๘. ธชทายกเถราปทาน (๕๘)
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
บาลีและคำแปล
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
อฏฺฐมํ ธชทายกตฺเถราปทานํ (๕๘)
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๓๒ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๒๔ ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ ธชทายกเถราปทานที่ ๘ (๕๘) ว่าด้วยผลแห่งการถวายธงและบำรุง
|๖๐.๕๗| ปทุมุตฺตรพุทฺธสฺส โพธิยา ปาทปุตฺตเม หฏฺโฐ หฏฺเฐน จิตฺเตน ธชมาโรปยึ อหํ ฯ |๖๐.๕๘| ปตปตฺตานิ คณฺหิตฺวา พหิทฺธา ฉฑฺฑยึ อหํ อนฺโตสุทฺธํ พหิสุทฺธํ สุวิมุตฺตํ อนาสวํ ฯ |๖๐.๕๙| สมฺมุขา วิย สมฺพุทฺธํ อวนฺทึ โพธิมุตฺตมํ ปทุมุตฺตโร โลกวิทู อาหุตีนํ ปฏิคฺคโห ฯ |๖๐.๖๐| ภิกฺขุสงฺเฆ ฐิโต สตฺถา อิมา คาถา อภาสถ อิมินา ธชทาเนน อุปฏฺฐาเนน จูภยํ ฯ |๖๐.๖๑| กปฺปานํ สตสหสฺสํ ทุคฺคตึ โส น คจฺฉติ เทเวสุ เทวโสภคฺยํ อนุโภสฺสตฺยนปฺปกํ ฯ |๖๐.๖๒| อเนกสตกฺขตฺตุญฺจ ราชา รฏฺเฐ ภวิสฺสติ อุคฺคโต นาม นาเมน จกฺกวตฺติ ภวิสฺสติ ฯ |๖๐.๖๓| สมฺปตฺตึ อนุโภตฺวาน สุกฺกมูเลน โจทิโต โคตมสฺส ภควโต สาสเนภิรมิสฺสติ ฯ |๖๐.๖๔| ปธานํ ปหิตตฺโตมฺหิ อุปสนฺโต นิรูปธิ ธาเรมิ อนฺติมํ เทหํ สมฺมาสมฺพุทฺธสาสเน ฯ |๖๐.๖๕| เอกปญฺญาสสหสฺเส กปฺเป อุคฺคตสวฺหยา ปญฺญาสสหสฺเส จมุโน ขตฺติยา เขมสวฺหยา ฯ |๖๐.๖๖| ปฏิสมฺภิทา จตสฺโส วิโมกฺขาปิจ อฏฺฐิเม ฉฬภิญฺญา สจฺฉิกตา กตํ พุทฺธสฺส สาสนนฺติ ฯ อิตฺถํ สุทํ อายสฺมา ธชทายโก เถโร อิมา คาถาโย อภาสิตฺถาติ ฯ ธชทายกตฺเถรสฺส อปทานํ สมตฺตํ ฯ
เราร่าเริง มีจิตโสมนัส ได้ยกธงขึ้นปักไว้ที่ไม้โพธิ์อันเป็นต้นไม้อุดม แห่ง พระพุทธเจ้าพระนามว่าปทุมุตระ เราเก็บใบโพธิ์ที่หล่นเอาไปทิ้งภายนอก ได้ไหว้ไม้โพธิ์อันอุดม ดังได้ถวายบังคมพระสัมพุทธเจ้าผู้หมดจดทั้งกาย ในภายนอก ทรงพ้นวิเศษแล้ว ไม่มีอาสวะเหมือนดังเฉพาะพระพักตร์ พระศาสดาพระนามว่าปทุมุตระทรงรู้แจ้งโลก ผู้ควรรับเครื่องบูชาประทับ ยืนท่ามกลางภิกษุสงฆ์ ได้ตรัสพระคาถาเหล่านี้ว่า ด้วยการถวายธงและ ด้วยการบำรุงทั้งสองนี้เขาจะไม่ไปสู่ทุคติตลอดแสนกัลป จักได้เสวยความ เป็นเทวดารูปงามไม่น้อยในเทวดาทั้งหลาย จักได้เป็นพระราชาในแว่น แคว้นหลายร้อยครั้ง จักได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิมีพระนามชื่อว่าอุคคตะ ครั้นเสวยสมบัติแล้ว อันกุศลมูลตักเตือน จักยินดียิ่งในพระศาสนาของ พระผู้มีพระภาคพระนามว่าโคดม เราเป็นผู้มีจิตแน่วแน่เพื่อความเพียรสงบ ระงับไม่มีอุปธิ ทรงกายอันเป็นที่สุดอยู่ในพระศาสนาของพระสัมพุทธเจ้า ในกัลปที่ ๕๑๐๐ ได้มีกษัตริย์หลายพระองค์ พระนามว่าอุคคตะ มีเสนา ประมาณ ๕ หมื่น มีชื่อว่าเขมะ คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งชัดแล้ว พระพุทธศาสนาเราได้ ทำเสร็จแล้ว ดังนี้. ทราบว่า ท่านพระธชทายกเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล. จบธชทายกเถราปทาน.
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องตรงกันทั้งสองฉบับ
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๘. ธชทายกเถราปทาน ประวัติในอดีตชาติของพระธชทายกเถระ (พระธชทายกเถระ เมื่อจะประกาศประวัติในอดีตชาติของตน จึงกล่าวว่า)
ข้าพเจ้ามีจิตร่าเริง เบิกบาน ได้ยกธงขึ้นปักไว้ที่โคนต้นโพธิ์ ซึ่งเป็นต้นไม้ประเสริฐของพระพุทธเจ้าพระนามว่าปทุมุตตระ
ข้าพเจ้าเก็บใบโพธิ์ที่หล่นนำไปทิ้งภายนอก พระสัมมาสัมพุทธเจ้าผู้หมดจดทั้งภายในทั้งภายนอก ผู้หลุดพ้นดีแล้ว หาอาสวะมิได้
ข้าพเจ้าได้ไหว้ต้นโพธิ์ที่ประเสริฐ เหมือนได้อภิวาท พระพุทธเจ้าพระนามว่าปทุมุตตระ ทรงรู้แจ้งโลก ผู้สมควรรับเครื่องบูชา เฉพาะพระพักตร์
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๒ หน้า : ๑๙๖}
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๖. วีชนีวรรค] ๘. ธชทายกเถราปทาน
ผู้เป็นพระศาสดาประทับยืนในท่ามกลางหมู่ภิกษุ ได้ตรัสพระคาถาเหล่านี้ว่า ด้วยการถวายธงและด้วยการบำรุงทั้ง ๒ อย่างนี้
เขาจะไม่ไปเกิดยังทุคติตลอด ๑๐๐,๐๐๐ กัป จักเสวยทิพยสมบัติมิใช่น้อยในหมู่เทวดา
และเขาจักได้เป็นพระราชาในแว่นแคว้นหลายร้อยชาติ จักได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิมีพระนามว่าอุคคตะ
เขาครั้นเสวยสมบัติแล้ว ถูกกุศลมูลตักเตือน จักยินดียิ่งในศาสนาของพระผู้มีพระภาคพระนามว่าโคดม
ข้าพเจ้ามีจิตเด็ดเดี่ยวเพื่อบำเพ็ญเพียร สงบระงับ ไม่มีอุปธิ ทรงร่างกายอันมีในภพสุดท้าย อยู่ในศาสนาของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
ในกัปที่ ๑,๐๕๑ (นับจากกัปนี้ไป) ได้เป็นกษัตริย์หลายพระองค์ มีพระนามว่าอุคคตะ ในกัปที่ ๑,๑๕๐ (นับจากกัปนี้ไป) ได้เป็นกษัตริย์หลายชาติมีพระนามว่าเขมะ
คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ ข้าพเจ้าได้ทำให้แจ้งแล้ว คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ข้าพเจ้าก็ได้ทำสำเร็จแล้ว ดังนี้แล ได้ทราบว่า ท่านพระธชทายกเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้ธชทายกเถราปทานที่ ๘ จบ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๒ หน้า : ๑๙๗}
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๕๘. อรรถกถาธชทายกเถราปทาน
อปทานของท่านพระธชทายกเถระมีคำเริ่มต้นว่า ปทุมุตฺตรพุทฺธสฺส ดังนี้.
พระเถระแม้นี้ได้บำเพ็ญบุญสมภารไว้ในพระพุทธเจ้าองค์ก่อนๆ สั่งสมบุญทั้งหลายอันเป็นอุปนิสัยแห่งพระนิพพานในภพนั้นๆ ในกาลแห่งพระผู้มีพระภาคเจ้าพระนามว่าปทุมุตตระ บังเกิดในเรือนมีตระกูลแห่งหนึ่ง เจริญวัยแล้ว เลื่อมใสในพระศาสดา ให้กระทำธงด้วยผ้าดีๆ มากมาย คือได้กระทำการบูชาด้วยธง.
ด้วยบุญกรรมนั้น ท่านบังเกิดในตระกูลสูง เป็นผู้ควรบูชาแล้ว ในภพที่ตนเกิดแล้วๆ.
ครั้นต่อมา ในพุทธุปบาทกาลนี้ ท่านบังเกิดในเรือนมีตระกูลแห่งหนึ่ง เจริญวัยแล้ว เจริญด้วยบุตรและภรรยา เป็นผู้มีโภคะมาก มียศ มีศรัทธาเลื่อมใสในพระศาสดา ละการครองเรือนบวช ไม่นานนักก็ได้เป็นพระอรหันต์.
ท่านได้บรรลุพระอรหัตผลแล้ว ระลึกถึงบุพกรรมแล้วเกิดโสมนัส เมื่อจะประกาศปุพพจริตาปทาน จึงกล่าวคำมีอาทิว่า ปทุมุตฺตรพุทฺธสฺส ดังนี้.
ความแห่งคำนั้นมีอรรถดังกล่าวในก่อนนั้นแล.
บทว่า หฏฺโฐ หฏฺเฐน จิตฺเตน ความว่า ผู้มีรูปกายอันบริสุทธิ์ชื่อว่าร่าเริง เพราะประกอบด้วยจิตอันเกิดพร้อมด้วยโสมนัส ชื่อว่ามีจิตร่าเริง คือมีจิตยินดี เพราะมีจิตประกอบด้วยศรัทธา.
บทว่า ธชมาโรปยึ อหํ ความว่า ชื่อว่าธชะ เพราะอรรถว่าสะบัด คือไหว. เราได้ยกธงนั้นขึ้นคล้องไว้บนปลายไม้ไผ่แล้วบูชา.
บทว่า ปติตปตฺตานิ คณฺหิตฺวา ความว่า เราถือเอาใบต้นโพธิ์ที่หล่นแล้วทิ้งเสียภายนอก.
บทว่า อนฺโตสุทฺธํ พหิสุทฺธํ ความว่า เราได้ไหว้ คือได้กระทำการนอบน้อมต้นโพธิ์อันสูงสุดในที่พร้อมหน้า ดุจว่าต่อพระพักตร์พระสัมพุทธะผู้บริสุทธิ์ภายในจิตตสันดานและนามกาย และบริสุทธิ์ในภายนอกคือรูปกายมีจักขุปสาทและโสตปสาทเป็นต้น ผู้หลุดพ้นวิเศษยิ่งคือหลุดพ้นจากกิเลส ผู้ไม่มีอาสวะ.
คำเหลือในที่ทั้งปวงมีอรรถตื้นทั้งนั้นแล. จบอรรถกถาธชทายกเถราปทาน -----------------------------------------------------