ในการตรวจสอบเพื่อให้ได้มาซึ่งข้อเท็จจริงตามมาตรา ๓๔ คณะกรรมการ อาจดำเนินการโดยประการใด ๆ ซึ่งต้องไม่สร้างขั้นตอนหรือเป็นภาระแก่บุคคลหรือหน่วยงานของรัฐ ที่เกี่ยวข้องมากเกินจำเป็น และต้องเปิดโอกาสให้ผู้ร้องเรียนหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐที่เกี่ยวข้องชี้แจงและ แสดงพยานหลักฐานประกอบคำชี้แจงของตนได้ตามสมควร เพื่อประโยชน์ในการดำเนินการตามวรรคหนึ่ง ให้คณะกรรมการมีอำนาจดังต่อไปนี้ ซึ่งต้อง กระทำเท่าที่จำเป็น
(๑) ขอให้หน่วยงานของรัฐ ข้าราชการ พนักงาน หรือลูกจ้างของหน่วยงานดังกล่าว หรือ บุคคลใด มีหนังสือชี้แจงข้อเท็จจริงหรือให้ความเห็นในการปฏิบัติงาน หรือมาให้ถ้อยคำ หรือส่งวัตถุ เอกสาร หลั ก ฐาน หรื อ พยานหลั ก ฐานอื่ น ที่ เกี่ ย วข้ อ งเพื่ อ ประกอบการพิจารณาภายในระยะเวลา ที่ ค ณะกรรมการกำหนด ในกรณี ที่ ห น่ วยงานหรือ บุ ค คลใดไม่ ดำเนิ น การตามที่ ค ณะกรรมการร้อ งขอ คณะกรรมการจะออกคำสั่งให้หน่วยงานหรือบุคคลนั้นดำเนินการดังกล่าวก็ได้
(๒) เข้าไปในเคหสถานหรือสถานที่ใด ๆ เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงหรือรวบรวมพยานหลักฐานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ ในกรณีที่เคหสถานหรือสถานที่ที่จะเข้าไปนั้นมิได้อยู่ในความครอบครองของหน่วยงาน ของรัฐ และเจ้าของหรือผู้ครอบครองไม่ยินยอม ให้เข้าไปได้เมื่อมีหมายของศาล
(๓) ออกระเบียบกำหนดหลักเกณฑ์การจ่ายค่าใช้จ่าย ค่าเบี้ยเลี้ยง และค่าเดินทางของบุคคล ซึ่งมาให้ความเห็นหรือถ้อยคำ และการปฏิบัติหน้าที่ของพนักงานเจ้าหน้าที่ ในการดำเนินการตาม (๑) หรือ
(๒) คณะกรรมการอาจมอบหมายให้กรรมการหรือพนักงาน เจ้าหน้าที่ ดำเนินการแทนคณะกรรมการได้ เว้น แต่การออกคำสั่งตาม
(๑) ให้มอบหมายได้เฉพาะ กรรมการ ทั้งนี้ ตามระเบียบที่คณะกรรมการกำหนด ในการดำ เนิ น การตาม
(๒) ให้ ดำ เนิ น การต่ อ หน้า ผู้ ค รอบครองหรื อ ดู แลสถานที่ หรื อ ผู้ ซึ่ ง เกี่ ย วข้ อ ง หรื อ ถ้า หาบุ ค คลดั ง กล่าวไม่ ได้ ก็ ให้ ดำ เนิ น การต่ อ หน้า บุ ค คลอื่ น อย่า งน้ อ ยสองคน ซึ่งได้ขอร้องให้มาเป็นพยาน ในการนี้ ให้ผู้ครอบครองหรือดูแลสถานที่ หรือผู้ซึ่งเกี่ยวข้องให้ความร่วมมือ เพื่อให้การปฏิบัติหน้าที่ดังกล่าวเป็นไปโดยสะดวก