๒. สุมังคลเถราปทาน (๑๑๒)
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
ทุติยํ สุมงฺคลตฺเถราปทานํ (๑๑๒)
๑๑๔|๑๑๔.๑๑| อตฺถทสฺสี ชินวโร โลกเชฏฺโฐ นราสโภ วิหารา อภินิกฺขมฺม ตฬากํ อุปสงฺกมิ ฯ |๑๑๔.๑๒| นฺหาตฺวา ปิตฺวา จ สมฺพุทฺโธ อุตฺตริเตฺวกจีวโร อฏฺฐาสิ ภควา ตตฺถ วิโลเกนฺโต ทิโสทิสํ ฯ |๑๑๔.๑๓| ภวเน อุปวิฏฺโฐหํ อทฺทสํ โลกนายกํ หฏฺโฐ หฏฺเฐน จิตฺเตน อปฺโปเฐสึ อหํ ตทา ฯ |๑๑๔.๑๔| สตรํสึว โชตนฺตํ ปภาสนฺตํว กญฺจนํ นจฺเจ คีเต จ ยุตฺโตหํ ปญฺจงฺคตุริเยปิจ ฯ |๑๑๔.๑๕| ยํ ยํ โยนูปปชฺชามิ เทวตฺตํ อถ มานุสํ สพฺเพ สตฺเต อภิโภมิ วิปุโล โหติ เม ยโส ฯ |๑๑๔.๑๖| นโม เต ปุริสาชญฺญ นโม เต ปุริสุตฺตม อตฺตานํ โตสยิตฺวาน ปเร โตเสสิ ตฺวํ มุนิ ฯ |๑๑๔.๑๗| ปริคฺคหิตฺวา นิสีทิตฺวา หาสํ กตฺวาน สุพฺพโต อุปฏฺฐหิตฺวาน สมฺพุทฺธํ ตุสิตํ อุปปชฺชหํ ฯ |๑๑๔.๑๘| โสฬสิโต กปฺปสเต ทฺวินวา เอกจินฺติตา สตฺตรตนสมฺปนฺนา จกฺกวตฺตี มหพฺพลา ฯ |๑๑๔.๑๙| ปฏิสมฺภิทา จตสฺโส วิโมกฺขาปิจ อฏฺฐิเม ฉฬภิญฺญา สจฺฉิกตา กตํ พุทฺธสฺส สาสนนฺติ ฯ อิตฺถํ สุทํ อายสฺมา สุมงฺคโล เถโร อิมา คาถาโย อภาสิตฺถาติ ฯ สุมงฺคลตฺเถรสฺส อปทานํ สมตฺตํ ฯ
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องตรงกันทั้งสองฉบับ
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๒. สุมังคลเถราปทาน ประวัติในอดีตชาติของพระสุมังคลเถระ (พระสุมังคลเถระ เมื่อจะประกาศประวัติในอดีตชาติของตน จึงกล่าวว่า)
พระผู้มีพระภาค ผู้ทรงชนะอย่างประเสริฐ พระนามว่าอัตถทัสสี ผู้เจริญที่สุดในโลก ทรงองอาจกว่านรชน เสด็จออกจากพระวิหารแล้วเสด็จเข้าไปยังสระน้ำ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๒ หน้า : ๒๖๒}
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๑๒. มหาปริวารวรรค] ๒. สุมังคลเถราปทาน
พระผู้มีพระภาคสัมมาสัมพุทธเจ้า ทรงสรงสนานและดื่มแล้ว เสด็จขึ้นทรงผ้าผืนเดียว ประทับยืนเหลียวดูทิศน้อยใหญ่อยู่ ณ ที่นั้น
ครั้งนั้น ข้าพเจ้าเข้าไปในที่อยู่ ได้เห็นพระผู้มีพระภาค ผู้ทรงเป็นผู้นำสัตว์โลก มีจิตร่าเริงเบิกบาน ได้ปรบมือ
ข้าพเจ้าประกอบการฟ้อนรำ การขับร้องและการประโคมดนตรีมีองค์ ๕ ถวายพระองค์ ผู้รุ่งเรืองดุจดวงอาทิตย์ ส่องแสงเรืองรองดังทองคำ
ข้าพเจ้าเกิดในกำเนิดใดๆ คือจะเกิดเป็นเทวดาหรือมนุษย์ก็ตาม ในกำเนิดนั้นๆ ข้าพเจ้าเป็นใหญ่เหนือสัตว์ทั้งปวง ยศของข้าพเจ้าก็ไพบูลย์
ข้าแต่พระองค์ผู้เป็นบุรุษอาชาไนย ข้าพระองค์ ขอนอบน้อมพระองค์ ข้าแต่พระองค์ผู้สูงสุดแห่งบุรุษ ข้าพระองค์ขอนอบน้อมพระองค์ พระองค์ผู้เป็นพระมุนี ทรงทำพระองค์ให้ยินดีแล้ว จึงทรงทำผู้อื่นให้ยินดีตาม
ข้าพเจ้าผู้มีวัตรดีงามกำหนดแล้ว นั่งลง ทำความร่าเริง เข้าไปบำรุงพระสัมมาสัมพุทธเจ้าแล้ว จึงได้ไปเกิดยังสวรรค์ชั้นดุสิต
ในกัปที่ ๑๑๖ นับจากกัปนี้ไป ได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิ ๑๘ ชาติ พระนามว่าเอกจินติตะ สมบูรณ์ด้วยรัตนะ ๗ ประการ มีพลานุภาพมาก
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๒ หน้า : ๒๖๓}
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๑๒. มหาปริวารวรรค] ๓. สรณคมนิยเถราปทาน
คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ ข้าพเจ้าได้ทำให้แจ้งแล้ว คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ข้าพเจ้าก็ได้ทำสำเร็จแล้ว ดังนี้แล ได้ทราบว่า ท่านพระสุมังคลเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้สุมังคลเถราปทานที่ ๒ จบ
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๑๑๒. อรรถกถาสุมังคลเถรปทาน
อปทานของท่านพระสุมังคลเถระมีคำเริ่มต้นว่า อตฺถทสฺสี ชินวโร ดังนี้.
แม้พระเถระรูปนี้ก็ได้บำเพ็ญกุศลมาแล้วในพระพุทธเจ้าพระองค์ก่อนๆ ทุกๆ ภพนั้นจะสร้างสมอุปนิสัยแห่งพระนิพพานเป็นประจำเสมอ.
ในกาลแห่งพระผู้มีพระภาคเจ้าทรงพระนามว่าอัตถทัสสี ท่านได้เกิดเป็นรุกขเทวดาประจำอยู่ ณ ที่ใกล้สระแห่งหนึ่ง.
สมัยนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าเสด็จออกจากพระวิหาร มีพระประสงค์จะสรงน้ำ จึงเสด็จไปยังฝั่งแห่งสระนั้น ทรงสรงน้ำที่สระนั้นแล้ว มีจีวรห่มชั้นเดียว ประทับยืนคล้ายพรหม งามรุ่งโรจน์คล้ายพระอาทิตย์ทอแสง และคล้ายรูปเปรียบที่ทำด้วยทองคำฉะนั้น.
ครั้งนั้น เทวบุตรนั้นเกิดความโสมนัสยกมือประนมกระทำความชื่นชมแล้ว และได้นำเพลงและดนตรีทิพย์ของตนมาทำการบรรเลงถวาย. ด้วยบุญกรรมนั้น เทพบุตรนั้นจึงได้เสวยสวรรค์สมบัติและมนุษย์สมบัติมากมาย.
ในกาลอื่นต่อมาคือในพุทธุปบาทกาลนี้ จึงได้บังเกิดในเรือนที่มีสกุล พอบรรลุนิติภาวะแล้ว เลื่อมใสในพระศาสดาจึงได้บวช ไม่นานเท่าไรนักก็ได้เป็นพระอรหันต์.
ภายหลัง ท่านได้ระลึกถึงบุพกรรมแล้วเกิดความโสมนัส เมื่อจะประกาศถึงเรื่องราวที่ตนเคยได้ประพฤติมาแล้วในกาลก่อน จึงกล่าวคำเริ่มต้นว่า อตฺถทสฺสี ชินวโร ดังนี้.
ในคำเริ่มต้นนั้นมีอรรถาธิบายว่า
ชื่อว่าอัตถทัสสี เพราะอรรถว่ามีปกติเล็งเห็นประโยชน์คืออริยสัจ ๔ ทีมีแก่สัตว์ทั้งปวง,
ชื่อว่าชินะ เพราะอรรถว่าได้ชนะแล้ว กำลังชนะและจักชนะกิเลสทั้งหลาย.
ชื่อว่าวระ เพราะอรรถว่าอันปวงสัตว์อยากได้ คือปรารถนาที่จะได้.
พระผู้มีพระภาคเจ้านั้นชื่อว่าอัตถทัสสี ด้วย ชื่อว่าชินะ ด้วย ชื่อว่าวระ ด้วย ดังนั้นจึงรวมเรียกว่า อัตถทัสสีชินวระ.
บทว่า โลกเชฏฺโฐ มีวิเคราะห์ว่า ชื่อว่าโลก เพราะอรรถว่าย่อมแตกสลาย คือเสื่อมไป.
อีกอย่างหนึ่ง ชื่อว่าโลก เพราะอรรถว่าผู้ที่จะบรรลุถึงฝั่ง พระพุทธเจ้าเป็นต้นย่อมเห็น คือปรากฏได้ชัด (แก่พระพุทธเจ้า). โลกทั้ง ๓ อย่าง รวมเรียกว่าโลก, ว่าด้วยอำนาจเอกเสสสมาส ควรจะเรียกว่า โลกา แต่ท่านเรียกว่า โลโก.
พระพุทธเจ้า ชื่อว่าโลกเชษฐ์ เพราะเป็นผู้ประเสริฐของชาวโลก. พระพุทธเจ้าพระองค์นั้นเป็นผู้ประเสริฐของชาวโลก คือเป็นผู้องอาจ.
คำที่เหลือในที่ทุกแห่งมีเนื้อความง่ายทั้งนั้น. จบอรรถกถาสุมังคลเถราปทาน -----------------------------------------------------