เมื่ อ มี ก รณี ที่ ผู้ ต รวจการเลื อ กตั้ ง จะต้ อ งปฏิ บั ติ ห น้า ที่ ให้ ค ณะกรรมการ ดำเนินการแต่งตั้งบุคคลจากบัญชีรายชื่อตามมาตรา ๒๙ มีจำนวนไม่น้อยกว่าห้าคนแต่ไม่เกินแปดคน โดยคำนึ งถึ งพื้ น ที่ ของจั งหวั ด หรื อพื้ น ที่ ที่ จะต้ อ งปฏิ บั ติ ห น้าที่ เพื่ อแต่งตั้ งให้ เป็ น ผู้ ตรวจการเลือกตั้ ง ประจำจังหวัดทุกจังหวัด ให้ผู้ต รวจการเลือกตั้ง ปฏิบัติห น้า ที่ได้นับแต่วัน ที่มีคำ สั่ง แต่งตั้ง แม้จะยังมีจำ นวนไม่ครบ ตามวรรคหนึ่งก็ตาม การแต่งตั้งผู้ตรวจการเลือกตั้งประจำจังหวัดแต่ละจังหวัดตามวรรคหนึ่ง ให้แต่งตั้งจากบุคคล ซึ่งกรรมการที่คณะกรรมการมอบหมาย จับสลากจาก
(๑) รายชื่อตามบัญชีรายชื่อตามมาตรา ๒๙ วรรคหนึ่ง ที่มีภูมิลำเนาอยู่ในจังหวัดที่จะแต่งตั้ง จำนวนสองคน
(๒) รายชื่อตามบัญชีรายชื่อตามมาตรา ๒๙ วรรคหนึ่ง ที่มิได้มีภูมิลำเนาในจังหวัดที่จะแต่งตั้ง ให้ครบตามจำนวนที่กำหนดสำหรับจังหวัดนั้น ในกรณี ที่ ไม่ อาจแต่ ง ตั้ ง ผู้ ต รวจการเลื อ กตั้ ง ประจำ จั ง หวั ด ตาม
(๑) ได้ ไม่ ว่า ด้ ว ยเหตุ ใด คณะกรรมการจะแต่งตั้งผู้ตรวจการเลือกตั้งประจำจังหวัดตาม
(๒) แทนผู้ตรวจการเลือกตั้งประจำจังหวัด ตาม
(๑) ก็ได้ ให้ ค ณะกรรมการดำ เนิ น การแต่ ง ตั้ ง ตามวรรคหนึ่งให้ แล้ ว เสร็ จ ไม่ ช้า กว่า สิ บ วั น นั บ แต่ วั น ที่ พระราชกฤษฎีกาให้มีการเลือกตั้งมีผลใช้บังคับ แต่ต้องไม่เร็วกว่าสามสิบวันก่อนวันที่พระราชกฤษฎีกา ให้มีการเลือกตั้งมีผลใช้บังคับ เมื่ อพ้ น เวลาระหว่างเวลาที่ มี การดำเนิ น การเลื อ กตั้งตามมาตรา ๒๘ แล้ ว ให้ คำสั่ งแต่งตั้ ง ผู้ตรวจการเลือกตั้งเป็นอันสิ้นผล เว้นแต่ในกรณีที่ผู้ตรวจการเลือกตั้งประจำจังหวัดใดยังมีความจำเป็น จะต้องดำเนินการต่อไป คณะกรรมการจะประกาศให้ปฏิบัติหน้าที่ต่อไปตามเวลาที่กำหนดก็ได้