This collection answers by quoting only — editions are set side by side, never summarised, interpreted, or scored for reliability

经典 · พระสุตตันตปิฎก ·

เล่ม ๒๖ · ขุททกนิกาย วิมาน-เปตวัตถุ เถร-เถรีคาถา

本册其他条目

๑. ปิฐวิมาน ที่ ๑๒. ปิฐวิมาน ที่ ๒๓. ปิฐวิมาน ที่ ๓๔. ปิฐวิมาน ที่ ๔๕. กุญชรวิมาน๖. นาวาวิมาน ที่ ๑๗. นาวาวิมาน ที่ ๒๘. นาวาวิมาน ที่ ๓๙. ปทีปวิมาน๑๐. ติลทักขิณวิมาน๑๑. ปติพพตาวิมาน ที่ ๑๑๒. ปติพพตาวิมาน ที่ ๒๑๓. สุณิสาวิมาน ที่ ๑๑๔. สุณิสาวิมาน ที่ ๒๑๕. อุตตราวิมาน๑๖. สิริมาวิมาน๑๗. เปสการิยวิมาน๑. ทาสีวิมาน๒. ลขุมาวิมาน๓. อาจามทายิกาวิมาน๔. จัณฑาลิวิมาน๕. ภัททิตถิกาวิมาน๖. โสณทินนาวิมาน๗. อุโบสถวิมาน๘. สุนิททาวิมาน๙. สุทินนาวิมาน๑๐. ภิกษาทายิกาวิมาน ที่ ๑๑๑. ภิกษาทายิกาวิมาน ที่ ๒๑. อุฬารวิมาน๒. อุจฉุวิมาน๓. ปัลลังกวิมาน๔. ลตาวิมาน๕. คุตติลวิมาน๖. ทัททัลลวิมาน๗. เสสวดีวิมาน๘. มัลลิกาวิมาน๙. วิสาลักขิวิมาน๑๐. ปาริฉัตตกวิมาน๑. มัญชิฏฐกวิมาน๒. ปภัสสรวิมาน๓. นาควิมาน๔. อโลมวิมาน๕. กัญชกทายิกาวิมาน๖. วิหารวิมาน๗. จตุริตถีวิมาน๘. อัมพวิมาน๙. ปีตวิมาน๑๐. อุจฉุวิมาน๑๑. วันทนวิมาน๑๒. รัชชุมาลาวิมาน๑. มัณฑุกเทวปุตตวิมาน๒. เรวดีวิมาน๓. ฉัตตมาณวกวิมาน๔. กักกฏรสทายกวิมาน๕. ทวารปาลกวิมาน๖. กรณียวิมาน ที่ ๑๗. กรณียวิมาน ที่ ๒๘. สูจิวิมาน ที่ ๑๙. สูจิวิมาน ที่ ๒๑๐. นาควิมาน ที่ ๑๑๑. นาควิมาน ที่ ๒๑๒. นาควิมาน ที่ ๓๑๓. จูฬรถวิมาน๑๔. มหารถวิมาน๑. อาคาริยวิมาน ที่ ๑๒. อาคาริยวิมาน ที่ ๒๓. ผลทายกวิมาน๔. อุปัสสยทายกวิมาน ที่ ๑๕. อุปัสสยทายกวิมาน ที่ ๒๖. ภิกขาทายกวิมาน๗. ยวปาลกวิมาน๘. กุณฑลีวิมาน ที่ ๑๙. กุณฑลีวิมาน ที่ ๒๑๐. อุตตรวิมาน๑. จิตตลดาวิมาน๒. นันทนวิมาน๓. มณิถูณวิมาน๔. สุวรรณวิมาน๕. อัมพวิมาน๖. โคปาลวิมาน๗. กัณฐกวิมาน๘. อเนกวัณณวิมาน๙. มัฏฐกุณฑลีวิมาน๑๐. เสริสสกวิมาน๑๑. สุนิกขิตตวิมาน๑. เขตตูปมาเปตวัตถุ๒. สูกรเปตวัตถุ๓. ปูตีมุขเปตวัตถุ๔. ปิฏฐธีตลิกเปตวัตถุ๕. ติโรกุฑฑเปตวัตถุ๖. ปัญจปุตตขาทิกเปตวัตถุ๗. สัตตปุตตขาทิกเปตวัตถุ๘. โคณเปตวัตถุ๙. มหาเปสการเปตวัตถุ๑๐. ขลาตยเปตวัตถุ๑๑. นาคเปตวัตถุ๑๒. อุรคเปตวัตถุ๑. สังสารโมจกเปตวัตถุ๒. สารีปุตตเถรมาตุเปติวัตถุ๓. มัตตาเปติวัตถุ๔. นันทาเปตวัตถุ๕. มัฏฐกุณฑลิเปตวัตถุ๖. กัณหเปตวัตถุ๗. ธนปาลเปตวัตถุ๘. จูฬเสฏฐีเปตวัตถุ๙. อังกุรเปตวัตถุ๑๐. อุตตรมาตุเปตวัตถุ๑๑. สุตตเปตวัตถุ๑๒. กรรณมุณฑเปตวัตถุ๑๓. อุพพรีเปตวัตถุ๑. อภิชชมานเปตวัตถุ๒. สานุวาสีเถรเปตวัตถุ๓. รถการีเปตวัตถุ๔. ภุสเปตวัตถุ๕. กุมารเปตวัตถุ๖. เสรินีเปตวัตถุ๗. มิคลุททกเปตวัตถุ ที่ ๑๘. มิคลุททกเปตวัตถุ ที่ ๒๙. กูฏวินิจฉยกเปตวัตถุ๑๐. ธาตุวิวัณณเปตวัตถุ๑. อัมพสักขรเปตวัตถุ๒. เสริสสกเปตวัตถุ๓. นันทิกาเปตวัตถุ๔. เรวดีเปตวัตถุ๕. อุจฉุเปตวัตถุ๖. กุมารเปตวัตถุ๗. ราชปุตตเปตวัตถุ๘. คูถขาทิกเปตวัตถุ ที่ ๑๙. คูถขาทิกเปตวัตถุ ที่ ๒๑๐. คณเปตวัตถุ๑๑. ปาฏลีปุตตเปตวัตถุ๑๒. อัมพวนเปตวัตถุ๑๓. อักขรุกขเปตวัตถุ๑๔. โภคสังหรเปตวัตถุ๑๕. เสฏฐิปุตตเปตวัตถุ๑๖. สัฏฐีกูฏสหัสสเปตวัตถุว่าด้วยคาถาสุภาษิต ในเอกกนิบาต วรรคที่ ๑๑. สุภูติเถรคาถา๒. มหาโกฏฐิตเถรคาถา๓. กังขาเรวตเถรคาถา๔. ปุณณมันตานีปุตตเถรคาถา๕. ทัพพเถรคาถา๖. สีตวนิยเถรคาถา๗. ภัลลิยเถรคาถา๘. วีรเถรคาถา๙. ปิลินทวัจฉเถรคาถา๑๐. ปุณณมาสเถรคาถา๑. จูฬวัจจฉเถรคาถา๒. มหาวัจฉเถรคาถา๓. วนวัจฉเถรคาถา๔. วนวัจฉสามเณรคาถา๕. กุณฑธานเถรคาถา๖. เพลัฏฐสีสเถรคาถา๗. ทาสกเถรคาถา๘. สิงคาลปิตาเถรคาถา๙. กุฬเถรคาถา๑๐. อชิตเถรคาถา๑. นิโครธเถรคาถา๒. จิตตกเถรคาถา๓. โคสาลเถรคาถา๔. สุคันธเถรคาถา๕. นันทิยเถรคาถา๖. อภัยเถรคาถา๗. โลมสกังคิยเถรคาถา๘. ชัมพุคามิกปุตตเถรคาถา๙. หาริตเถรคาถา๑๐. อุตติยเถรคาถา๑. คหุรตีริยเถรคาถา๒. สุปปิยเถรคาถา๓. โสปากเถรคาถา๔. โปสิยเถรคาถา๕. สามัญญกานิเถรคาถา๖. กุมาปุตตเถรคาถา๗. กุมาปุตตเถรสหายกเถรคาถา๘. ควัมปติเถรคาถา๙. ติสสเถรคาถา๑๐. วัฑฒมานเถรคาถา๑. สิริวัฑฒเถรคาถา๒. ขทิรวนิยเถรคาถา๓. สุมังคลเถรคาถา๔. สานุเถรคาถา๕. รมนียวิหารีเถรคาถา๖. สมิทธิเถรคาถา๗. อุชชยเถรคาถา๘. สัญชยเถรคาถา๙. รามเณยยกเถรคาถา๑๐. วิมลเถรคาถา๑. โคธิกเถรคาถา๒. สุพาหุเถรคาถา๓. วัลลิยเถรคาถา๔. อุตติยเถรคาถา๕. อัญชนาวนิยเถรคาถา๖. กุฏิวิหารีเถรคาถา๗. กุฏิวิหารีเถรคาถา๘. รมณียกุฏิกเถรคาถา๙. โกสัลลวิหารีเถรคาถา๑๐. สีวลีเถรคาถา๑. วัปปเถรคาถา๒. วัชชีปุตตกเถรถาคา๓. ปักขเถรคาถา๔. วิมลโกณฑัญญเถรคาถา๕. อุกเขปกฏวัจฉเถรคาถา๖. เมฆิยเถรคาถา๗. เอกธรรมสวนิยเถรคาถา๘. เอกุทนิยเถรคาถา๙. ฉันนเถรคาถา๑๐. ปุณณเถรคาถา๑. วัจฉปาลเถรคาถา๒. อาตุมเถรคาถา๓. มาณวเถรคาถา๔. สุยามนเถรคาถา๕. สุสารทเถรคาถา๖. ปิยัญชหเถรคาถา๗. หัตถาโรหปุตตเถรคาถา๘. เมณฑสิรเถรคาถา๙. รักขิตเถรคาถา๑๐. อุคคเถรคาถา๑. สมิติคุตตเถรคาถา๒. กัสสปเถรคาถา๓. สีหเถรคาถา๔. นีตเถรคาถา๕. สุนาคเถรคาถา๖. นาคิตเถรคาถา๗. ปวิฏฐเถรคาถา๘. อัชชุนคาถา๙. เทวสภเถรคาถา๑๐. สามิทัตตเถรคาถา๑. ปริปุณณกเถรคาถา๒. วิชยเถรคาถา๓. เอรกเถรคาถา๔. เมตตชิเถรคาถา๕. จักขุปาลเถรคาถา๖. ขัณฑสุมนเถรคาถา๗. ติสสเถรคาถา๘. อภัยเถรคาถา๙. อุตติยเถรคาถา๑๐. เทวสภเถรคาถา๑. เพลัฏฐกานิเถรคาถา๒. เสตุจฉเถรคาถา๓. พันธุรเถรคาถา๔. ขิตกเถรคาถา๕. มลิตวัมภเถรคาถา๖. สุเหมันตเถรคาถา๗. ธรรมสังวรเถรคาถา๘. ธรรมสฏปิตุเถรคาถา๙. สังฆรักขิตเถรคาถา๑๐. อุสภเถรคาถา๑. เชนตเถรคาถา๒. วัจฉโคตตเถรคาถา๓. วนวัจฉเถรคาถา๔. อธิมุตตเถรคาถา๕. มหานามเถรคาถา๖. ปาราปริยเถรคาถา๗. ยสเถรคาถา๘. กิมพิลเถรคาถา๙. วัชชีปุตตเถรคาถา๑๐. อิสิทัตตเถรคาถา๑. อุตตรเถรคาถา๒. ปิณโฑลภารทวาชเถรคาถา๓. วัลลิยเถรคาถา๔. คังคาตีริยเถรคาถา๕. อชินเถรคาถา๖. เมฬชินเถรคาถา๗. ราธเถรคาถา๘. สุราธเถรคาถา๙. โคตมเถรคาถา๑๐. วสภเถรคาถา๑. มหาจุนทเถรคาถา๒. โชติทาสเถรคาถา๓. เหรัญญิกานิเถรคาถา๔. โสมมิตตเถรคาถา๕. สัพพมิตตเถรคาถา๖. มหากาลเถรคาถา๗. ติสสเถรคาถา๘. กิมพิลเถรคาถา๙. นันทเถรคาถา๑๐. สิริมาเถรคาถา๑. อุตตรเถรคาถา๒. ภัททชิเถรคาถา๓. โสภิตเถรคาถา๔. วัลลิยเถรคาถา๕. วีตโสกเถรคาถา๖. ปุณณมาสเถรคาถา๗. นันทกเถรคาถา๘. ภารตเถรคาถา๙. ภารทวาชเถรคาถา๑๐. กัณหทินนเถรคาถา๑. มิคสิรเถรคาถา๒. สิวกเถรคาถา๓. อุปวาณเถรคาถา๔. อิสิทินนเถรคาถา๕. สัมพหุลกัจจานเถรคาถา๖. ขิตณเถรคาถา๗. โสณโปฏิริยปุตตเถรคาถา๘. นิสภเถรคาถา๙. อุสภเถรคาถา๑๐. กัปปฏกุรเถรคาถา๑. กุมารกัสสปเถรคาถา๒. ธรรมปาลเถรคาถา๓. พรหมาลิเถรคาถา๔. โมฆราชเถรคาถา๕. วิสาขปัญจาลีปุตตเถรคาถา๖. จูฬกเถรคาถา๗. อนูปมเถรคาถา๘. วัชชิตเถรคาถา๙. สันธิตเถรคาถา๑. อังคณิกภารทวาชเถรคาถา๒. ปัจจยเถรคาถา๓. พากุลเถรคาถา๔. ธนิยเถรคาถา๕. มาตังคปุตตเถรคาถา๖. ขุชชโสภิตเถรคาถา๗. วารณเถรคาถา๘. ปัสสิกเถรคาถา๙. ยโสชเถรคาถา๑๐. สาฏิมัตติยเถรคาถา๑๑. อุบาลีเถรคาถา๑๒. อุตตรปาลเถรคาถา๑๓. อภิภูตเถรคาถา๑๔. โคตมเถรคาถา๑๕. หาริตเถรคาถา๑๖. วิมลเถรคาถา๑. นาคสมาลเถรคาถา๒. ภคุเถรคาถา๓. สภิยเถรคาถา๔. นันทกเถรคาถา๕. ชัมพุกเถรคาถา๖. เสนกเถรคาถา๗. สัมภูตเถรคาถา๘. ราหุลเถรคาถา๙. จันทนเถรคาถา๑๐. ธรรมิกเถรคาถา๑๑. สัปปเถรคาถา๑๒. มุทิตเถรคาถา๑. ราชทัตตเถรคาถา๒. สุภูตเถรคาถา๓. คิริมานันทเถรคาถา๔. สมุนเถรคาถา๕. วัฑฒเถรคาถา๖. นทีกัสสปเถรคาถา๗. คยากัสสปเถรคาถา๘. วักกลิเถรคาถา๙. วิชิตเสนเถรคาถา๑๐. ยสทัตตเถรคาถา๑๑. โสณกุฏิกัณณเถรคาถา๑๒. โกสิยเถรคาถา๑. อุรุเวลกัสสปเถรคาถา๒. เตกิจฉกานิเถรคาถา๓. มหานาคเถรคาถา๔. กุลลเถรคาถา๕. มาลุงกยปุตตเถรคาถา๖. สัปปทาสเถรคาถา๗. กาติยานเถรคาถา๘. มิคชาลเถรคาถา๙. เชนตปุโรหิตปุตตเถรคาถา๑๐. สุมนเถรคาถา๑๑. นหาตกมุนีเถรคาถา๑๒. พรหมทัตตเถรคาถา๑๓. สิริมัณฑเถรคาถา๑๔. สัพพกามเถรคาถา๑. สุนทรสมุททเถรคาถา๒. ลกุณฏกเถรคาถา๓. ภัททเถรคาถา๔. โสปากเถรคาถา๕. สรภังเถรคาถา๑. มหากัจจายนเถรคาถา๒. สิริมิตตเถรคาถา๓. มหาปันถกเถรคาถาภูตเถรคาถา๑. กาฬุทายีเถรคาถา๒. เอกวิหาริยเถรคาถา๓. มหากัปปินเถรคาถา๔. จูฬปันถกเถรคาถา๕. กัปปเถรคาถา๖. อุปเสนวังคันตปุตตเถรคาถา๗. โคตมเถรคาถาสังกิจจเถรคาถา๑. สีลวเถรคาถา๒. สุนีตเถรคาถาโสณโกฬิวิสเถรคาถา๑. เรวตเถรคาถา๒. โคทัตตเถรคาถา๑. อัญญโกณฑัญญเถรคาถา๒. อุทายีเถรคาถา๑. อธิมุตตเถรคาถา๒. ปาราสริยเถรคาถา๓. เตลุกานิเถรคาถา๔. รัฏฐปาลเถรคาถา๕. มาลุงกยปุตตเถรคาถา๖. เสลเถรคาถา๗. ภัททิยกาลิโคธาปุตตเถรคาถา๘. องคุลิมาลเถรคาถา๙. อนุรุทธเถรคาถา๑๐. ปาราสริยเถรคาถา๑. ปุสสเถรคาถา๒. สารีปุตตเถรคาถา๓. อานันทเถรคาถามหากัสสปเถรคาถาตาลปุฏเถรคาถามหาโมคคัลลานเถรคาถาวังคีสเถรคาถา๑. เถรีคาถา๒. มุตตาเถรีคาถา๓. ปุณณาเถรีคาถา๔. ดิสสาเถรี๕. อัญญตราดิสสาเถรีคาถา๖. ธีราเถรีคาถา๗. อัญญตราธีราเถรีคาถา๘. มิตตาเถรีคาถา๙. ภัทราเถรีคาถา๑๐. อุปสมาเถรีคาถา๑๑. มุตตาเถรีคาถา๑๒. ธรรมทินนาเถรีคาถา๑๓. วิสาขาเถรีคาถา๑๔. สุมนาเถรีคาถา๑๕. อุตตราเถรีคาถา๑๖. สุมนวุฐฒปัพพชิตาเถรีคาถา๑๗. ธรรมาเถรีคาถา๑๘. สังฆาเถรีคาถา๑. นันทาเถรีคาถา๒. ชันตาเถรีคาถา๓. อัญญตราเถรีภิกขุนีคาถา๔. อัฑฒกาสีเถรีคาถา๕. จิตตาเถรีคาถา๖. เมตติกาเถรีคาถา๗. มิตตาเถรีคาถา๘. อภยมาตาเถรีคาถา๙. อภยเถรีคาถา๑๐. สามาเถรีคาถา๑. อัญญตรสามาเถรีคาถา๒. อุตตมาเถรีคาถา๓. อัญญตราอุตตมาเถรีคาถา๔. ทันถิกาเถรีคาถา๕. อุพพิริเถรีคาถา๖. สุกกาเถรีคาถา๗. เสลาเถรีคาถา๘. โสมาเถรีคาถาภัททกาปิลานีเถรีคาถา๑. อัญญตราภิกษุณีเถรีคาถา๒. วิมลปุรณคณิกาเถรีคาถา๓. สีหาเถรีคาถา๔. นันทาเถรีคาถา๕. นันทุตตราเถรีคาถา๖. มิตตกาลีเถรีคาถา๗. สกุลาเถรีคาถา๘. โสณาเถรีคาถา๙. ภัททากุณฑลาเถรีคาถา๑๐. ปฏาจาราเถรีคาถา๑๑. ติงสมัตตาเถรีคาถา๑๒. จันทาเถรีคาถา๑. ปัญจสตาปฏาจาราเถรีคาถา๒. วาสิฏฐีเถรีคาถา๓. เขมาเถรีคาถา๔. สุชาตาเถรีคาถา๕. อโนปมาเถรีคาถา๖. มหาปชาบดีโคตมีเถรีคาถา๗. คุตตาเถรีคาถา๘. วิชยาเถรีคาถา๑. อุตตราเถรีคาถา๒. จาลาเถรีคาถา๓. อุปจาลาเถรีคาถาสีสุปจาลาเถรีคาถาวัฑฒมาตาเถรีคาถากีสาโคตมีเถรีคาถาอุบลวัณณาเถรีคาถาปุณณิกาเถรีคาถา๑. อัมพปาลีเถรีคาถา๒. โรหิณีเถรีคาถา๓. จาปาเถรีคาถา๔. สุนทรีเถรีคาถา๕. สุภากัมมารธีตาเถรีคาถาสุภาชีวกัมพวนิกาเถรีคาถาอิสิทาสีเถรีคาถาสุเมธาเถรีคาถา

注释

经典 · พระสุตตันตปิฎก

๖. วิหารวิมาน

ข้อ ๔๔พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๑๘ ขุททกนิกาย วิมาน-เปตวัตถุ เถร-เถรีคาถา1 条2 个版本

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · Public domain (term expired) — operator determination

巴利文与译文

印本前页文字

พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๖ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๘ ขุททกนิกาย วิมาน-เปตวัตถุ เถร-เถรีคาถา ๖. วิหารวิมาน ว่าด้วยผลบุญที่ทำให้ไปเกิดในวิหารวิมาน ท่านพระอนุรุทธเถระได้ถามนางเทพธิดาตนหนึ่งว่า

๔๔

|๔๔.๕๑๑| ๖ อภิกฺกนฺเตน วณฺเณน ยา ตฺวํ ติฏฺฐสิ เทวเต ... เป ... โอสธี วิย ตารกา |๔๔.๕๑๒| ตสฺสา เต นจฺจมานาย องฺคมงฺเคหิ สพฺพโส ทิพฺพา สทฺทา นิจฺฉรนฺติ สวนียา มโนรมา |๔๔.๕๑๓| ตสฺสา เต นจฺจมานาย องฺคมงฺเคหิ สพฺพโส ทิพฺพา คนฺธา ปวายนฺติ สุจิคนฺธา มโนรมา |๔๔.๕๑๔| วิวตฺตมานา กาเยน ยา เวณีสุ ปิลนฺธนา เตสํ สุยฺยติ นิคฺโฆโส ตุริเย ปญฺจงฺคิเก ยถา |๔๔.๕๑๕| วฏํสกา วาตธูตา วาเตน สมฺปกมฺปิตา เตสํ สุยฺยติ นิคฺโฆโส ตุริเย ปญฺจงฺคิเก ยถา |๔๔.๕๑๖| ยาปิ เต สิรสิ มาลา สุจิคนฺธา มโนรมา วาติ คนฺโธ ทิสา สพฺพา รุกฺโข มญฺชูสโก ยถา |๔๔.๕๑๗| ฆายเส ตํ สุจิคนฺธํ รูปํ ปสฺสสิ อมานุสํ เทวเต ปุจฺฉิตาจิกฺข กิสฺส กมฺมสฺสิทํ ผลนฺติ ฯ |๔๔.๕๑๘| สาวตฺถิยํ มยฺห สขี ภทนฺเต สงฺฆสฺส กาเรสิ มหาวิหารํ ตตฺถ ปสนฺนา อหมานุโมทึ ทิสฺวา อคารญฺจ ปิยญฺจ เมตํ |๔๔.๕๑๙| ตาเยว เม สุทฺธนุโมทนาย ลทฺธํ วิมานพฺภูตทสฺสเนยฺยํ สมนฺตโต โสฬสโยชนานิ เวหาสยํ คจฺฉติ อิทฺธิยา มม |๔๔.๕๒๐| กูฏาคารา นิเวสา เม วิภตฺตา ภาคโส มิตา ททฺทลฺลมานา อาภนฺติ สมนฺตา สตโยชนํ |๔๔.๕๒๑| โปกฺขรญฺโญ จ เม เอตฺถ ปุถุโลมนิเสวิตา อจฺโฉทกา วิปฺปสนฺนา โสวณฺณวาลุกสนฺถตา |๔๔.๕๒๒| นานาปทุมสญฺฉนฺนา ปุณฺฑรีกสโมตตา สุรภี สมฺปวายนฺติ มนุญฺญมาลุเตริตา |๔๔.๕๒๓| ชมฺพุโย ปนสา ตาลา นาฬิเกรา วนานิ จ อนฺโต นิเวสเน ชาตา นานารุกฺขา อโรปิตา |๔๔.๕๒๔| นานาตุริยสงฺฆุฏฺฐํ อจฺฉราคณโฆสิตํ โยปิ มํ สุปิเน ปสฺเส โสปิ วิตฺโต สิยา นโร |๔๔.๕๒๕| เอตาทิสํ อพฺภูตทสฺสเนยฺยํ วิมานํ สพฺพโส ปภํ มม กมฺเมหิ นิพฺพตฺตํ อลํ ปุญฺญานิ กาตเว |๔๔.๕๒๖| ตาเยว เต สุทฺธนุโมทนาย ลทฺธํ วิมานพฺภูตทสฺสเนยฺยํ ยา เจว สา ทานมทาสิ นารี ตสฺสา คตึ พฺรูหิ กุหึ อุปฺปนฺนา สาติ ฯ |๔๔.๕๒๗| ยา สา อหุ มยฺห สขี ภทนฺเต สงฺฆสฺส กาเรสิ มหาวิหารํ วิญฺญาตธมฺมา สา อทาสิ ทานํ อุปฺปนฺนา นิมฺมานรตีสุ เทเวสุ |๔๔.๕๒๘| ปชาปตี ตสฺส สุนิมฺมิตสฺส อจินฺติยา กมฺมวิปาก ตสฺสา ยเมตํ ปุจฺฉสิ กุหึ อุปฺปนฺนา สาติ ภนฺเต วิยากาสึ อนญฺญถา อหํ |๔๔.๕๒๙| เตน หญฺเญปิ สมาทเปถ สงฺฆสฺส ทานานิ ททาถ วิตฺตา ธมฺมญฺจ สุณาถ ปสนฺนมานสา สุทุลฺลโภ ลทฺโธ มนุสฺสลาโภ |๔๔.๕๓๐| ยํ มคฺคํ มคฺคาธิปตี อเทสยิ พฺรหฺมสฺสโร กญฺจนสนฺนิภตฺตโจ สงฺฆสฺส ทานานิ ททาถ วิตฺตา มหปฺผลา ยตฺถ ภวนฺติ ทกฺขิณา |๔๔.๕๓๑| เย ปุคฺคลา อฏฺฐสตํ ปสฏฺฐา จตฺตาริ เอตานิ ยุคานิ โหนฺติ เต ทกฺขิเณยฺยา สุคตสฺส สาวกา เอเตสุ ทินฺนานิ มหปฺผลานิ |๔๔.๕๓๒| จตฺตาโร จ ปฏิปนฺนา จตฺตาโร จ ผเล ฐิตา เอส สงฺโฆ อุชุภูโต ปญฺญาสีลสมาหิโต |๔๔.๕๓๓| ยชมานานํ มนุสฺสานํ ปุญฺญเปกฺขาน ปาณินํ กโรนฺตํ โอปธิกํ ปุญฺญํ สงฺเฆ ทินฺนํ มหปฺผลํ |๔๔.๕๓๔| เอโส หิ สงฺโฆ วิปุโล มหคฺฆโต เอสปฺปเมยฺโย อุทธีว สาคโร เอเตหิ เสฏฺฐา นรวิริยสาวกา ปภงฺกรา ธมฺมมุทีรยนฺติ |๔๔.๕๓๕| เตสํ สุทินฺนํ สุหุตฺตํ สุยิฏฺฐํ เย สงฺฆมุทฺทิสฺส ททนฺติ ทานํ สา ทกฺขิณา สงฺฆคตา ปติฏฺฐิตา มหปฺผลา โลกวิทูหิ วณฺณิตา |๔๔.๕๓๖| เอตาทิสํ ปุญฺญมนุสฺสรนฺตา เย เวทชาตา วิจรนฺติ โลเก วิเนยฺย มจฺเฉรมลํ สมูลํ อนินฺทิตา สคฺคมุเปนฺติ ฐานนฺติ ฯ วิหารวิมานํ ฉฏฺฐํ ฯ ภาณวารํ ทุติยํ ฯ

ดูกรนางเทพธิดา ท่านมีวรรณะงามยิ่งนัก มีรัศมีส่องสว่างไสวไปทั่วทุก ทิศ สถิตอยู่เหมือนดาวประกายพฤกษ์ เมื่อท่านฟ้อนอยู่ เสียงอันเป็น ทิพย์น่าฟัง รื่นรมย์ใจ ย่อมเปล่งออกจากอวัยวะน้อยใหญ่ทุกส่วน ทั้ง กลิ่นทิพย์อันหอมหวนยวนใจ ก็ฟุ้งออกจากอวัยวะน้อยใหญ่ทุกส่วน เมื่อท่านไหวกายกลับไปมา เสียงของเครื่องประดับช้องผมก็ดังเสียง ไพเราะ ดุจเสียงดนตรีเครื่อง ๕ อนึ่ง เสียงมงกุฎที่ถูกลมรำเพยพัดให้ หวั่นไหว ก็กังวานไพเราะดุจเสียงดนตรีเครื่อง ๕ แม้พวงมาลัยบน เศียรเกล้าของท่าน มีกลิ่นหอมชวนให้เบิกบานใจ หอมฟุ้งไปทั่วทุกทิศ ดุจต้นอุโลก ฉะนั้น ดูกรนางเทพธิดา อาตมาถามท่านแล้ว ขอท่าน จงบอก นี้เป็นผลแห่งกรรมอะไร? นางเทพธิดาตอบว่า ข้าแต่พระคุณเจ้าผู้เจริญ นางวิสาขามหาอุบาสิกา เป็นสหายของดิฉัน อยู่ในเมืองสาวัตถี ได้สร้างมหาวิหารถวายสงฆ์ ดิฉันเห็นมหาวิหารนั้น แล้ว มีจิตเลื่อมใสอนุโมทนา ก็วิมานอันเป็นที่รักนี้อันดิฉันได้แล้ว เพราะการอนุโมทนาด้วยจิตบริสุทธิ์แต่อย่างเดียวเท่านั้น วิมานนี้เป็น วิมานอัศจรรย์น่าดูน่าชม โดยรอบสูง ๑๖ โยชน์ เลื่อนลอยไปในอากาศ ได้ตามความปรารถนาของดิฉัน ดิฉันมีปราสาทเป็นที่อยู่อาศัย อันบุญ กรรมจัดแจงเนรมิตให้เป็นส่วนๆ งามรุ่งโรจน์ตลอดร้อยโยชน์โดยรอบ ทิศ อนึ่ง ที่วิมานของดิฉัน มีสระโบกขรณีเป็นที่อาศัยของหมู่มัจฉาชาติ มีน้ำใสสะอาด มีท่าอันลาดด้วยทรายทอง ดารดาษไปด้วยปทุมชาตินานา ชนิดพร้อมทั้งบัวขาว เกษรแห่งบัวทั้งหลายอันลมรำเพยพัด ย่อมหอม ฟุ้งเจริญใจ มีรุกขชาติต่างๆ อันบุญกรรมปลูกไว้ใกล้วิมาน คือ ไม้หว้า ขนุน ตาล มะพร้าว วิมานนี้กึกก้องไปด้วยเสียงดนตรีต่างๆ และ กึกก้องไปด้วยหมู่นางอัปสร แม้นรชนใดได้เห็นวิมานนี้ด้วยความฝัน นรชนนั้นก็พึงปลื้มใจ วิมานอันมีรัศมีสว่างไสวไปทั่วทุกทิศ น่าอัศจรรย์ น่าดูน่าชมเช่นนี้ เกิดแต่ดิฉันเพราะกุศลกรรมทั้งหลาย ควรทำบุญโดยแท้. พระอนุรุทธเถระ เมื่อจะให้นางเทพธิดาบอกที่เกิดของนางวิสาขามหาอุบาสิกา จึงกล่าว ถามด้วยคาถาความว่า วิมานอันอัศจรรย์น่าดูน่าชมนี้ ท่านได้แล้ว เพราะการอนุโมทนาด้วย จิตอันบริสุทธิ์อย่างเดียวเท่านั้น นางนารีอันมีนามว่าวิสาขา ได้ถวาย ทานและได้สร้างมหาวิหาร ไปเกิดที่ไหน ขอท่านจงบอกคติของนาง วิสาขานั้น แก่อาตมาด้วยเถิด? นางเทพธิดานั้นตอบว่า ข้าแต่ท่านผู้เจริญ นางวิสาขามหาอุบาสิกา เป็นสหายของดิฉัน ได้สร้าง มหาวิหารถวายแด่สงฆ์และได้ถวายทานแด่สงฆ์ เป็นผู้รู้ธรรมแจ่มแจ้ง เธอได้บังเกิดในหมู่ทวยเทพชั้นนิมมานรดี เป็นประชาบดีของท้าวสุนิม- มิตวดี ผู้เป็นใหญ่ในชั้นนิมมานรดีนั้น วิบากแห่งกรรมของนางวิสาขา มหาอุบาสิกานั้น อันใครไม่ควรคิด ข้าแต่ท่านผู้เจริญ ดิฉันได้พยากรณ์ ที่เกิดของนางวิสาขาที่พระคุณเจ้าถามว่า นางวิสาขานั้นบังเกิด ณ ที่ไหน โดยถูกต้องแล้ว ถ้าอย่างนั้น ขอพระคุณเจ้าได้ชักชวนแม้ชนเหล่าอื่นว่า ท่านทั้งหลายจงปลื้มใจถวายทานแด่สงฆ์เถิด และจงมีใจเลื่อมใสฟัง ธรรม การได้อัตภาพมาเป็นมนุษย์เป็นการได้ด้วยแสนยาก อันพวกท่าน ได้แล้ว พระพุทธเจ้ามีพระสุรเสียงดุจเสียงพรหม มีพระฉวีวรรณดุจ ทองคำ เป็นอธิบดีแห่งมรรคา ได้ทรงแสดงธรรมใดไว้ว่า เป็นทาง สวรรค์ ทางนั้นเป็นทางอันประเสริฐ ท่านทั้งหลายจงปลื้มใจถวายทาน แด่สงฆ์ ที่บุคคลถวายทักษิณาแล้วมีผลมาก บุคคลเหล่าใดอันพระ- พุทธเจ้าเป็นต้นสรรเสริญแล้วว่า คู่แห่งบุรุษ ๔ บุรุษบุคคล ๘ เหล่านี้ บุคคลเหล่านั้นเป็นพระทักขิไณยบุคคล สาวกแห่งพระสุคต ทานอัน บุคคลถวายแล้วในพระทักขิไณยบุคคลเหล่านั้น มีผลมาก ท่านผู้ปฏิบัติ เพื่ออริยมรรค ๔ จำพวก และท่านผู้ตั้งอยู่ในอริยผล ๔ จำพวก พระ- อริยบุคคล ๘ จำพวกนี้ ชื่อว่าสงฆ์ เป็นผู้ปฏิบัติซื่อตรง ดำรงมั่นอยู่ ในปัญญาและศีล เมื่อมนุษย์ทั้งหลายผู้มุ่งบุญ ถวายทานในท่านเหล่านี้ หรือทำบุญปรารภการเวียนเกิดเวียนตาย ทานที่ถวายในสงฆ์ย่อมมีผลมาก พระสงฆ์นี้ เป็นผู้มีคุณความดีอันยิ่งใหญ่ ยังผลให้เกิดแก่ผู้ถวายทาน ในท่านอย่างไพบูลย์ ยากที่จะปริมาณได้ว่าเท่านี้ๆ เหมือนทะเลยาก ที่จะคาดคะเนได้ว่ามีน้ำเท่านี้ๆ ฉะนั้น พระสงฆ์เหล่านี้แล เป็นผู้ ประเสริฐ เป็นสาวกของพระพุทธเจ้าผู้มีความเพียร เป็นเยี่ยมในหมู่ นรชน เป็นแหล่งสร้างแสงสว่าง คือ ญาณของชาวโลก ได้แก่ นำ เอาแสงสว่าง คือ พระสัทธรรมที่พระพุทธเจ้าทรงประกาศไว้แล้วมา ชี้แจง ปวงชนผู้ใคร่ต่อบุญเหล่าใด ถวายทานมุ่งตรงต่อสงฆ์ ทักษิณา ของเขาเหล่านั้น ชื่อว่าเป็นทักษิณาที่ถวายดีแล้ว เป็นยัญวิธีที่เซ่นสรวง ถูกต้อง จัดเป็นบูชากรรมที่บูชาแล้วชอบ เพราะทักษิณานั้นจัดเป็น สังฆทาน มีผลมาก อันพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทั้งหลายผู้รู้แจ้งโลก ทรง สรรเสริญ ชนเหล่าใดยังท่องเที่ยวอยู่ในโลก มาหวนระลึกถึงบุญเช่นนี้ ได้ เกิดปีติโสมนัส ก็จะกำจัดมลทิน คือ ความตระหนี่ พร้อมทั้ง ความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ความลังเลใจ และการตีตนเสมอท่าน อันเป็น มูลฐานเสียได้ ทั้งจะไม่เป็นผู้อันผู้รู้ติเตียน แต่นั้นก็จะเข้าถึงสถานที่ อันเป็นแดนสวรรค์. จบ วิหารวิมานที่ ๖ จบ ภาณวารที่ ๒.

所用版本与授权

พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ

pli-siamrath · Public domain (term expired) — operator determination · 证据核验于 2026-08-25

ฉบับสยามรัฐ จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๔๖๘–๒๔๗๑ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง

th-chabab-luang · Public domain (term expired) — operator determination · 证据核验于 2026-08-24

ฉบับหลวง จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๕๑๔ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย