经典 · พระสุตตันตปิฎก · เล่ม ๒๖ · ขุททกนิกาย วิมาน-เปตวัตถุ เถร-เถรีคาถา
This collection answers by quoting only — editions are set side by side, never summarised, interpreted, or scored for reliability
经典 · พระสุตตันตปิฎก · เล่ม ๒๖ · ขุททกนิกาย วิมาน-เปตวัตถุ เถร-เถรีคาถา
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · Public domain (term expired) — operator determination
巴利文与译文
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๖ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๘ ขุททกนิกาย วิมาน-เปตวัตถุ เถร-เถรีคาถา ๓. มหาปันถกเถรคาถา คาถาสุภาษิตของพระมหาปันถกเถระ
|๓๖๘.๕๑๐| ๓ ยทา ปฐมมทฺทกฺขึ สตฺถารมกุโตภยํ ตโต เม อหุ สํเวโค ปสฺสิตฺวา ปุริสุตฺตมํ ฯ |๓๖๘.๕๑๑| สิรึ หตฺเถหิ ปาเทหิ โย ปณาเมยฺย อาคตํ เอตาทิสํ โส สตฺถารํ อาราเธตฺวา วิราธเย ฯ |๓๖๘.๕๑๒| ตทาหํ ปุตฺตทารญฺจ ธนธญฺญญฺจ ฉฑฺฑยึ เกสมสฺสูนิ เฉเทตฺวา ปพฺพชึ อนคาริยํ ฯ |๓๖๘.๕๑๓| สิกฺขาสาชีวสมฺปนฺโน อินฺทฺริเยสุ สุสํวุโต นมสฺสมาโน สมฺพุทฺธํ วิหาสึ อปราชิโต ฯ |๓๖๘.๕๑๔| ตโต เม ปณิธี อาสิ เจตโส อภิปตฺถิโต น นิสีเท มุหุตฺตมฺปิ ตณฺหาสลฺเล อนูหเต ฯ |๓๖๘.๕๑๕| ตสฺส เมวํ วิหรโต ปสฺส วิริยปรกฺกมํ ติสฺโส วิชฺชา อนุปฺปตฺตา กตํ พุทฺธสฺส สาสนํ ฯ |๓๖๘.๕๑๖| ปุพฺเพนิวาสํ ชานามิ ทิพฺพจกฺขุํ วิโสธิตํ อรหา ทกฺขิเณยฺโยมฺหิ วิปฺปมุตฺโต นิรูปธิ ฯ |๓๖๘.๕๑๗| ตโต รตฺยา วิวสเน สุริยสฺสุคฺคมนํ ปติ สพฺพํ ตณฺหํ วิโสเสตฺวา ปลฺลงฺเกน อุปาวิสินฺติ ฯ มหาปนฺถโก เถโร ฯ อุทฺทานํ มหากจฺจายโน เถโร สิริมิตฺโต มหาปนฺถโก ตโย อฏฺฐนิปาตมฺหิ คาถาโย จตุวีสตีติ ฯ อฏฺฐกนิปาโต นิฏฺฐิโต ฯ ---------------
เมื่อใด เราได้เห็นพระศาสดาผู้ปลอดภัยเป็นครั้งแรก เมื่อนั้น ความสลดใจได้เกิดมีแก่เรา เพราะได้เห็นพระศาสดาผู้อุดมบุรุษ ผู้ใด นอบน้อมพระศาสดาผู้ทรงศิริ ที่พระบาทด้วยมือทั้งสอง ผู้นั้น พึงทำพระศาสดาให้ทรงยินดีโปรดปราน ครั้งนั้น เราได้ละทิ้งบุตร ภรรยา ทรัพย์ และธัญญาหาร ปลงผมและหนวดออกบวช เป็นบรรพชิต เป็นผู้ถึงพร้อมด้วยสิกขาสาชีพ สำรวมดีแล้วใน อินทรีย์ทั้งหลาย ถวายบังคมพระสัมพุทธเจ้า เป็นผู้ไม่พ่ายแพ้ ต่อมาร ครั้งนั้น ความตั้งใจปรารถนาสำเร็จแก่เรา เราไม่ได้ นั่งอยู่เปล่าแม้เพียงครู่เดียว ในเมื่อยังถอนลูกศรคือตัณหาขึ้นไม่ได้ ขอจงดูความเพียร ความบากบั่นของเราผู้อยู่ด้วยความตั้งใจอย่างนั้น เราได้บรรลุวิชชา ๓ คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้าเราได้ทำเสร็จแล้ว เราระลึกชาติก่อนๆ ได้ ได้ชำระทิพยจักษุหมดจดแล้ว เป็น พระอรหันต์ผู้ควรแก่ทักษิณา หลุดพ้นแล้ว ไม่มีอุปธิ ต่อเมื่อ ราตรีสิ้นไปแล้ว พระอาทิตย์อุทัยขึ้นมา เราทำตัณหาทั้งปวงให้เหือด แห้งไป จึงเข้าไปสู่ภายในกุฎี โดยบัลลังก์. ----------------------------------------------------- พระเถระ ๓ องค์ ได้กล่าวคาถาไว้ในอัฏฐกนิบาตองค์ละ ๘ คาถา รวมเป็น ๒๔ คาถา คือ ๑. พระมหากัจจายนเถระ ๒. พระสิริมิตตเถระ ๓. พระมหาปันถกเถระ จบ อัฏฐกนิบาต. -----------------------------------------------------