经典 · พระสุตตันตปิฎก · 本册其他条目เล่ม ๒๖ · ขุททกนิกาย วิมาน-เปตวัตถุ เถร-เถรีคาถา
ปุณณิกาเถรีคาถา
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · Public domain (term expired) — operator determination
巴利文与译文
印本前页文字
เถรีคาถาย โสฬสกนิปาโต
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๖ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๘ ขุททกนิกาย วิมาน-เปตวัตถุ เถร-เถรีคาถา เถรีคาถา โสฬสกนิบาต ว่าด้วยคาถาสุภาษิตในโสฬสกนิบาต ปุณณิกาเถรีคาถา คาถาสุภาษิตของนางปุณณิกาเถรี พระปุณณิกาเถรีกล่าวว่า
|๔๖๖.๒๓๖| ๑ อุทกหารี อหํ สีเต สทา อุทกโมตรึ อยฺยานํ ทณฺฑภยภีตา วาจาโทสภยฏฺฏิตา ฯ |๔๖๖.๒๓๗| กสฺส พฺราหฺมณ ตฺวํ ภีโต สทา อุทกโมตริ เวธมาเนหิ คตฺเตหิ สีตํ เวทยเส ภุสํ ฯ |๔๖๖.๒๓๘| ชานนฺตี จ ตุวํ โภติ ปุณฺณิเก ปริปุจฺฉสิ กโรนฺตํ กุสลํ กมฺมํ รุนฺธนฺตํ กมฺมปาปกํ ฯ |๔๖๖.๒๓๙| โย จ วุฑฺโฒ ทหโร วา ปาปกมฺมํ ปกุพฺพติ อุทกาภิเสจนา โสปิ ปาปกมฺมา ปมุจฺจติ ฯ |๔๖๖.๒๔๐| โก นุ เต อิทมกฺขาสิ อชานนฺตสฺส อชานโก อุทกาภิเสจนา นาม ปาปกมฺมา ปมุจฺจติ |๔๖๖.๒๔๑| สคฺคํ นูน คมิสฺสนฺติ สพฺเพ มณฺฑูกกจฺฉปา นาคา จ สุํสุมารา จ เย จญฺเญ อุทเก จรา ฯ |๔๖๖.๒๔๒| โอรพฺภิกา สูกริกา มจฺฉิกา มิคพนฺธกา โจรา จ วชฺฌฆาตา จ เย จญฺเญ ปาปกมฺมิโน อุทกาภิเสจนา เตปิ ปาปกมฺมา ปมุจฺจเร ฯ |๔๖๖.๒๔๓| สเจ อิมา นทิโย เต ปาปํ ปุพฺเพ กตํ วเหยฺยุํ ปุญฺญํปิมา วเหยฺยุํ เต เตน ตฺวํ ปริพาหิโร อสฺส ฯ |๔๖๖.๒๔๔| ยสฺส พฺราหฺมณ ตฺวํ ภีโต สทา อุทกโมตริ ตเมว พฺรเหฺม มากาสิ มา เต สีตํ ฉวึ หเน ฯ |๔๖๖.๒๔๕| กุมคฺคปฏิปนฺนํ มํ อริยมคฺคํ สมานยิ อุทกาภิเสจนํ โภติ อิมํ สาฏกํ ททามิ เต ฯ |๔๖๖.๒๔๖| ตุเยฺหว สาฏโก โหตุ นาหมิจฺฉามิ สาฏกํ ฯ สเจ ภายสิ ทุกฺขสฺส สเจ เต ทุกฺขมปฺปิยํ |๔๖๖.๒๔๗| มากาสิ ปาปกํ กมฺมํ อาวิ วา ยทิ วา รโห ฯ สเจ จ ปาปกํ กมฺมํ กริสฺสสิ กโรสิ วา |๔๖๖.๒๔๘| น เต ทุกฺขา ปมุตฺยตฺถิ อุเปจฺจาปิ ปลายโต ฯ สเจ ภายสิ ทุกฺขสฺส สเจ เต ทุกฺขมปฺปิยํ |๔๖๖.๒๔๙| อุเปหิ พุทฺธํ สรณํ ธมฺมํ สงฺฆญฺจ ตาทินํ สมาทิยาหิ สีลานิ ตนฺเต โมกฺขาย เหสฺสติ ฯ |๔๖๖.๒๕๐| พฺรหฺมพนฺธุ ปุเร อาสึ อชฺชมฺหิ สจฺจ พฺราหฺมโณ เตวิชฺโช เวทสมฺปนฺโน โสตฺถิโย จมฺหิ นฺหาตโก ฯ ปุณฺณิกา ฯ โสฬสกนิปาโต สมตฺโต ฯ ------------------
เราเป็นหญิงตักน้ำ กลัวต่อภัย คืออาญาของนาย และถูกภัย คือ วาจา และโทสะของนายบีบคั้นแล้ว จึงลงตักน้ำในฤดูหนาวทุกเมื่อ ดูกร พราหมณ์ ท่านกลัวต่อใครเล่าจึงลงตักน้ำทุกเมื่อ ท่านมีตัวอันสั่นเทา เสวยทุกข์ คือความหนาวอันร้ายกาจ. พราหมณ์กล่าวว่า ดูกรนางปุณณิกาผู้เจริญ ก็เมื่อท่านรู้อยู่ว่าเราผู้ทำซึ่งกุศลกรรมอันห้ามซึ่ง บาปกรรม จะสอบถามเราทำไม ก็ผู้ใดเป็นคนแก่หรือคนหนุ่มทำบาป กรรมไว้ แม้ผู้นั้นก็ย่อมพ้นจากบาปกรรมได้ด้วยการอาบน้ำ. พระปุณณิกาเถรีกล่าวว่า ก็ใครหนอบอกความนี้แก่ท่านผู้ไม่รู้ เขาก็ไม่รู้เหมือนกัน ก็เมื่อบุคคลจะ พ้นจากบาปกรรมได้เพราะการอาบน้ำ กบ เต่า นาค จระเข้ และสัตว์ เหล่าอื่นที่เที่ยวไปในแม่น้ำ ก็จักพากันไปสู่สวรรค์แน่นอน พวกคนฆ่า เนื้อทรายเลี้ยงชีวิต คนฆ่าสุกร พวกชาวประมง พวกพรานเนื้อ พวกโจร พวกนายเพชฌฆาต และคนที่มีกรรมอันเป็นบาปเหล่าอื่น แม้คนเหล่านั้น ก็พึงพ้นจากบาปกรรมเพราะการอาบน้ำ ถ้าแม้น้ำเหล่านี้ พึงนำบาปที่ท่าน ทำไว้แล้วในกาลก่อนไปได้ไซร้ แม้น้ำเหล่านี้ก็พึงนำบุญมาให้ท่านบ้าง เพราะเหตุนั้น ท่านพึงเป็นผู้เหินห่างจากพระศาสนา ดูกรพราหมณ์ ท่านกลัวต่อบาปกรรมอันใด จึงลงอาบน้ำทุกเมื่อ ท่านอย่าได้ทำบาปกรรม อันนั้นเลย ความหนาวอย่าได้เบียดเบียนผิวของท่าน. พราหมณ์กล่าวว่า ท่านนำข้าพเจ้าผู้เดินทางผิดไปสู่อริยมรรค ดูกรนางปุณณิกาผู้เจริญ ข้าพเจ้าขอถวายผ้าสาฏกสำหรับสรงน้ำนี้แก่ท่าน. พระปุณณิกาเถรีกล่าวว่า ผ้าสาฏกจงเป็นของท่านตามเดิมเถิด เราไม่ประสงค์ผ้าสาฏก ถ้าท่านกลัว ต่อทุกข์ ถ้าท่านเกลียดทุกข์ ท่านอย่าทำกรรมอันเป็นบาปทั้งในที่แจ้ง หรือในที่ลับ ก็ถ้าท่านจักทำหรือกำลังทำกรรมอันเป็นบาปไซร้ แม้ท่าน จะเหาะหนีไปในอากาศ ก็จักไม่พ้นทุกข์ได้เลย ถ้าท่านกลัวต่อทุกข์ ถ้าท่านไม่ชอบทุกข์ จงเข้าถึงพระพุทธเจ้ากับทั้งพระธรรมและพระสงฆ์ ผู้คงที่เป็นสรณะ จงสมาทานศีลทั้งหลาย สรณคมน์และการสมาทานศีล ของท่าน จักเป็นไปเพื่อความพ้นจากทุกข์. พราหมณ์กล่าวว่า เมื่อก่อนเราเป็นเผ่าพันธุ์แห่งพรหม วันนี้เราได้เป็นพราหมณ์จริงๆ เรา เป็นผู้มีวิชชา ๓ สมบูรณ์ด้วยเวท มีความสวัสดี มีบาปอันล้างแล้ว. จบ โสฬสกนิบาต. -----------------------------------------------------