This collection answers by quoting only — editions are set side by side, never summarised, interpreted, or scored for reliability

经典 · พระสุตตันตปิฎก ·

เล่ม ๒๖ · ขุททกนิกาย วิมาน-เปตวัตถุ เถร-เถรีคาถา

本册其他条目

๑. ปิฐวิมาน ที่ ๑๒. ปิฐวิมาน ที่ ๒๓. ปิฐวิมาน ที่ ๓๔. ปิฐวิมาน ที่ ๔๕. กุญชรวิมาน๖. นาวาวิมาน ที่ ๑๗. นาวาวิมาน ที่ ๒๘. นาวาวิมาน ที่ ๓๙. ปทีปวิมาน๑๐. ติลทักขิณวิมาน๑๑. ปติพพตาวิมาน ที่ ๑๑๒. ปติพพตาวิมาน ที่ ๒๑๓. สุณิสาวิมาน ที่ ๑๑๔. สุณิสาวิมาน ที่ ๒๑๕. อุตตราวิมาน๑๖. สิริมาวิมาน๑๗. เปสการิยวิมาน๑. ทาสีวิมาน๒. ลขุมาวิมาน๓. อาจามทายิกาวิมาน๔. จัณฑาลิวิมาน๕. ภัททิตถิกาวิมาน๖. โสณทินนาวิมาน๗. อุโบสถวิมาน๘. สุนิททาวิมาน๙. สุทินนาวิมาน๑๐. ภิกษาทายิกาวิมาน ที่ ๑๑๑. ภิกษาทายิกาวิมาน ที่ ๒๑. อุฬารวิมาน๒. อุจฉุวิมาน๓. ปัลลังกวิมาน๔. ลตาวิมาน๕. คุตติลวิมาน๖. ทัททัลลวิมาน๗. เสสวดีวิมาน๘. มัลลิกาวิมาน๙. วิสาลักขิวิมาน๑๐. ปาริฉัตตกวิมาน๑. มัญชิฏฐกวิมาน๒. ปภัสสรวิมาน๓. นาควิมาน๔. อโลมวิมาน๕. กัญชกทายิกาวิมาน๖. วิหารวิมาน๗. จตุริตถีวิมาน๘. อัมพวิมาน๙. ปีตวิมาน๑๐. อุจฉุวิมาน๑๑. วันทนวิมาน๑๒. รัชชุมาลาวิมาน๑. มัณฑุกเทวปุตตวิมาน๒. เรวดีวิมาน๓. ฉัตตมาณวกวิมาน๔. กักกฏรสทายกวิมาน๕. ทวารปาลกวิมาน๖. กรณียวิมาน ที่ ๑๗. กรณียวิมาน ที่ ๒๘. สูจิวิมาน ที่ ๑๙. สูจิวิมาน ที่ ๒๑๐. นาควิมาน ที่ ๑๑๑. นาควิมาน ที่ ๒๑๒. นาควิมาน ที่ ๓๑๓. จูฬรถวิมาน๑๔. มหารถวิมาน๑. อาคาริยวิมาน ที่ ๑๒. อาคาริยวิมาน ที่ ๒๓. ผลทายกวิมาน๔. อุปัสสยทายกวิมาน ที่ ๑๕. อุปัสสยทายกวิมาน ที่ ๒๖. ภิกขาทายกวิมาน๗. ยวปาลกวิมาน๘. กุณฑลีวิมาน ที่ ๑๙. กุณฑลีวิมาน ที่ ๒๑๐. อุตตรวิมาน๑. จิตตลดาวิมาน๒. นันทนวิมาน๓. มณิถูณวิมาน๔. สุวรรณวิมาน๕. อัมพวิมาน๖. โคปาลวิมาน๗. กัณฐกวิมาน๘. อเนกวัณณวิมาน๙. มัฏฐกุณฑลีวิมาน๑๐. เสริสสกวิมาน๑๑. สุนิกขิตตวิมาน๑. เขตตูปมาเปตวัตถุ๒. สูกรเปตวัตถุ๓. ปูตีมุขเปตวัตถุ๔. ปิฏฐธีตลิกเปตวัตถุ๕. ติโรกุฑฑเปตวัตถุ๖. ปัญจปุตตขาทิกเปตวัตถุ๗. สัตตปุตตขาทิกเปตวัตถุ๘. โคณเปตวัตถุ๙. มหาเปสการเปตวัตถุ๑๐. ขลาตยเปตวัตถุ๑๑. นาคเปตวัตถุ๑๒. อุรคเปตวัตถุ๑. สังสารโมจกเปตวัตถุ๒. สารีปุตตเถรมาตุเปติวัตถุ๓. มัตตาเปติวัตถุ๔. นันทาเปตวัตถุ๕. มัฏฐกุณฑลิเปตวัตถุ๖. กัณหเปตวัตถุ๗. ธนปาลเปตวัตถุ๘. จูฬเสฏฐีเปตวัตถุ๙. อังกุรเปตวัตถุ๑๐. อุตตรมาตุเปตวัตถุ๑๑. สุตตเปตวัตถุ๑๒. กรรณมุณฑเปตวัตถุ๑๓. อุพพรีเปตวัตถุ๑. อภิชชมานเปตวัตถุ๒. สานุวาสีเถรเปตวัตถุ๓. รถการีเปตวัตถุ๔. ภุสเปตวัตถุ๕. กุมารเปตวัตถุ๖. เสรินีเปตวัตถุ๗. มิคลุททกเปตวัตถุ ที่ ๑๘. มิคลุททกเปตวัตถุ ที่ ๒๙. กูฏวินิจฉยกเปตวัตถุ๑๐. ธาตุวิวัณณเปตวัตถุ๑. อัมพสักขรเปตวัตถุ๒. เสริสสกเปตวัตถุ๓. นันทิกาเปตวัตถุ๔. เรวดีเปตวัตถุ๕. อุจฉุเปตวัตถุ๖. กุมารเปตวัตถุ๗. ราชปุตตเปตวัตถุ๘. คูถขาทิกเปตวัตถุ ที่ ๑๙. คูถขาทิกเปตวัตถุ ที่ ๒๑๐. คณเปตวัตถุ๑๑. ปาฏลีปุตตเปตวัตถุ๑๒. อัมพวนเปตวัตถุ๑๓. อักขรุกขเปตวัตถุ๑๔. โภคสังหรเปตวัตถุ๑๕. เสฏฐิปุตตเปตวัตถุ๑๖. สัฏฐีกูฏสหัสสเปตวัตถุว่าด้วยคาถาสุภาษิต ในเอกกนิบาต วรรคที่ ๑๑. สุภูติเถรคาถา๒. มหาโกฏฐิตเถรคาถา๓. กังขาเรวตเถรคาถา๔. ปุณณมันตานีปุตตเถรคาถา๕. ทัพพเถรคาถา๖. สีตวนิยเถรคาถา๗. ภัลลิยเถรคาถา๘. วีรเถรคาถา๙. ปิลินทวัจฉเถรคาถา๑๐. ปุณณมาสเถรคาถา๑. จูฬวัจจฉเถรคาถา๒. มหาวัจฉเถรคาถา๓. วนวัจฉเถรคาถา๔. วนวัจฉสามเณรคาถา๕. กุณฑธานเถรคาถา๖. เพลัฏฐสีสเถรคาถา๗. ทาสกเถรคาถา๘. สิงคาลปิตาเถรคาถา๙. กุฬเถรคาถา๑๐. อชิตเถรคาถา๑. นิโครธเถรคาถา๒. จิตตกเถรคาถา๓. โคสาลเถรคาถา๔. สุคันธเถรคาถา๕. นันทิยเถรคาถา๖. อภัยเถรคาถา๗. โลมสกังคิยเถรคาถา๘. ชัมพุคามิกปุตตเถรคาถา๙. หาริตเถรคาถา๑๐. อุตติยเถรคาถา๑. คหุรตีริยเถรคาถา๒. สุปปิยเถรคาถา๓. โสปากเถรคาถา๔. โปสิยเถรคาถา๕. สามัญญกานิเถรคาถา๖. กุมาปุตตเถรคาถา๗. กุมาปุตตเถรสหายกเถรคาถา๘. ควัมปติเถรคาถา๙. ติสสเถรคาถา๑๐. วัฑฒมานเถรคาถา๑. สิริวัฑฒเถรคาถา๒. ขทิรวนิยเถรคาถา๓. สุมังคลเถรคาถา๔. สานุเถรคาถา๕. รมนียวิหารีเถรคาถา๖. สมิทธิเถรคาถา๗. อุชชยเถรคาถา๘. สัญชยเถรคาถา๙. รามเณยยกเถรคาถา๑๐. วิมลเถรคาถา๑. โคธิกเถรคาถา๒. สุพาหุเถรคาถา๓. วัลลิยเถรคาถา๔. อุตติยเถรคาถา๕. อัญชนาวนิยเถรคาถา๖. กุฏิวิหารีเถรคาถา๗. กุฏิวิหารีเถรคาถา๘. รมณียกุฏิกเถรคาถา๙. โกสัลลวิหารีเถรคาถา๑๐. สีวลีเถรคาถา๑. วัปปเถรคาถา๒. วัชชีปุตตกเถรถาคา๓. ปักขเถรคาถา๔. วิมลโกณฑัญญเถรคาถา๕. อุกเขปกฏวัจฉเถรคาถา๖. เมฆิยเถรคาถา๗. เอกธรรมสวนิยเถรคาถา๘. เอกุทนิยเถรคาถา๙. ฉันนเถรคาถา๑๐. ปุณณเถรคาถา๑. วัจฉปาลเถรคาถา๒. อาตุมเถรคาถา๓. มาณวเถรคาถา๔. สุยามนเถรคาถา๕. สุสารทเถรคาถา๖. ปิยัญชหเถรคาถา๗. หัตถาโรหปุตตเถรคาถา๘. เมณฑสิรเถรคาถา๙. รักขิตเถรคาถา๑๐. อุคคเถรคาถา๑. สมิติคุตตเถรคาถา๒. กัสสปเถรคาถา๓. สีหเถรคาถา๔. นีตเถรคาถา๕. สุนาคเถรคาถา๖. นาคิตเถรคาถา๗. ปวิฏฐเถรคาถา๘. อัชชุนคาถา๙. เทวสภเถรคาถา๑๐. สามิทัตตเถรคาถา๑. ปริปุณณกเถรคาถา๒. วิชยเถรคาถา๓. เอรกเถรคาถา๔. เมตตชิเถรคาถา๕. จักขุปาลเถรคาถา๖. ขัณฑสุมนเถรคาถา๗. ติสสเถรคาถา๘. อภัยเถรคาถา๙. อุตติยเถรคาถา๑๐. เทวสภเถรคาถา๑. เพลัฏฐกานิเถรคาถา๒. เสตุจฉเถรคาถา๓. พันธุรเถรคาถา๔. ขิตกเถรคาถา๕. มลิตวัมภเถรคาถา๖. สุเหมันตเถรคาถา๗. ธรรมสังวรเถรคาถา๘. ธรรมสฏปิตุเถรคาถา๙. สังฆรักขิตเถรคาถา๑๐. อุสภเถรคาถา๑. เชนตเถรคาถา๒. วัจฉโคตตเถรคาถา๓. วนวัจฉเถรคาถา๔. อธิมุตตเถรคาถา๕. มหานามเถรคาถา๖. ปาราปริยเถรคาถา๗. ยสเถรคาถา๘. กิมพิลเถรคาถา๙. วัชชีปุตตเถรคาถา๑๐. อิสิทัตตเถรคาถา๑. อุตตรเถรคาถา๒. ปิณโฑลภารทวาชเถรคาถา๓. วัลลิยเถรคาถา๔. คังคาตีริยเถรคาถา๕. อชินเถรคาถา๖. เมฬชินเถรคาถา๗. ราธเถรคาถา๘. สุราธเถรคาถา๙. โคตมเถรคาถา๑๐. วสภเถรคาถา๑. มหาจุนทเถรคาถา๒. โชติทาสเถรคาถา๓. เหรัญญิกานิเถรคาถา๔. โสมมิตตเถรคาถา๕. สัพพมิตตเถรคาถา๖. มหากาลเถรคาถา๗. ติสสเถรคาถา๘. กิมพิลเถรคาถา๙. นันทเถรคาถา๑๐. สิริมาเถรคาถา๑. อุตตรเถรคาถา๒. ภัททชิเถรคาถา๓. โสภิตเถรคาถา๔. วัลลิยเถรคาถา๕. วีตโสกเถรคาถา๖. ปุณณมาสเถรคาถา๗. นันทกเถรคาถา๘. ภารตเถรคาถา๙. ภารทวาชเถรคาถา๑๐. กัณหทินนเถรคาถา๑. มิคสิรเถรคาถา๒. สิวกเถรคาถา๓. อุปวาณเถรคาถา๔. อิสิทินนเถรคาถา๕. สัมพหุลกัจจานเถรคาถา๖. ขิตณเถรคาถา๗. โสณโปฏิริยปุตตเถรคาถา๘. นิสภเถรคาถา๙. อุสภเถรคาถา๑๐. กัปปฏกุรเถรคาถา๑. กุมารกัสสปเถรคาถา๒. ธรรมปาลเถรคาถา๓. พรหมาลิเถรคาถา๔. โมฆราชเถรคาถา๕. วิสาขปัญจาลีปุตตเถรคาถา๖. จูฬกเถรคาถา๗. อนูปมเถรคาถา๘. วัชชิตเถรคาถา๙. สันธิตเถรคาถา๑. อังคณิกภารทวาชเถรคาถา๒. ปัจจยเถรคาถา๓. พากุลเถรคาถา๔. ธนิยเถรคาถา๕. มาตังคปุตตเถรคาถา๖. ขุชชโสภิตเถรคาถา๗. วารณเถรคาถา๘. ปัสสิกเถรคาถา๙. ยโสชเถรคาถา๑๐. สาฏิมัตติยเถรคาถา๑๑. อุบาลีเถรคาถา๑๒. อุตตรปาลเถรคาถา๑๓. อภิภูตเถรคาถา๑๔. โคตมเถรคาถา๑๕. หาริตเถรคาถา๑๖. วิมลเถรคาถา๑. นาคสมาลเถรคาถา๒. ภคุเถรคาถา๓. สภิยเถรคาถา๔. นันทกเถรคาถา๕. ชัมพุกเถรคาถา๖. เสนกเถรคาถา๗. สัมภูตเถรคาถา๘. ราหุลเถรคาถา๙. จันทนเถรคาถา๑๐. ธรรมิกเถรคาถา๑๑. สัปปเถรคาถา๑๒. มุทิตเถรคาถา๑. ราชทัตตเถรคาถา๒. สุภูตเถรคาถา๓. คิริมานันทเถรคาถา๔. สมุนเถรคาถา๕. วัฑฒเถรคาถา๖. นทีกัสสปเถรคาถา๗. คยากัสสปเถรคาถา๘. วักกลิเถรคาถา๙. วิชิตเสนเถรคาถา๑๐. ยสทัตตเถรคาถา๑๑. โสณกุฏิกัณณเถรคาถา๑๒. โกสิยเถรคาถา๑. อุรุเวลกัสสปเถรคาถา๒. เตกิจฉกานิเถรคาถา๓. มหานาคเถรคาถา๔. กุลลเถรคาถา๕. มาลุงกยปุตตเถรคาถา๖. สัปปทาสเถรคาถา๗. กาติยานเถรคาถา๘. มิคชาลเถรคาถา๙. เชนตปุโรหิตปุตตเถรคาถา๑๐. สุมนเถรคาถา๑๑. นหาตกมุนีเถรคาถา๑๒. พรหมทัตตเถรคาถา๑๓. สิริมัณฑเถรคาถา๑๔. สัพพกามเถรคาถา๑. สุนทรสมุททเถรคาถา๒. ลกุณฏกเถรคาถา๓. ภัททเถรคาถา๔. โสปากเถรคาถา๕. สรภังเถรคาถา๑. มหากัจจายนเถรคาถา๒. สิริมิตตเถรคาถา๓. มหาปันถกเถรคาถาภูตเถรคาถา๑. กาฬุทายีเถรคาถา๒. เอกวิหาริยเถรคาถา๓. มหากัปปินเถรคาถา๔. จูฬปันถกเถรคาถา๕. กัปปเถรคาถา๖. อุปเสนวังคันตปุตตเถรคาถา๗. โคตมเถรคาถาสังกิจจเถรคาถา๑. สีลวเถรคาถา๒. สุนีตเถรคาถาโสณโกฬิวิสเถรคาถา๑. เรวตเถรคาถา๒. โคทัตตเถรคาถา๑. อัญญโกณฑัญญเถรคาถา๒. อุทายีเถรคาถา๑. อธิมุตตเถรคาถา๒. ปาราสริยเถรคาถา๓. เตลุกานิเถรคาถา๔. รัฏฐปาลเถรคาถา๕. มาลุงกยปุตตเถรคาถา๖. เสลเถรคาถา๗. ภัททิยกาลิโคธาปุตตเถรคาถา๘. องคุลิมาลเถรคาถา๙. อนุรุทธเถรคาถา๑๐. ปาราสริยเถรคาถา๑. ปุสสเถรคาถา๒. สารีปุตตเถรคาถา๓. อานันทเถรคาถามหากัสสปเถรคาถาตาลปุฏเถรคาถามหาโมคคัลลานเถรคาถาวังคีสเถรคาถา๑. เถรีคาถา๒. มุตตาเถรีคาถา๓. ปุณณาเถรีคาถา๔. ดิสสาเถรี๕. อัญญตราดิสสาเถรีคาถา๖. ธีราเถรีคาถา๗. อัญญตราธีราเถรีคาถา๘. มิตตาเถรีคาถา๙. ภัทราเถรีคาถา๑๐. อุปสมาเถรีคาถา๑๑. มุตตาเถรีคาถา๑๒. ธรรมทินนาเถรีคาถา๑๓. วิสาขาเถรีคาถา๑๔. สุมนาเถรีคาถา๑๕. อุตตราเถรีคาถา๑๖. สุมนวุฐฒปัพพชิตาเถรีคาถา๑๗. ธรรมาเถรีคาถา๑๘. สังฆาเถรีคาถา๑. นันทาเถรีคาถา๒. ชันตาเถรีคาถา๓. อัญญตราเถรีภิกขุนีคาถา๔. อัฑฒกาสีเถรีคาถา๕. จิตตาเถรีคาถา๖. เมตติกาเถรีคาถา๗. มิตตาเถรีคาถา๘. อภยมาตาเถรีคาถา๙. อภยเถรีคาถา๑๐. สามาเถรีคาถา๑. อัญญตรสามาเถรีคาถา๒. อุตตมาเถรีคาถา๓. อัญญตราอุตตมาเถรีคาถา๔. ทันถิกาเถรีคาถา๕. อุพพิริเถรีคาถา๖. สุกกาเถรีคาถา๗. เสลาเถรีคาถา๘. โสมาเถรีคาถาภัททกาปิลานีเถรีคาถา๑. อัญญตราภิกษุณีเถรีคาถา๒. วิมลปุรณคณิกาเถรีคาถา๓. สีหาเถรีคาถา๔. นันทาเถรีคาถา๕. นันทุตตราเถรีคาถา๖. มิตตกาลีเถรีคาถา๗. สกุลาเถรีคาถา๘. โสณาเถรีคาถา๙. ภัททากุณฑลาเถรีคาถา๑๐. ปฏาจาราเถรีคาถา๑๑. ติงสมัตตาเถรีคาถา๑๒. จันทาเถรีคาถา๑. ปัญจสตาปฏาจาราเถรีคาถา๒. วาสิฏฐีเถรีคาถา๓. เขมาเถรีคาถา๔. สุชาตาเถรีคาถา๕. อโนปมาเถรีคาถา๖. มหาปชาบดีโคตมีเถรีคาถา๗. คุตตาเถรีคาถา๘. วิชยาเถรีคาถา๑. อุตตราเถรีคาถา๒. จาลาเถรีคาถา๓. อุปจาลาเถรีคาถาสีสุปจาลาเถรีคาถาวัฑฒมาตาเถรีคาถากีสาโคตมีเถรีคาถาอุบลวัณณาเถรีคาถาปุณณิกาเถรีคาถา๑. อัมพปาลีเถรีคาถา๒. โรหิณีเถรีคาถา๓. จาปาเถรีคาถา๔. สุนทรีเถรีคาถา๕. สุภากัมมารธีตาเถรีคาถาสุภาชีวกัมพวนิกาเถรีคาถาอิสิทาสีเถรีคาถาสุเมธาเถรีคาถา

注释

经典 · พระสุตตันตปิฎก

๑. ปุสสเถรคาถา

ข้อ ๓๙๕พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๑๘ ขุททกนิกาย วิมาน-เปตวัตถุ เถร-เถรีคาถา1 条2 个版本

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · Public domain (term expired) — operator determination

巴利文与译文

印本前页文字

เถรคาถาย ตึสนิปาโต

พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๖ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๘ ขุททกนิกาย วิมาน-เปตวัตถุ เถร-เถรีคาถา เถรคาถา ติงสนิบาต ๑. ปุสสเถรคาถา คาถาสุภาษิตของพระปุสสเถระ

๓๙๕

|๓๙๕.๙๔๙| ๑ ปาสาทิเก พหู ทิสฺวา ภาวิตตฺเต สุสํวุเต อิสิ ปณฺฑรสโคตฺโต อปุจฺฉิ ปุสฺสสวฺหยํ ฯ |๓๙๕.๙๕๐| กึฉนฺทา กิมธิปฺปายา กิมากปฺปา ภวิสฺสเร อนาคตมฺหิ กาลมฺหิ ตํ เม อกฺขาหิ ปุจฺฉิโต ฯ |๓๙๕.๙๕๑| สุโณหิ วจนํ มยฺหํ อิสิ ปณฺฑรสวฺหย สกฺกจฺจํ อุปธาเรหิ อาจิกฺขิสฺสามฺยนาคตํ ฯ |๓๙๕.๙๕๒| โกธนา อุปนาหี จ มกฺขี ถมฺภี สฐา พหู อิสฺสุกี นานาวาทา จ ภวิสฺสนฺติ อนาคเต ฯ |๓๙๕.๙๕๓| อญฺญาตมานิโน ธมฺเม คมฺภีเร ตีรโคจรา ลหุกา อครู ธมฺเม อญฺญมญฺญมคารวา ฯ |๓๙๕.๙๕๔| พหู อาทีนวา โลเก อุปฺปชฺชิสฺสนฺตฺยนาคเต สุเทสิตํ อิมํ ธมฺมํ กิลิสิสฺสนฺติ ทุมฺมตี ฯ |๓๙๕.๙๕๕| คุณหีนาปิ สงฺฆมฺหิ โวหรนฺตา วิสารทา พลวนฺโต ภวิสฺสนฺติ มุขรา อสฺสุตาวิโน ฯ |๓๙๕.๙๕๖| คุณวนฺโตปิ สงฺฆมฺหิ โวหรนฺตา ยถตฺถโต ทุพฺพลา เต ภวิสฺสนฺติ หิริมนา อนตฺถิกา ฯ |๓๙๕.๙๕๗| รชตํ ชาตรูปญฺจ เขตฺตํ วตฺถุํ อเชฬกํ ทาสีทาสญฺจ ทุมฺเมธา สาทิยิสฺสนฺตฺยนาคเต ฯ |๓๙๕.๙๕๘| อุชฺฌานสญฺญิโน พาลา สีเลสุ อสมาหิตา อุนฺนฬา วิจริสฺสนฺติ กลหาภิรตา มคา |๓๙๕.๙๕๙| อุทฺธตา จ ภวิสฺสนฺติ นีลจีวรปารุตา กุหา ถทฺธา ลปา สิงฺคี จริสฺสนฺตฺยริยา วิย ฯ |๓๙๕.๙๖๐| เตลสเณฺหหิ เกเสหิ จปลา อญฺชนกฺขิกา รถิยาย คมิสฺสนฺติ ทนฺตวณฺณกปารุตา ฯ |๓๙๕.๙๖๑| อเชคุจฺฉํ วิมุตฺเตหิ สุรตฺตํ อรหทฺธชํ ชิคุจฺฉิสฺสนฺติ กาสาวํ โอทาเตสุ สมุจฺฉิตา ฯ |๓๙๕.๙๖๒| ลาภกามา ภวิสฺสนฺติ กุสีตา หีนวีริยา ฯ กิจฺฉนฺตา วนปตฺถานิ คามนฺเตสุ วสิสฺสเร ฯ |๓๙๕.๙๖๓| เย เย ลาภํ ลภิสฺสนฺติ มิจฺฉาชีวรตา สทา เต เต ว อนุสิกฺขนฺตา คมิสฺสนฺติ อสญฺญตา ฯ |๓๙๕.๙๖๔| เย เย อลาภิโน ลาภํ น เต ปุชฺชา ภวิสฺสเร สุเปสเลปิ เต ธีเร เสวิสฺสนฺติ น เต ตทา ฯ |๓๙๕.๙๖๕| มิลกฺขุรชนํ รตฺตํ ครหนฺตา สกํ ธชํ ติตฺถิยานํ ธชํ เกจิ ธาเรสฺสนฺตฺยวทาตกํ ฯ |๓๙๕.๙๖๖| อคารโว จ กาสาเว ตทา เตสํ ภวิสฺสติ ปฏิสงฺขา จ กาสาเว ภิกฺขูนํ น ภวิสฺสติ ฯ |๓๙๕.๙๖๗| อภิภูตสฺส ทุกฺเขน สลฺลวิทฺธสฺส รุปฺปโต ปฏิสงฺขา มหาโฆรา นาคสฺสาสิ อจินฺติยา ฯ |๓๙๕.๙๖๘| ฉทฺทนฺโต หิ ตทา ทิสฺวา สุรตฺตํ อรหทฺธชํ ตาวเทว ภณี คาถา คโช อตฺโถปสญฺหิตา ฯ |๓๙๕.๙๖๙| อนิกฺกสาโว กาสาวํ โย วตฺถํ ปริทเหสฺสติ อเปโต ทมสจฺเจน น โส กาสาวมรหติ ฯ |๓๙๕.๙๗๐| โย จ วนฺตกสาวสฺส สีเลสุ สุสมาหิโต อุเปโต ทมสจฺเจน ส เว กาสาวมรหติ ฯ |๓๙๕.๙๗๑| วิปนฺนสีโล ทุมฺเมโธ ปากโฏ กามการิโย วิพฺภนฺตจิตฺโต นิสฺสุกฺโก น โส กาสาวมรหติ ฯ |๓๙๕.๙๗๒| โย จ สีเลน สมฺปนฺโน วีตราโค สมาหิโต โอทาตมนสงฺกปฺโป ส เว กาสาวมรหติ ฯ |๓๙๕.๙๗๓| อุทฺธโต อุนฺนโฬ พาโล สีลํ ยสฺส น วิชฺชติ โอทาตกํ อรหติ กาสาวํ กึ กริสฺสติ ฯ |๓๙๕.๙๗๔| ภิกฺขู จ ภิกฺขุนิโย จ ทุฏฺฐจิตฺตา อนาทรา ตาทีนํ เมตฺตจิตฺตานํ นิคฺคณฺหิสฺสนฺตฺยนาคเต ฯ |๓๙๕.๙๗๕| สิกฺขาเปนฺตาปิ เถเรหิ พาลา จีวรธารณํ น สุณิสฺสนฺติ ทุมฺเมธา ปากฏา กามการิยา ฯ |๓๙๕.๙๗๖| เต ตถา สิกฺขิตา พาลา อญฺญมญฺญํ อคารวา นาทิยิสฺสนฺตุปชฺฌาเย ขลุงฺโก วิย สารถึ ฯ |๓๙๕.๙๗๗| เอวํ อนาคตทฺธานํ ปฏิปตฺติ ภวิสฺสติ ภิกฺขูนํ ภิกฺขุนีนญฺจ ปตฺเต กาลมฺหิ ปจฺฉิเม ฯ |๓๙๕.๙๗๘| ปุรา อาคจฺฉเต เอตํ อนาคตํ มหพฺภยํ สุพฺพจา โหถ สขิลา อญฺญมญฺญํ สคารวา ฯ |๓๙๕.๙๗๙| เมตฺตจิตฺตา การุณิกา โหถ สีเลสุ สํวุตา อารทฺธวิริยา ปหิตตฺตา นิจฺจํ ทฬฺหปรกฺกมา ฯ |๓๙๕.๙๘๐| ปมาทํ ภยโต ทิสฺวา อปฺปมาทญฺจ เขมโต ภาเวถฏฺฐงฺคิกํ มคฺคํ ผุสนฺติ อมตํปทนฺติ ฯ ปุสฺสเถโร ฯ

ฤาษีมีชื่อตามโคตรว่า ปัณฑรสะ ได้เห็นภิกษุเป็นอันมาก ที่น่าเลื่อมใส มีตนอันอบรมแล้ว สำรวมด้วยดี จึงได้ถามพระปุสสเถระว่า ในอนาคต ภิกษุทั้งหลายในศาสนานี้จักมีความพอใจอย่างไร มีความประสงค์อย่างไร กระผมถามแล้วขอจงบอกความข้อนั้นแก่กระผมเถิด? พระปุสสเถระจึงกล่าวตอบด้วยคาถาเหล่านี้ ความว่า ดูกรปัณฑรสฤาษี ขอเชิญฟังคำของอาตมา จงจำคำของอาตมาให้ดี อาตมาจะบอกซึ่งข้อความที่ท่านถามถึงอนาคต คือในกาลข้างหน้า ภิกษุ เป็นอันมากจักเป็นคนมักโกรธ มักผูกโกรธไว้ ลบหลู่คุณท่าน หัวดื้อ โอ้อวด ริษยา มีวาทะต่างๆ กัน จักเป็นผู้มีมานะในธรรมที่ยังไม่รู้ทั่วถึง คิดว่าตื้นในธรรมที่ลึกซึ้ง เป็นคนเบา ไม่เคารพธรรม ไม่มีความเคารพ กันและกัน ในกาลข้างหน้า โทษเป็นอันมากจักเกิดขึ้นในหมู่สัตวโลก ก็เพราะภิกษุทั้งหลายผู้ไร้ปัญญา จักทำธรรมที่พระศาสดาทรงแสดงแล้วนี้ ให้เศร้าหมอง ทั้งพวกภิกษุที่มีคุณอันเลว โวหารจัด แกล้วกล้า มี กำลังมาก ปากกล้า ไม่ได้ศึกษาเล่าเรียน ก็จักมีขึ้นในสังฆมณฑล ภิกษุทั้งหลายในสังฆมณฑล แม้ที่มีคุณความดี มีโวหารโดยสมควรแก่ เนื้อความ มีความละอายบาป ไม่ต้องการอะไรๆ ก็จักมีกำลังน้อย ภิกษุทั้งหลายในอนาคตที่ทรามปัญญา ก็จะพากันยินดีเงินทอง ไร่นา ที่ดิน แพะ แกะ และคนใช้หญิงชาย จักเป็นคนโง่มุ่งแต่จะยกโทษ ผู้อื่น ไม่ดำรงมั่นอยู่ในศีล ถือตัว โหดร้าย เที่ยวยินดีแก่การทะเลาะ วิวาท จักมีใจฟุ้งซ่าน นุ่งห่มแต่จีวรที่ย้อมสีเขียวแดง เป็นคนลวงโลก กระด้าง เป็นผู้แส่หาแต่ลาภผล เที่ยวชูเขา คือมานะ ทำตนดั่งพระ อริยเจ้าท่องเที่ยวไปอยู่ เป็นผู้แต่งผมด้วยน้ำมัน ทำให้มีเส้นละเอียด เหลาะแหละ ให้ยาหยอดและทาตา มีร่างกายคลุมด้วยจีวรที่ย้อมด้วยสี งา สัญจรไปตามตรอกน้อยใหญ่ จักพากันเกลียดชังผ้าอันย้อมด้วยน้ำ ฝาดเป็นของไม่น่าเกลียด พระอริยเจ้าทั้งหลายผู้หลุดพ้นแล้วยินดียิ่งนัก เป็นธงชัยของพระอรหันต์ พอใจแต่ในผ้าขาวๆ จักเป็นผู้มุ่งแต่ลาภผล เป็นคนเกียจคร้าน มีความเพียรเลวทราม เห็นการอยู่ป่าอันสงัดเป็น ความลำบาก จักใคร่อยู่ในเสนาสนะที่ใกล้บ้าน ภิกษุเหล่าใดยินดีมิจฉา- ชีพ จักได้ลาภเสมอๆ จักพากันประพฤติตามภิกษุเหล่านั้น (เที่ยวคบหา ราชสกุลเป็นต้นเพื่อให้เกิดลาภแก่ตน) ไม่สำรวมอินทรีย์ เที่ยวไป อนึ่ง ในอนาคตกาล ภิกษุทั้งหลายจะไม่บูชาพวกภิกษุที่มีลาภน้อย จัก ไม่สมคบภิกษุที่เป็นนักปราชญ์มีศีลเป็นที่รัก จักทรงผ้าสีแดง ที่ชนชาว มิลักขะชอบย้อมใช้ พากันติเตียนผ้าอันเป็นธงชัยของตนเสีย บางพวก ก็นุ่งห่มผ้าสีขาวอันเป็นธงของพวกเดียรถีย์ อนึ่ง ในอนาคตกาล ภิกษุ เหล่านั้นจักไม่เคารพในผ้ากาสาวะ จักไม่พิจารณาในอุบายอันแยบคาย บริโภคผ้ากาสาวะ เมื่อทุกข์ครอบงำ ถูกลูกศรแทงเข้าแล้ว ก็ไม่ พิจารณาโดยแยบคาย แสดงอาการยุ่งยากในใจออกมา มีแต่เสียงโอด ครวญอย่างใหญ่หลวง เปรียบเหมือนช้างฉัททันต์ ได้เห็นผ้ากาสาวะ อันเป็นธงชัยของพระอรหันต์ ที่นายโสณุตระพราน นุ่งห่มไปในคราว นั้น ก็ไม่กล้าทำร้าย ได้กล่าวคาถาอันประกอบด้วยประโยชน์มากมาย ว่า ผู้ใดยังมีกิเลสดุจน้ำฝาด ปราศจากทมะและสัจจะจักนุ่งผ้ากาสาวะ ผู้นั้นย่อมไม่ควรนุ่งห่มผ้ากาสาวะ ส่วนผู้ใดคายกิเลสดุจน้ำฝาดออกแล้ว ตั้งมั่นอยู่ในศีลอย่างมั่นคง ประกอบด้วยทมะและสัจจะ ผู้นั้นจึงสมควรจะ นุ่งห่มผ้ากาสาวะโดยแท้ ผู้ใดมีศีลวิบัติ มีปัญญาทราม ไม่สำรวมอินทรีย์ กระทำตามความใคร่อย่างเดียว มีจิตฟุ้งซ่าน ไม่ขวนขวายในทางที่ควร ผู้นั้นไม่สมควรจะนุ่งห่มผ้ากาสาวะ ส่วนผู้ใดสมบูรณ์ด้วยศีล ปราศจาก ราคะ มีใจตั้งมั่น มีความดำริในใจผ่องใส ผู้นั้นสมควรนุ่งห่มผ้ากาสาวะ โดยแท้ ผู้ใดไม่มีศีล ผู้นั้นเป็นคนพาล มีจิตใจฟุ้งซ่าน มีมานะฟูขึ้นเหมือน ไม้อ้อ ย่อมสมควรจะนุ่งห่มแต่ผ้าขาวเท่านั้น จักควรนุ่งผ้าห่มผ้ากาสาวะ อย่างไร อนึ่ง ภิกษุและภิกษุณีทั้งหลายในอนาคต จักเป็นผู้มีจิตใจชั่ว ร้าย ไม่เอื้อเฟื้อ จักข่มขี่ภิกษุทั้งหลายผู้คงที่ มีเมตตาจิต แม้ภิกษุ ทั้งหลายที่เป็นคนโง่เขลา มีปัญญาทราม ไม่สำรวมอินทรีย์ กระทำ ตามความใคร่ ถึงพระเถระให้ศึกษาการใช้สอยผ้าจีวร ก็จักไม่เชื่อฟัง พวกภิกษุที่โง่เขลาเหล่านั้น อันพระเถระทั้งหลายให้การศึกษาแล้วเหมือน อย่างนั้น จักไม่เคารพกันและกัน ไม่เอื้อเฟื้อในพระอุปัชฌายาจารย์ จักเป็นเหมือนม้าพิการไม่เอื้อเฟื้อนายสารถี ฉะนั้น ในกาลภายหลังแต่ ตติยสังคายนา ภิกษุและภิกษุณีทั้งหลาย ในอนาคต จักปฏิบัติอย่างนี้. ครั้นพระปุสสเถระแสดงมหาภัยอันจะบังเกิดขึ้น ในกาลภายหลังอย่างนี้แล้ว เมื่อจะ ให้โอวาทภิกษุที่ประชุมกัน ณ ที่นั้นอีก จึงได้กล่าวคาถา ๓ คาถา ความว่า ภัยอย่างใหญ่หลวงที่จะทำอันตรายต่อข้อปฏิบัติ ย่อมมาในอนาคตอย่างนี้ ก่อน ขอท่านทั้งหลาย จงเป็นผู้ว่าง่าย จงพูดแต่ถ้อยคำที่สละสลวย มีความเคารพกันและกัน มีจิตเมตตากรุณาต่อกัน จงสำรวมในศีล ปรารภความเพียร มีใจเด็ดเดี่ยวบากบั่นอย่างมั่นเป็นนิตย์ ขอท่าน ทั้งหลายจงเห็นความประมาท โดยความเป็นภัย และจงเห็นความไม่ ประมาทโดยความเป็นของปลอดภัย แล้วจงอบรมอัฏฐังคิกมรรค เมื่อ ทำได้ดังนี้แล้ว ย่อมจะบรรลุนิพพานอันเป็นทางไม่เกิดไม่ตาย.

所用版本与授权

พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ

pli-siamrath · Public domain (term expired) — operator determination · 证据核验于 2026-08-25

ฉบับสยามรัฐ จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๔๖๘–๒๔๗๑ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง

th-chabab-luang · Public domain (term expired) — operator determination · 证据核验于 2026-08-24

ฉบับหลวง จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๕๑๔ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย