ให้ ย กเลิ ก ความในมาตรา ๘๖ ของรั ฐ ธรรมนู ญ แห่ ง ราชอาณาจั ก รไทย และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน “มาตรา ๘๖ การกำหนดจำนวนสมาชิ ก สภาผู้แทนราษฎรที่ แต่ ละจั ง หวั ด จะพึ ง มี และ การแบ่งเขตเลือกตั้ง ให้ดำเนินการตามวิธีการ ดังต่อไปนี้
(๑) ให้ใช้จำนวนราษฎรทั้งประเทศตามหลักฐานการทะเบียนราษฎรที่ประกาศในปีสุดท้าย ก่อนปีที่มีการเลือกตั้ง เฉลี่ยด้วยจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรสี่ร้อยคน จำนวนที่ได้รับให้ถือว่า เป็นจำนวนราษฎรต่อสมาชิกหนึ่งคน
(๒) จั ง หวั ด ใดมีราษฎรไม่ ถึ ง เกณฑ์ จำนวนราษฎรต่ อ สมาชิ ก หนึ่ ง คนตาม
(๑) ให้ มี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในจังหวัดนั้นได้หนึ่งคน โดยให้ถือเขตจังหวัดเป็นเขตเลือกตั้ง
(๓) จังหวัดใดมีราษฎรเกินจำนวนราษฎรต่อสมาชิกหนึ่งคน ให้มีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ในจังหวัดนั้นเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งคนทุกจำนวนราษฎรที่ถึงเกณฑ์จำนวนราษฎรต่อสมาชิกหนึ่งคน
(๔) เมื่อได้จำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของแต่ละจังหวัด ตาม
(๒) และ
(๓) แล้ว ถ้าจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรยังไม่ครบสี่ร้อยคน จังหวัดใดมีเศษที่เหลือจากการคำนวณตาม
(๓) มากที่สุด ให้จังหวัดนั้นมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งคน และให้เพิ่มสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ตามวิธีการดังกล่าวแก่จังหวัดที่มีเศษที่เหลือจากการคำนวณนั้นในลำดับรองลงมาตามลำดับจนครบ จำนวนสี่ร้อยคน หนา้ ๓ เลม่ ๑๓๘ ตอนที่ ๗๖ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๑ พฤศจิกายน ๒๕๖๔
(๕) จั ง หวั ด ใดมีการเลื อ กตั้งสมาชิก สภาผู้ แทนราษฎรได้ เกิ นหนึ่ งคน ให้ แบ่ ง เขตจังหวัด ออกเป็ น เขตเลือกตั้งเท่าจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่พึงมี โดยต้องแบ่งพื้นที่ของเขตเลือกตั้ง แต่ละเขตให้ติดต่อกันและต้องจัดให้มีจำนวนราษฎรในแต่ละเขตใกล้เคียงกัน”