อโยนิโสสูตร
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
บาลีและคำแปล
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๐ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๒ อังคุตตรนิกาย เอก-ทุก-ติกนิบาต อโยนิโสสูตร
๕ ตีหิ ภิกฺขเว ธมฺเมหิ สมนฺนาคโต พาโล เวทิตพฺโพ กตเมหิ ตีหิ อโยนิโส ปญฺหํ กตฺตา โหติ อโยนิโส ปญฺหํ วิสฺสชฺเชตา โหติ ปรสฺส โข ปน โยนิโส ปญฺหํ วิสฺสชฺชิตํ ปริมณฺฑเลหิ ปทพฺยญฺชเนหิ สิลิฏฺเฐหิ อุปคเตหิ นาพฺภานุโมทิตา โหติ อิเมหิ โข ภิกฺขเว ตีหิ ธมฺเมหิ สมนฺนาคโต พาโล เวทิตพฺโพ ฯ ตีหิ ภิกฺขเว ธมฺเมหิ สมนฺนาคโต ปณฺฑิโต เวทิตพฺโพ กตเมหิ ตีหิ โยนิโส ปญฺหํ กตฺตา โหติ โยนิโส ปญฺหํ วิสฺสชฺเชตา โหติ ปรสฺส โข ปน โยนิโส ปญฺหํ วิสฺสชฺชิตํ ปริมณฺฑเลหิ ปทพฺยญฺชเนหิ สิลิฏฺเฐหิ อุปคเตหิ อพฺภานุโมทิตา โหติ อิเมหิ โข ภิกฺขเว ตีหิ ธมฺเมหิ สมนฺนาคโต ปณฺฑิโต เวทิตพฺโพติ ฯ
๕. ดูกรภิกษุทั้งหลาย บุคคลผู้ประกอบด้วยธรรม ๓ ประการพึงทราบว่าเป็นคนพาล ธรรม ๓ ประการเป็นไฉน คือ ตั้งปัญหาโดยไม่แยบคาย ๑เฉลยปัญหาโดยไม่แยบคาย ๑ ไม่อนุโมทนาปัญหาที่ผู้อื่นเฉลยโดยแยบคายด้วยบทพยัญชนะที่เหมาะสม สละสลวย เข้ารูป ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลาย บุคคลผู้ประกอบด้วยธรรม ๓ ประการนี้แล พึงทราบว่าเป็นคนพาล ดูกรภิกษุทั้งหลายบุคคลผู้ประกอบด้วยธรรม ๓ ประการ พึงทราบว่าเป็นบัณฑิต ธรรม ๓ ประการเป็นไฉน คือ ตั้งปัญหาโดยแยบคาย ๑ เฉลยปัญหาโดยแยบคาย ๑ อนุโมทนาปัญหาที่ผู้อื่นเฉลยโดยแยบคาย ด้วยบทพยัญชนะที่เหมาะสม สละสลวยเข้ารูป ๑ดูกรภิกษุทั้งหลาย บุคคลผู้ประกอบด้วยธรรม ๓ ประการนี้แล พึงทราบว่าเป็นบัณฑิต ฯ
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องตรงกันทั้งสองฉบับ
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๕. อโยนิโสสูตร ว่าด้วยการถาม-ตอบโดยไม่แยบคาย
ภิกษุทั้งหลาย บุคคลประกอบด้วยธรรม ๓ ประการ พึงทราบว่า เป็นคนพาล ธรรม ๓ ประการ อะไรบ้าง คือ @เชิงอรรถ : @ โทษ ในที่นี้หมายถึงความผิด(อปราธะ) (องฺ.ติก.อ. ๒/๔/๗๙) @ ดูความเต็มข้อ ๓ ติกนิบาตในเล่มนี้
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๐ หน้า : ๑๔๓}
พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย ติกนิบาต [๑. ปฐมปัณณาสก์] ๑. พาลวรรค ๖. อกุสลสูตร ๑. ตั้งปัญหาโดยไม่แยบคาย ๒. ตอบปัญหาโดยไม่แยบคาย ๓. ไม่ชื่นชมยินดีปัญหาที่ผู้อื่นตอบโดยแยบคายด้วยบทพยัญชนะที่ เหมาะสม สละสลวย เข้ารูป บุคคลประกอบด้วยธรรม ๓ ประการนี้แล พึงทราบว่า เป็นคนพาล บุคคลประกอบด้วยธรรม ๓ ประการ พึงทราบว่า เป็นบัณฑิต ธรรม ๓ ประการ อะไรบ้าง คือ ๑. ตั้งปัญหาโดยแยบคาย ๒. ตอบปัญหาโดยแยบคาย ๓. ชื่นชมยินดีปัญหาที่ผู้อื่นตอบโดยแยบคายด้วยบทพยัญชนะที่ เหมาะสม สละสลวย เข้ารูป บุคคลประกอบด้วยธรรม ๓ ประการนี้แล พึงทราบว่า เป็นบัณฑิต เพราะเหตุนั้น ฯลฯ อโยนิโสสูตรที่ ๕ จบ
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
อรรถกถาอโยนิโสสูตรที่ ๕
พึงทราบวินิจฉัยในอโยนิโสสูตรที่ ๕ ดังต่อไปนี้ :-
บทว่า อโยนิโส ปญฺหํ กตฺตา โหติ ความว่า คนพาลย่อมทำสิ่งที่ไม่เป็นปัญหานั่นแลให้เป็นปัญหา เพราะคิดไม่ถูกวิธี เหมือนพระโลฬุทายีเถระ เมื่อถูกถามว่า อุทายี ที่ตั้งของอนุสติมีเท่าไรหนอแล ก็คิดว่าขันธ์ที่เคยอาศัยอยู่ในภพก่อนจักเป็นที่ตั้งของอนุสติ ดังนี้แล้ว ทำสิ่งที่ไม่เป็นปัญหาให้เป็นปัญหาฉะนั้น.
บทว่า อโยนิโส ปญฺหํ วิสชฺเชตา โหติ ความว่า ก็คนพาลแม้เมื่อจะวิสัชนาปัญหาที่คิดได้อย่างนี้ ก็กลับวิสัชนาโดยไม่แยบคาย คล้ายพระเถระนั้นนั่นแล โดยนัยมีอาทิว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ภิกษุในธรรมวินัยนี้ย่อมระลึกถึงขันธ์ที่อาศัยอยู่ในภพก่อนได้มากมาย คือระลึกได้ชาติหนึ่งบ้าง คือย่อมกล่าวสิ่งที่ไม่เป็นปัญหานั่นแล ว่าเป็นปัญหา.
____________________________
ปาฐะว่า จินฺติตํ ปุน ฉบับพม่าเป็น เอวํ จินฺติตํ ปน แปลตามฉบับพม่า.
ในบทว่า ปริมณฺฑเลหิ ปทพฺยญฺเนหิ นี้ พึงทราบวินิจฉัยดังต่อไปนี้
บทนั่นแล ชื่อว่าบทพยัญชนะ เพราะทำความหมายให้ปรากฏ บทพยัญชนะนั้นที่กล่าวทำอักษรให้บริบูรณ์ ไม่ให้เสียความหมายของพยัญชนะ ๑๐ อย่าง ชื่อว่าเป็นปริมณฑล (กลมกลืน). อธิบายว่า ด้วยบทพยัญชนะเห็นปานนี้.
บทว่า สิลิฏฺเฐหิ ได้แก่ ที่ชื่อว่าสละสลวย เพราะมีบทอันสละสลวย.
บทว่า อุปคเตหิ ได้แก่ เข้าถึงผลและเหตุ.
บทว่า นาพฺภนุโมทิตา ความว่า คนพาลย่อมไม่อนุโมทนา คือไม่ยินดีปัญหาของบุคคลอื่นที่วิสัชนาโดยแยบคายอย่างนี้ คือที่วิสัชนาทำให้สมบูรณ์ด้วยอาการทุกอย่าง. เหมือนพระโลฬุทายีเถระไม่อนุโมทนาปัญหาของพระสารีบุตร ฉะนั้น.
____________________________
ปาฐะว่า นาพฺภนุโมทิตา เป็นบาลีเดิม แต่ในอรรถกถาเป็น นาภินุโมทติ.
เหมือนอย่างที่ท่านกล่าวไว้ว่า
อาวุโสสารีบุตร ไม่ใช่ฐานะ ไม่ใช่โอกาสเลยที่พระอนาคามีนั้น ล่วงเลยความเป็นสหายของเหล่าเทพผู้มีกวฬิงการาหารเป็นภักษา เข้าถึงหมู่เทพที่เป็นมโนมยะหมู่ใดหมู่หนึ่งแล้ว จะพึงเข้าสัญญาเวทยิตนิโรธก็ได้ จะพึงออกจากสัญญาเวทยิตนิโรธก็ได้ ฐานะนี้ไม่มีเลย.
____________________________
องฺ.ปญฺจก. เล่ม ๒๒/ข้อ ๑๖๖
ในคำว่า โยนิโส ปญฺหํ กตฺตา เป็นต้น พึงทราบวินิจฉัยดังต่อไปนี้
บัณฑิตคิดปัญหาโดยแยบคายแล้วย่อมวิสัชนาปัญหาโดยแยบคาย เหมือนพระอานนทเถระฉะนั้น. เป็นความจริง พระเถระถูกพระศาสดาตรัสถามว่า ดูก่อนอานนท์ ที่ตั้งของอนุสติมีเท่าไรหนอแล ก็คิดโดยแยบคายก่อนว่า นี้จักเป็นปัญหา เมื่อจะวิสัชนาโดยแยบคาย จึงทูลว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ภิกษุในศาสนานี้สงัดแล้วเทียวจากทั้งหลาย ฯลฯ แล้วเข้าจตุตถฌานอยู่ ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ที่ตั้งของอนุสตินี้ที่เจริญแล้วอย่างนี้ ทำให้มากแล้วอย่างนี้ ย่อมเป็นไปเพื่อความอยู่เป็นสุขในปัจจุบัน.
บทว่า อพฺภานุโมทิตา โหติ ความว่า บัณฑิตย่อมอนุโมทนาโดยแยบคาย เหมือนพระตถาคตอนุโมทนาฉะนั้น. เป็นความจริง พระตถาคตเมื่อพระอานนทเถระวิสัชนาปัญหาแล้ว ก็ตรัสพระดำรัสมีอาทิว่า ดีแล้ว ดีแล้ว อานนท์ ถ้าอย่างนั้น อานนท์ เธอจงทรงจำที่ตั้งแห่งอนุสติที่ ๖ นี้ไว้เถิด อานนท์ ภิกษุในธรรมวินัยนี้มีสติก้าวไปข้างหน้า มีสติถอยหลังกลับ.
จบอรรถกถาอโยนิโสสูตรที่ ๕ -----------------------------------------------------