่า ส่วนเราเป็นผู้ข้ามได้แล้ว แต่สัตว์โลกยังข้ามไม่ได้ ส่วนเราเป็นผู้พ้นไปแล้ว แต่สัตว์โลกยังไม่พ้นไป ส่วนเราทรมานได้แล้ว แต่สัตว์โลกยังทรมานไม่ได้ ส่วนเราสงบแล้ว แต่สัตว์โลกยังไม่สงบส่วนเราเป็นผู้เบาใจแล้ว แต่สัตว์โลกยังไม่เบาใจ ส่วนเราเป็นผู้ดับรอบแล้วแต่สัตว์โลกยังไม่ดับรอบ ก็เราเป็นผู้ข้ามได้แล้ว จะช่วยให้สัตว์โลกข้ามได้ด้วยเราเป็นผู้พ้นไปแล้ว จะช่วยให้สัตว์โลกพ้นไปด้วย เราทรมานได้แล้ว จะช่วยให้สัตว์โลกทรมานได้ด้วย เราเป็นผู้สงบแล้ว จะช่วยให้สัตว์โลกสงบด้วยเราเป็นผู้เบาใจแล้ว จะช่วยให้สัตว์โลกเบาใจด้วย เราเป็นผู้ดับรอบแล้ว จะช่วยให้สัตว์โลกดับรอบด้วย พระผู้มีพระภาคทั้งหลายผู้ตรัสรู้แล้ว ทรงพิจารณาเห็นดังนี้จึงทรงแผ่พระมหากรุณาไปในหมู่สัตว์ นี้เป็นมหากรุณาสมาปัตติญาณของพระตถาคต ฯ

ฉบับที่ใช้และสัญญาอนุญาต

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ

th-mahachula · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ผู้ดำเนินการแจ้ง ๒๕ ส.ค. ๖๙ ว่าได้รับอนุญาตจากมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยให้เผยแพร่ตัวบทฉบับนี้ · **เป็นคำยืนยันด้วยวาจา ยังไม่มีหนังสืออนุญาตประกอบ** ⇒ ฐานของการเผยแพร่คือวินิจฉัยของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่หลักฐานเอกสารและไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย · ข้อเท็จจริงที่ยังเป็นจริง: จัดพิมพ์ พ.ศ. ๒๕๓๙ งานที่นิติบุคคลเป็นเจ้าของคุ้มครอง ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา (พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒) ถึงราว พ.ศ. ๒๕๘๙ — การอนุญาตจึงจำเป็นและต้องเก็บเอกสารไว้ให้ได้docs/legal/PERMISSIONS.md#มจร

พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ

pli-siamrath · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ฉบับสยามรัฐ จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๔๖๘–๒๔๗๑ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมายhttps://84000.org/tipitaka/pali/

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง

th-chabab-luang · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๔

ฉบับหลวง จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๕๑๔ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมายhttps://84000.org/tipitaka/