This collection answers by quoting only — editions are set side by side, never summarised, interpreted, or scored for reliability

Scripture · พระสุตตันตปิฎก ·

เล่ม ๒๗ · ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑

Other items in this volume

๑. อปัณณกชาดก๒. วัณณุปถชาดก๓. เสรีววาณิชชาดก๔. จุลลกเศรษฐีชาดก๕. ตัณฑุลนาฬิชาดก๖. เทวธรรมชาดก๗. กัฏฐหาริชาดก๘. คามนิชาดก๙. มฆเทวชาดก๑๐. สุขวิหาริชาดก๑. ลักขณชาดก๒. นิโครธมิคชาดก๓. กัณฑินชาดก๔. วาตมิคชาดก๕. ขราทิยชาดก๖. ติปัลลัตถมิคชาดก๗. มาลุตชาดก๘. มตกภัตตชาดก๙. อายาจิตภัตตชาดก๑๐. นฬปานชาดก๑. กุรุงคมิคชาดก๒. กุกกุรชาดก๓. โภชาชานียชาดก๔. อาชัญญชาดก๕. ติตถชาดก๖. มหิฬามุขชาดก๗. อภิณหชาดก๘. นันทิวิสาลชาดก๙. กัณหชาดก๑๐. มุณิกชาดก๑. กุลาวกชาดก๒. นัจจชาดก๓. สัมโมทมานชาดก๔. มัจฉชาดก๕. วัฏฏกชาดก๖. สกุณชาดก๗. ติตติรชาดก๘. พกชาดก๙. นันทชาดก๑๐. ขทิรังคารชาดก๑. โลสกชาดก๒. กโปตกชาดก๓. เวฬุกชาดก๔. มกสชาดก๕. โรหิณีชาดก๖. อารามทูสกชาดก๗. วารุณิทูสกชาดก๘. เวทัพพชาดก๙. นักขัตตชาดก๑๐. ทุมเมธชาดก๑. มหาสีลวชาดก๒. จูฬชนกชาดก๓. ปุณณปาติชาดก๔. ผลชาดก๕. ปัญจาวุธชาดก๖. กัญจนขันธชาดก๗. วานรินทชาดก๘. ตโยธรรมชาดก๙. เภริวาทชาดก๑๐. สังขธมนชาดก๑. อาสาตมันตชาดก๒. อัณฑภูตชาดก๓. ตักกชาดก๔. ทุราชานชาดก๕. อนภิรติชาดก๖. มุทุลักขณชาดก๗. อุจฉังคชาดก๘. สาเกตชาดก๙. วิสวันตชาดก๑๐. กุททาลชาดก๑. วรุณชาดก๒. สีลวนาคชาดก๓. สัจจังกิรชาดก๔. รุกขธรรมชาดก๕. มัจฉชาดก๖. อสังกิยชาดก๗. มหาสุบินชาดก๘. อิลลีสชาดก๙. ขรัสสรชาดก๑๐. ภีมเสนชาดก๑. สุราปานชาดก๒. มิตตวินทชาดก๓. กาฬกัณณิชาดก๔. อัตถัสสทวารชาดก๕. กิมปักกชาดก๖. สีลวีมังสนชาดก๗. มังคลชาดก๘. สรัมภชาดก๙. กุหกชาดก๑๐. อกตัญญูชาดก๑. ลิตตชาดก๒. มหาสารชาดก๓. วิสสาสโภชนชาดก๔. โลมหังสชาดก๕. มหาสุทัสสนชาดก๖. เตลปัตตชาดก๗. นามสิทธิชาดก๘. กูฏวาณิชชาดก๙. ปโรสหัสสชาดก๑๐. อสาตรูปชาดก๑. ปโรสตชาดก๒. ปัณณิกชาดก๓. เวริชาดก๔. มิตตวินทชาดก๕. ทุพพลกัฏฐชาดก๖. อุทัญจนีชาดก๗. สาลิตตกชาดก๘. พาหิยชาดก๙. กุณฑกปูวชาดก๑๐. สัพพสังหารกปัญหา๑. คัทรภปัญหา๒. อมราเทวีปัญหา๓. สิคาลชาดก๔. มิตจินติชาดก๕. อนุสาสิกชาดก๖. ทุพพจชาดก๗. ติตติรชาดก๘. วัฏฏกชาดก๙. อกาลราวิชาดก๑๐. พันธนโมกขชาดก๑. กุสนาฬิชาดก๒. ทุมเมธชาดก๓. นังคลีสชาดก๔. อัมพชาดก๕. กฏาหกชาดก๖. อสิลักขณชาดก๗. กลัณฑุกชาดก๘. มูสิกชาดก๙. อัคคิกชาดก๑๐. โกสิยชาดก๑. อสัมปทานชาดก๒. ปัญจภีรุกชาดก๓. ฆตาสนชาดก๔. ฌานโสธนชาดก๕. จันทาภชาดก๖. สุวรรณหังสชาดก๗. พัพพุชาดก๘. โคธชาดก๙. อุภโตภัฏฐชาดก๑๐. กากชาดก๑. โคธชาดก๒. สิคาลชาดก๓. วิโรจนชาดก๔. นังคุฏฐชาดก๕. ราธชาดก๖. กากชาดก๗. บุปผรัตตชาดก๘. สิคาลชาดก๙. เอกปัณณชาดก๑๐. สัญชีวชาดก๑. ราโชวาทชาดก๒. สิคาลชาดก๓. สูกรชาดก๔. อุรคชาดก๕. ภัคคชาดก๖. อลีนจิตตชาดก๗. คุณชาดก๘. สุหนุชาดก๙. โมรชาดก๑๐. วินีลกชาดก๑. อินทสมานโคตตชาดก๒. สันถวชาดก๓. สุสีมชาดก๔. คิชฌชาดก๕. นกุลชาดก๖. อุปสาฬหกชาดก๗. สมิทธิชาดก๘. สกุณัคฆิชาดก๙. อรกชาดก๑๐. กกัณฏกชาดก๑. กัลยาณธรรมชาดก๒. ทัททรชาดก๓. มักกฏชาดก๔. ทุพภิยมักกฏชาดก๕. อาทิจจุปัฏฐานชาดก๖. กฬายมุฏฐิชาดก๗. ตินทุกชาดก๘. กัจฉปชาดก๙. สตธรรมชาดก๑๐. ทุทททชาดก๑. อสทิสชาดก๒. สังคามาวจรชาดก๓. วาโลทกชาดก๔. คิริทัตตชาดก๕. อนภิรติชาดก๖. ทธิวาหนชาดก๗. จตุมัฏฐชาดก๘. สีหโกตถุกชาดก๙. สีหจัมมชาดก๑๐. สีลานิสังสชาดก๑. รุหกชาดก๒. สิริกาฬกัณณิชาดก๓. จุลลปทุมชาดก๔. มณิโจรชาดก๕. ปัพพตูปัตถรชาดก๖. วลาหกัสสชาดก๗. มิตตามิตตชาดก๘. ราธชาดก๙. คหปติชาดก๑๐. สาธุสีลชาดก๑. พันธนาคารชาดก๒. เกฬิสีลชาดก๓. ขันธปริตตชาดก๔. วีรกชาดก๕. คังเคยยชาดก๖. กุรุงคมิคชาดก๗. อัสสกชาดก๘. สุงสุมารชาดก๙. กักกรชาดก๑๐. กันทคลกชาดก๑. โสมทัตตชาดก๒. อุจฉิฏฐภัตตชาดก๓. ภรุราชชาดก๔. ปุณณนทีชาดก๕. กัจฉปชาดก๖. มัจฉชาดก๗. เสคคุชาดก๘. กูฏวาณิชชาดก๙. ครหิตชาดก๑๐. ธัมมัทธชชาดก๑. กาสาวชาดก๒. จุลลนันทิยชาดก๓. ปุฏภัตตชาดก๔. กุมภีลชาดก๕. ขันติวรรณนชาดก๖. โกสิยชาดก๗. คูถปาณกชาดก๘. กามนีตชาดก๙. ปลายิชาดก๑๐. ทุติยปลายิชาดก๑. อุปาหนชาดก๒. วีณาถูณชาดก๓. วิกัณณกชาดก๔. อสิตาภุชาดก๕. วัจฉนขชาดก๖. พกชาดก๗. สาเกตชาดก๘. เอกปทชาดก๙. หริตมาตชาดก๑๐. มหาปิงคลชาดก๑. สัพพทาฐิชาดก๒. สุนขชาดก๓. คุตติลชาดก๔. วิคติจฉชาดก๕. มูลปริยายชาดก๖. พาโลวาทชาดก๗. ปาทัญชลิชาดก๘. กิงสุโกปมชาดก๙. สาลกชาดก๑๐. กปิชาดก๑. สังกัปปราคชาดก๒. ติลมุฏฐิชาดก๓. มณิกัณฐชาดก๔. กุณฑกกุจฉิสินธวชาดก๕. สุกชาดก๖. ชรูทปานชาดก๗. คามณิจันทชาดก๘. มันธาตุราชชาดก๙. ติรีติวัจฉชาดก๑๐. ทูตชาดก๑. ปทุมชาดก๒. มุทุปาณิชาดก๓. จุลลปโลภนชาดก๔. มหาปนาทชาดก๕. ขุรัปปชาดก๖. วาตัคคสินธวชาดก๗. สุวรรณกักกฏกชาดก๘. อารามทูสกชาดก๙. สุชาตาชาดก๑๐. อุลูกชาดก๑. อุทปานทูสกชาดก๒. พยัคฆชาดก๓. กัจฉปชาดก๔. โลลชาดก๕. รุจิรชาดก๖. กุรุธรรมชาดก๗. โรมชาดก๘. มหิสชาดก๙. สตปัตตชาดก๑๐. ปูฏทูสกชาดก๑. อัพภันตรชาดก๒. เสยยชาดก๓. วัฑฒกีสูกรชาดก๔. สิริชาดก๕. มณิสูกรชาดก๖. สาลุกชาดก๗. ลาภครหิกชาดก๘. มัจฉทานชาดก๙. นานาฉันทชาดก๑๐. สีลวีมังสชาดก๑. ภัทรฆฏเภทกชาดก๒. สุปัตตชาดก๓. กายนิพพินทชาดก๔. ชัมพุขาทกชาดก๕. อันตชาดก๖. สมุททชาดก๗. กามวิลาปชาดก๘. อุทุมพรชาดก๙. โกมาริยปุตตชาดก๑๐. พกชาดก๑. จุลลกาลิงคชาดก๒. มหาอัสสาโรหชาดก๓. เอกราชชาดก๔. ทัททรชาดก๕. สีลวีมังสชาดก๖. สุชาตาชาดก๗. ปลาสชาดก๘. ชวสกุณชาดก๙. ฉวชาดก๑๐. สัยหชาดก๑. ปุจิมันทชาดก๒. กัสสปมันทิยชาดก๓. ขันติวาทิชาดก๔. โลหกุมภิชาดก๕. มังสชาดก๖. สสปัณฑิตชาดก๗. มตโรทนชาดก๘. กณเวรชาดก๙. ติตติรชาดก๑๐. สุจจชชาดก๑. กุฏิทูสกชาดก๒. ทุททุภายชาดก๓. พรหมทัตตชาดก๔. จัมมสาฏกชาดก๕. โคธชาดก๖. กักการุชาดก๗. กากาติชาดก๘. อนนุโสจิยชาดก๙. กาฬพาหุชาดก๑๐. สีลวีมังสชาดก๑. โกกาลิกชาดก๒. รถลัฏฐิชาดก๓. โคธชาดก๔. ราโชวาทชาดก๕. ชัมพุกชาดก๖. พรหาฉัตตชาดก๗. ปีฐชาดก๘. ถุสชาดก๙. พาเวรุชาดก๑๐. วิสัยหชาดก๑. กุณฑลิกชาดก๒. วานรชาดก๓. กุนตินีชาดก๔. อัมพชาดก๕. คชกุมภชาดก๖. เกสวชาดก๗. อยกูฏชาดก๘. อรัญญชาดก๙. สันธิเภทชาดก๑๐. เทวตาปัญหาชาดก๑. มณิกุณฑลชาดก๒. สุชาตชาดก๓. เวนสาขชาดก๔. อุรคชาดก๕. ธังกชาดก๖. การันทิยชาดก๗. ลฏุกิกชาดก๘. จุลลธรรมปาลชาดก๙. สุวรรณมิคชาดก๑๐. สุสันธีชาดก๑. วรรณาโรหชาดก๒. สีลวีมังสชาดก๓. หิริชาดก๔. ขัชโชปนกชาดก๕. อหิตุณฑิกชาดก๖. คุมพิยชาดก๗. สาลิยชาดก๘. ตจสารชาดก๙. มิตตวินทุกชาดก๑๐. ปลาสชาดก๑. ทีฆีติโกสลชาดก๒. มิคโปตกชาดก๓. มูสิกชาดก๔. จุลลธนุคคหชาดก๕. กโปตกชาดก๑. อาวาริยชาดก๒. เสตเกตุชาดก๓. ทรีมุขชาดก๔. เนรุชาดก๕. อาสังกชาดก๖. มิคาโลปชาดก๗. สิริกาฬกัณณิชาดก๘. กุกกุฏชาดก๙. ธัมมัทธชชาดก๑๐. นันทิยมิคราชชาดก๑. ขุรปุตตชาดก๒. สูจิชาดก๓. ตุณฑิลชาดก๔. สุวรรณกักกฏกชาดก๕. มัยหสกุณชาดก๖. ปัพพชิตวิเหฐกชาดก๗. อุปสิงฆปุปผกชาดก๘. วิฆาสาทชาดก๙. วัฏฏกชาดก๑๐. มณิชาดก๑. กุกกุชาดก๒. มโนชชาดก๓. สุตนชาดก๔. มาตุโปสกคิชฌชาดก๕. ทัพพปุปผกชาดก๖. ทสรรณกชาดก๗. เสนกชาดก๘. อัฏฐิเสนชาดก๙. กปิชาดก๑๐. พกพรหมชาดก๑. คันธารชาดก๒. มหากปิชาดก๓. กุมภการชาดก๔. ทัฬหธรรมชาดก๕. โสมทัตตชาดก๖. สุสีมชาดก๗. โกฏสิมพลิชาดก๘. ธูมการีชาดก๙. ชาครชาดก๑๐. กุมมาสปิณฑชาดก๑๑. ปรันตปชาดก๑. กัจจานิชาดก๒. อัฏฐสัททชาดก๓. สุลสาชาดก๔. สุมังคลชาดก๕. คังคมาลชาดก๖. เจติยราชชาดก๗. อินทริยชาดก๘. อาทิตตชาดก๙. อัฏฐานชาดก๑๐. ทีปิชาดก๑. คิชฌชาดก๒. โกสัมพิยชาดก๓. มหาสุวราชชาดก๔. จุลลสุวกราชชาดก๕. หริตจชาดก๖. ปทกุศลมาณวชาดก๗. โลมสกัสสปชาดก๘. จักกวากชาดก๙. หลิททราคชาดก๑๐. สมุคคชาดก๑๑. ปูติมังสชาดก๑๒. ทัททรชาดก๑. จตุทวารชาดก๒. กัณหชาดก๓. จตุโปสถชาดก๔. สังขชาดก๕. จุลลโพธิชาดก๖. มัณฑัพยชาดก๗. นิโครธชาดก๘. ตักกลชาดก๙. มหาธรรมปาลชาดก๑๐. กุกกุฏชาดก๑๑. มัฏฐกุณฑลิชาดก๑๒. พิลารโกสิยชาดก๑๓. จักกวากชาดก๑๔. ภูริปัญหาชาดก๑๕. มหามังคลชาดก๑๖. ฆตปัณฑิตชาดก๑. มาตุโปสกชาดก๒. ชุณหชาดก๓. ธรรมเทวปุตตชาดก๔. อุทยชาดก๕. ปานียชาดก๖. ยุธัญชยชาดก๗. ทสรถชาดก๘. สังวรชาดก๙. สุปปารกชาดก๑. จุลลกุณาลชาดก๒. ภัททสาลชาดก๓. สมุททวาณิชชาดก๔. กามชาดก๕. ชนสันธชาดก๖. มหากัณหชาดก๗. โกสิยชาดก๘. เมณฑกปัญหาชาดก๙. มหาปทุมชาดก๑๐. มิตตามิตตชาดก๑. อัมพชาดก๒. ผันทนชาดก๓. ชวนหังสชาดก๔. จุลลนารทกัสสปชาดก๕. ทูตชาดก๖. กาลิงคโพธิชาดก๗. อกิตติชาดก๘. ตักการิยชาดก๙. รุรุมิคชาดก๑๐. สรภชาดก๑. สาลิเกทารชาดก๒. จันทกินนรชาดก๓. มหาอุกกุสชาดก๔. อุททาลกชาดก๕. ภิสชาดก๖. สุรุจิชาดก๗. ปัญจุโปสถิกชาดก๘. มหาโมรชาดก๙. ตัจฉกสูกรชาดก๑๐. มหาวาณิชชาดก๑๑. สาธินราชชาดก๑๒. ทสพราหมณชาดก๑๓. ภิกขาปรัมปรชาดก๑. มาตังคชาดก๒. จิตตสัมภูตชาดก๓. สีวิราชชาดก๔. ศิริมันทชาดก๕. โรหนมิคชาดก๖. หังสชาดก๗. สัตติคุมพชาดก๘. ภัลลาติยชาดก๙. โสมนัสสชาดก๑๐. จัมเปยยชาดก๑๑. มหาปโลภนชาดก๑๒. ปัญจปัณฑิตชาดก๑๓. หัตถิปาลชาดก๑๔. อโยฆรชาดก๑. กิงฉันทชาดก๒. กุมภชาดก๓. ชัยทิศชาดก๔. ฉัททันตชาดก๕. สัมภวชาดก๖. มหากปิชาดก๗. ทกรักขสชาดก๘. ปัณฑรกชาดก๙. สัมพุลาชาดก๑๐. ภัณฑุติณฑุกชาดก๑. เตสกุณชาดก๒. สรภังคชาดก๓. อลัมพุสาชาดก๔. สังขปาลชาดก๕. จุลลสุตโสมชาดก

Commentary

Scripture · พระสุตตันตปิฎก

๑๐. จัมเปยยชาดก

ข้อ ๒๑๘๐–๒๒๐๗พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๑๙ ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑28 items2 editions

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · Public domain (term expired) — operator determination

Front matter of the printed edition

พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๗ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๙ ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑ ๑๐. จัมเปยยชาดก บำเพ็ญตบะเพื่อต้องการเกิดเป็นมนุษย์

ท่านเป็นใคร งามผ่องใสดุจสายฟ้า และอุปมาเหมือนดาวประจำรุ่ง เรา ไม่รู้จักท่านว่า เป็นเทวดาหรือคนธรรพ์ หรือเป็นหญิงมนุษย์?

ข้าแต่พระมหาราชา หม่อมฉันหาใช่เทวดา คนธรรพ์ หรือหญิงมนุษย์ไม่ ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ หม่อมฉันเป็นนางนาคกัญญา อาศัยเหตุอย่างหนึ่ง จึงได้มาในพระนครนี้.

ดูกรนางนาคกัญญา ท่านมีอาการเหมือนคนมีจิตฟั่นเฟือน มีอินทรีย์อัน เศร้าหมอง หยาดน้ำตาไหลออกจากเบ้าตาทั้งสองของท่าน อะไรของ ท่านหาย หรือว่าท่านปรารถนาอะไรจึงได้มาในเมืองนี้ เชิญท่านบอกเถิด?

ข้าแต่พระองค์ผู้เป็นจอมประชาชน มหาชนเขาร้องเรียกสัตว์ใดว่า อุรค- ชาติผู้มีเดชสูง มหาชนเขาร้องเรียกสัตว์นั้นว่า นาค บุรุษคนนี้จับนาค นั้นมาต้องการเลี้ยงชีพ นาคนั่นแหละเป็นสามีของหม่อมฉัน ขอพระ- องค์ได้ทรงพระกรุณาโปรดปล่อยนาคนั้นเสียจากที่คุมขังเถิด เพคะ.

ดูกรนางนาคกัญญา นาคราชนี้ประกอบไปด้วยกำลังอันแรงกล้า ไฉนจึง มาถึงเงื้อมมือของชายวณิพกได้เล่า เราจะใคร่รู้ถึงการที่นาคราชถูกกระทำ จนถูกจับมาได้ ขอท่านจงบอกความข้อนั้นแก่เราเถิด?

แท้จริง นาคราชนั้นประกอบด้วยกำลังอันแรงกล้า พึงทำแม้นครให้เป็น ภัสมธุลีไปได้ แต่เพราะนาคราชนั้น เคารพ นบนอบธรรม ฉะนั้น จึงได้ บากบั่นบำเพ็ญตบะ.

ข้าแต่พระราชา นาคราชอธิษฐานรักษาอุโบสถในดิถีที่ ๑๔ และดิถีที่ ๑๕ นอนอยู่ใกล้ทางสี่แพร่ง บุรุษหมองูจับนาคราชนั้นมาต้องการเลี้ยงชีพ นาคราชนี้เป็นสามีของหม่อมฉัน ขอพระองค์ได้ทรงพระกรุณาโปรด ปล่อยนาคราชนั้นจากที่คุมขังเถิด เพคะ.

สนมนารีถึงหมื่นหกพันนาง ล้วนสวมใส่กุณฑลแก้วมณี บันดาลวารี เป็นห้องไสยาสน์ แม้สนมนารีเหล่านั้นก็ยึดถือนาคราชนั้นเป็นที่พึ่ง. ขอพระองค์ได้ทรงพระกรุณาโปรดปล่อยนาคราชนั้นโดยธรรม ปราศจาก กรรมอันสาหัสเถิด ด้วยบ้านส่วยร้อยบ้าน ทองร้อยแท่ง และโคร้อย ตัว ขอนาคราชผู้ต้องการบุญ จงเหยียดกายตรงเที่ยวไป จงพ้นจากที่ คุมขังเถิด เพคะ.

เราจะปล่อยนาคราชนี้ไปโดยธรรม ปราศจากกรรมอันสาหัส ด้วยบ้านส่วย ร้อยบ้าน ทองคำร้อยแท่ง โคร้อยตัว นาคราชผู้ต้องการบุญ จงเหยียด กายตรงเที่ยวไป จงพ้นจากที่คุมขัง. ดูกรนายพราน ฉันจะให้ทอง ๑๐๐ แท่ง กุณฑลแก้วมณีราคามาก บัลลังก์ สี่เหลี่ยมสีดังดอกผักตบ ภรรยารูปงาม ๒ คน และโคอุสุภะ ๑๐๐ ตัว แก่ท่าน ขอนาคราชตัวต้องการบุญ จงเหยียดกายตรงเที่ยวไป จงพ้นจาก ที่คุมขังเถิด.

ข้าแต่พระองค์ผู้เป็นจอมประชาชน แม้จะมิทรงพระราชทานสิ่งไรเลย เพียงแต่รับสั่งให้ปล่อยเท่านั้น ข้าพระพุทธเจ้าก็จะปล่อยนาคราชนั้น จากที่คุมขังทันที ขอนาคราชตัวต้องการบุญ จงเหยียดกายตรงเที่ยวไป จงพ้นจากที่คุมขังเถิด.

จัมเปยยนาคราชหลุดพ้นได้แล้ว จึงกราบทูลพระราชาว่า ข้าแต่พระเจ้า กาสิกราช ข้าพระพุทธเจ้าขอถวายบังคมพระองค์ ข้าแต่พระองค์ผู้ทรง ผดุงกาสิกรัฐให้รุ่งเรือง ข้าพระพุทธเจ้าขอถวายบังคมพระองค์ ข้าพระ- พุทธเจ้าประนมอัญชลีแด่พระองค์ ขอเชิญเสด็จทอดพระเนตรนิเวศน์ ของข้าพระพุทธเจ้าเถิด พระเจ้าข้า.

ดูกรนาคราช แท้จริง คนทั้งหลายเขากล่าวถึงเหตุที่มนุษย์จะพึงคุ้นเคย กับอมนุษย์ว่า พึงคุ้นเคยกันได้ยาก ก็ถ้าท่านขอร้องเราถึงเรื่องนั้น เรา ก็อยากจะไปดูนิเวศน์ของท่าน.

ข้าแต่พระราชา ถึงแม้ว่า ลมจะพึงพัดภูเขาไปก็ดี พระจันทร์ และพระ อาทิตย์จะพึงเผาผลาญแผ่นดินก็ดี แม่น้ำทุกสายพึงไหลทวนกระแสก็ดี ถึงกระนั้น ข้าพระพุทธเจ้าก็จะไม่กล่าวคำเท็จเลย. ข้าแต่พระราชา ท้องฟ้า จะทำลายไป ทะเลจะเหือดแห้งไป มหาปฐพีมีนามว่าภูตธราและพสุนธรา จะพึงม้วนได้ เมรุบรรพตอันหนาแน่นด้วยศิลาจะพึงถอนไปทั้งราก ถึง กระนั้น ข้าพระพุทธเจ้าจะไม่กล่าวคำเท็จเลย.

ดูกรนาคราช แท้จริง คนทั้งหลายเขากล่าวถึงเหตุที่มนุษย์จะพึงคุ้นเคย กับอมนุษย์ว่า พึงคุ้นเคยกันได้ยาก ก็ถ้าท่านขอร้องเราถึงเรื่องนั้น เรา ก็อยากจะไปดูนิเวศน์ของท่าน.

ท่านเป็นผู้มีพิษร้ายแรงยิ่ง มีเดชมาก ทั้งโกรธง่าย ท่านหลุดพ้นจากที่ คุมขังไปได้ก็เพราะเหตุแห่งเรา ท่านควรจะรู้คุณที่เราทำให้แก่ท่าน.

ข้าพระพุทธเจ้าถูกคุมขังอยู่ในตะกร้า เกือบจะถึงความตาย จักไม่รู้จัก อุปการคุณที่พระองค์ทรงกระทำแล้วเช่นนั้น ก็ขอให้ข้าพระพุทธเจ้าจง หมกไหม้อยู่ในนรกอันแสนร้ายกาจ อย่าได้รับความสำราญกายสักหน่อย หนึ่งเลย.

คำปฏิญาณของท่านนั้น จงเป็นคำสัตย์จริง ท่านอย่าได้มีความโกรธ อย่า ผูกโกรธไว้ อนึ่ง ขอสุบรรณทั้งหลายจงละเว้นนาคสกุลของท่านทั้งมวล เหมือนไฟในฤดูร้อน ฉะนั้น.

ข้าแต่พระองค์ผู้เป็นจอมประชาชน พระองค์ทรงเอ็นดูนาคสกุล เหมือน มารดาผู้เอ็นดูบุตรคนเดียวผู้เป็นสุดที่รัก ฉะนั้น. ข้าพระพุทธเจ้ากับ นาคสกุล จะขอกระทำเวยยาวฏิกกรรมอย่างยอดยิ่งแด่พระองค์.

เจ้าพนักงานรถ จงตระเตรียมราชรถอันงามวิจิตร จงเทียมอัสดรอันเกิด ในกัมโพชกรัฐซึ่งฝึกหัดอย่างดีแล้ว และเจ้าพนักงานช้างจงผูกช้างตัว ประเสริฐทั้งหลาย ให้งามไปด้วยสุวรรณหัตถาภรณ์ เราจะไปดูนิเวศน์ ของนาคราช.

พนักงานเภรี ตะโพน บัณเฑาะว์ และแตรสังข์ของพระเจ้าอุคคเสนราช มาพร้อมหน้ากัน พระราชาทรงแวดล้อมด้วยสนมนารี เสด็จไปในท่าม กลางหมู่สนมนารีงามสง่ายิ่งนัก.

พระเจ้ากาสีวัฒนราช ได้ทอดพระเนตรเห็นภูมิภาคอันงามวิจิตรลาดแล้ว ด้วยทรายทองทั้งสุวรรณปราสาทก็ปูลาดไปด้วยแผ่นกระดานแก้วไพฑูรย์. พระองค์เสด็จเข้าไปสู่นิเวศน์ของจัมเปยยนาคราชอันประดับประดาแล้ว งามโอภาสดุจแสงพระอาทิตย์ มีรัศมีดังสายฟ้าในกลุ่มเมฆ พระเจ้า กาสิกราชทรงทอดพระเนตรจนทั่วนิเวศน์ของจัมเปยยนาคราช อันดาดาษ ไปด้วยรุกขชาตินานาชนิด หอมฟุ้งไปด้วยกลิ่นทิพย์ต่างๆ เมื่อพระเจ้า กาสิกราชเสด็จเข้าไปในนิเวศน์ของจัมเปยยนาคราช ทิพยดนตรีก็บรรเลง และเหล่านางนาคกัญญาต่างก็ฟ้อนรำขับร้องถวาย. พระเจ้ากาสิกราช เสด็จขึ้นนิเวศน์ ซึ่งมีหมู่นางนาคกัญญาตามเสด็จ ทรงพอพระทัยประทับ นั่งบนพระแท่นทองอันมีพนัก ไล้ทาด้วยแก่นจันทน์ทิพย์.

พระเจ้ากาสิกราชนั้น ครั้นเสวยสมบัติและทรงรื่นรมย์อยู่ในนาคพิภพ นั้นแล้ว ได้ตรัสถามจัมเปยยนาคราชว่า วิมานอันประเสริฐของท่าน เหล่านี้ มีรัศมีดังพระอาทิตย์งามผุดผ่อง วิมานเช่นนี้ไม่มีในมนุษยโลก ดูกรพญานาคราช ท่านบำเพ็ญตบะธรรมเพื่อประโยชน์อะไร? นาง นาคกัญญาเหล่านั้นล้วนสวมใส่กำไลทอง นุ่งห่มเรียบร้อย มีนิ้วมือกลม กลึง ฝ่ามือฝ่าเท้าแดงงาม ผิวพรรณไม่ทราม พากันยกทิพยปานะถวาย ให้พระองค์ทรงเสวย เหล่านารีเช่นนี้จะได้มีอยู่ในมนุษยโลกก็หาไม่ ดูกรพญานาคราช ท่านบำเพ็ญตบะธรรมเพื่อประโยชน์อะไร? อนึ่ง มหา นทีอันชุ่มชื่น ดาษดื่นไปด้วยปลาที่มีเกล็ดนานาชนิด มีนกเงือกร่ำร้อง อยู่อึงมี่ มีท่าราบเรียบ แม่น้ำเช่นนี้จะได้มีอยู่ในมนุษยโลกก็หาไม่ ดูกร พระยานาคราช ท่านบำเพ็ญตบะธรรมเพื่อประโยชน์อะไร? ฝูงนก กระเรียน ฝูงนกยูง ฝูงหงส์ และฝูงนกดุเหว่าทิพย์ ร่ำร้องเสียงไพเราะ จับใจ ต่างก็โผผินบินจับอยู่บนต้นไม้ ทิพยสกุณาเช่นนี้จะได้มีใน มนุษยโลกก็หาไม่ ดูกรพญานาคราช ท่านบำเพ็ญตบะธรรมเพื่อ ประโยชน์อะไร? ต้นมะม่วง ต้นสาละ หมากเม่าควาย ต้นหว้า ต้นราชพฤกษ์ และแคฝอย ผลิดอกออกผลเป็นพวงๆ ทิพยรุกขชาติ เช่นนี้จะได้มีอยู่ในมนุษยโลกก็หาไม่ ดูกรพระยานาคราช ท่านบำเพ็ญ ตบะธรรมเพื่อประโยชน์อะไร? อนึ่ง ทิพยสุคนธ์รอบๆ สระโบกขรณี เหล่านี้ หอมฟุ้งอยู่เป็นนิตย์ ทิพยสุคนธ์เช่นนี้จะได้มีอยู่ในมนุษยโลก ก็หาไม่ ดูกรพญานาคราช ท่านบำเพ็ญตบะธรรมเพื่อประโยชน์อะไร?

ข้าแต่พระองค์ผู้เป็นจอมประชาชน ข้าพระพุทธเจ้าบำเพ็ญตบะธรรม เพราะเหตุแห่งบุตรทรัพย์ หรือแม้เพราะเหตุแห่งอายุก็หาไม่ แต่เพราะ ข้าพระพุทธเจ้าปรารถนากำเนิดมนุษย์ ฉะนั้น จึงได้บากบั่นบำเพ็ญตบะ ธรรม.

ท่านมีดวงเนตรแดง มีรัศมีส่องแสงสว่าง ประดับตกแต่งแล้ว ปลงเกสา และมัสสุแล้ว ประพรมด้วยจุรณจันทน์แดง ฉายแสงไปทั่วทิศ ดัง คนธรรพราช ฉะนั้น. ท่านเป็นผู้ประกอบด้วยเทวฤทธิ์ มีอานุภาพมาก เพรียบพร้อมไปด้วยสรรพกามารมณ์ ดูกรพระยานาคราช เราขอถาม เนื้อความนี้กะท่าน มนุษยโลกประเสริฐกว่านาคพิภพนี้ ด้วยเหตุไร?

ข้าแต่พระองค์ผู้เป็นจอมประชาชน เว้นมนุษยโลกเสียแล้ว ความบริสุทธิ์ หรือความสำรวมย่อมไม่มีเลย ข้าพระพุทธเจ้าบำเพ็ญตบะธรรมด้วยตั้งใจ ว่า เราได้กำเนิดมนุษย์แล้วจักทำที่สุดแห่งชาติและมรณะได้.

ชนเหล่าใด มีปัญญา เป็นพหูสูต ตรึกตรองเหตุการณ์ถี่ถ้วนมาก ชน เหล่านั้น ควรคบหาแท้ทีเดียว ดูกรพระยานาคราช เราได้เห็นนางนาค กัญญาทั้งหลายของท่าน และตัวท่านแล้ว จักทำบุญให้มาก.

ชนเหล่าใด มีปัญญา เป็นพหูสูต ตรึกตรองเหตุการณ์ถี่ถ้วนมาก ชน เหล่านั้นควรคบหาแท้ทีเดียว ข้าแต่พระมหาราชา พระองค์ได้ทอดพระ- เนตรเห็นนางนาคกัญญา และตัวข้าพระพุทธเจ้าแล้ว ขอจงทรงบำเพ็ญ บุญให้มากเถิด.

กองเงิน และกองทองของข้าพระพุทธเจ้านี้มากมาย สูงประมาณเท่า ต้นตาล พระองค์จงรับสั่งให้พวกราชบุรุษขนไปจากนาคพิภพนี้ แล้วจง รับสั่งให้สร้างพระราชวังด้วยทองคำ ให้สร้างกำแพงด้วยเงินเถิด. นี้ กองแก้วมุกดาอันเจือปนด้วยแก้วไพฑูรย์ห้าพันเล่มเกวียน พระองค์ จงรับสั่งให้ราชบุรุษขนไปจากนาคพิภพนี้ แล้วให้ลาดลง ณ ภูมิภาค ภายในพระราชฐาน ภูมิภาคภายในพระราชฐานก็จักปราศจากเปือกตม และละอองธุลี. ข้าแต่พระราชาผู้ประเสริฐ ผู้ทรงพระปรีชาอันล้ำเลิศ ขอพระองค์โปรดเสวยราชสมบัติ ครอบครองพระนครพาราณสีอันมั่งคั่ง สมบูรณ์ สง่างามล้ำเลิศ ดุจทิพยวิมานเห็นปานฉะนี้เถิด พระเจ้าข้า. จบ จัมเปยยชาดกที่ ๑๐.

Editions used and their licences

พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ

pli-siamrath · Public domain (term expired) — operator determination · evidence checked 2026-08-25

ฉบับสยามรัฐ จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๔๖๘–๒๔๗๑ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง

th-chabab-luang · Public domain (term expired) — operator determination · evidence checked 2026-08-24

ฉบับหลวง จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๕๑๔ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย