๖. จัมปกปุปผิยเถราปทาน (๑๓๖)
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
บาลีและคำแปล
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
ฉฏฺฐํ จมฺปกปุปฺผิยตฺเถราปทานํ (๑๓๖)
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๓๒ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๒๔ ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ จัมปกปุปผิยเถราปทานที่ ๖ (๑๓๖) ว่าด้วยผลแห่งการบูชาด้วยดอกจำปา
|๑๓๘.๔๑| กณิการํว โชตนฺตํ นิสินฺนํ ปพฺพตนฺตเร โอภาเสนฺตํ ทิสา สพฺพา โอสธึ วิย ตารกํ ฯ |๑๓๘.๔๒| ตโย มาณวกา อาสุํ สเก สิปฺเป สุสิกฺขิตา ขาริภารํ คเหตฺวาน อเนฺวนฺติ มม ปจฺฉโต ฯ |๑๓๘.๔๓| ปุฏเก สตฺต ปุปฺผานิ นิกฺขิตฺตานิ ตปสฺสินา คเหตฺวา ตานิ ญาณมฺหิ เวสฺสภุสฺสาภิโรปยึ ฯ |๑๓๘.๔๔| เอกตฺตึเส อิโต กปฺเป ยํ ปุปฺผมภิโรปยึ ทุคฺคตึ นาภิชานามิ ญาณปูชายิทํ ผลํ ฯ |๑๓๘.๔๕| เอกูนตึสกปฺปมฺหิ วิหตาภาสนามโก สตฺตรตนสมฺปนฺโน จกฺกวตฺติ มหพฺพโล ฯ |๑๓๘.๔๖| ปฏิสมฺภิทา จตสฺโส วิโมกฺขาปิจ อฏฺฐิเม ฉฬภิญฺญา สจฺฉิกตา กตํ พุทฺธสฺส สาสนนฺติ ฯ อิตฺถํ สุทํ อายสฺมา จมฺปกปุปฺผิโย เถโร อิมา คาถาโย อภาสิตฺถาติ ฯ จมฺปกปุปฺผิยตฺเถรสฺส อปทานํ สมตฺตํ ฯ
เราได้เห็นพระผู้มีพระภาคพระนามว่าเวสสภู ผู้โชติช่วงดังดอกกรรณิการ์ ประทับนั่งอยู่ที่ระหว่างภูเขา ทรงยังทิศทั้งปวงให้สว่างดังดาวประกายพฤกษ์ มีมาณพ ๓ คนเป็นผู้ศึกษาดีในศิลปของตน หาบสิ่งของเต็มหาบไปตั้งข้าง หลังเรา เราผู้มีตบะใส่ดอกจำปา ๗ ดอกไว้ในห่อ ถือดอกจำปาเหล่านั้น บูชา ในพระญาณของพระผู้มีพระภาคพระนามว่าเวสสภู ในกัลปที่ ๓๑ แต่กัลปนี้ เราบูชาพระพุทธญาณด้วยดอกไม้ใด ด้วยการบูชานั้น เราไม่ รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งการบูชาพระญาณ ในกัลปที่ ๒๙ แต่กัลปนี้ ได้มีพระเจ้าจักรพรรดิมีพระนามว่าวิหตาภา ทรงสมบูรณ์ด้วยแก้ว ๗ ประ- การ มีพลมาก คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และ อภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งชัดแล้ว พระพุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้. ทราบว่า ท่านพระจัมปกปุปผิยเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล. จบ จัมปกปุปผิยเถราปทาน.
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องตรงกันทั้งสองฉบับ
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๖. จัมปกปุปผิยเถราปทาน ประวัติในอดีตชาติของพระจัมปกปุปผิยเถระ (พระจัมปกปุปผิยเถระ เมื่อจะประกาศประวัติในอดีตชาติของตน จึงกล่าวว่า)
พระผู้มีพระภาคพระนามว่าเวสสภู ผู้โชติช่วงดังดอกกรรณิการ์ ประทับนั่งอยู่ระหว่างภูเขา ทรงทำทิศทั้งปวงให้สว่าง ดังดาวประกายพรึก
ได้มีมาณพ ๓ คน เป็นผู้ศึกษาดีแล้วในศิลปะของตน คอนสาแหรกบริขารเดินตามหลังข้าพเจ้าไป
ข้าพเจ้าผู้มีตบะ ได้เก็บดอกจำปา ๗ ดอกใส่ไว้ในกระจาด ข้าพเจ้าถือดอกไม้เหล่านั้นไปบูชาพระญาณ ของพระผู้มีพระภาคพระนามว่าเวสสภู
ในกัปที่ ๓๑ นับจากกัปนี้ไป ข้าพเจ้าได้ใช้ดอกไม้บูชาไว้ จึงไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งการบูชาพระญาณ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๒ หน้า : ๒๙๙}
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๑๔. โสภิตวรรค] ๗. อัตถสันทัสสกเถราปทาน
ในกัปที่ ๒๙ ได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดินามว่าวิหตาภาส สมบูรณ์ด้วยรัตนะ ๗ ประการ มีพลานุภาพมาก
คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ ข้าพเจ้าได้ทำให้แจ้งแล้ว คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ข้าพเจ้าก็ได้ทำสำเร็จแล้ว ดังนี้แล ได้ทราบว่า ท่านพระจัมปกปุปผิยเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้จัมปกปุปผิยเถราปทานที่ ๖ จบ
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๑๓๖. อรรถกถาจัมปกปุปผิยเถราปทาน
อปทานของท่านพระจัมปกปุปผิยเถระมีคำเริ่มต้นว่า กณิการํว โชตนฺตํ ดังนี้.
แม้พระเถระรูปนี้ก็ได้เคยบำเพ็ญกุศลมาแล้วในพระพุทธเจ้าพระองค์ก่อนๆ ในทุกๆ ภพนั้นจะสั่งสมแต่บุญอันเป็นอุปนิสัยแห่งพระนิพพานเสมอมา.
ในกาลแห่งพระผู้มีพระภาคเจ้าทรงพระนามว่าเวสสภู ท่านได้บังเกิดในตระกูลพราหมณ์ เจริญวัยแล้วสำเร็จการศึกษาศิลปะของตน แต่มองไม่เห็นสาระในศิลปะนั้น จึงละเพศฆราวาส บวชเป็นฤาษีอยู่ในระหว่างป่า นำเอาดอกจำปาที่พวกศิษย์นำมาแล้ว บูชาเฉพาะพระผู้มีพระภาคเจ้าพระนามว่าเวสสภู.
พระผู้มีพระภาคเจ้าได้ทรงกระทำอนุโมทนาแล้ว.
ด้วยกุศลกรรมนั้นนั่นแล เขาจึงได้ท่องเที่ยวไปในเทวโลกและมนุษยโลก ได้เสวยสมบัติทั้งสองครบถ้วนแล้ว.
ในพุทธุปบาทกาลนี้ ได้บังเกิดในเรือนอันมีตระกูล บรรลุนิติภาวะแล้ว มีความเบื่อหน่ายในเพศฆราวาส เพราะกำลังแห่งวาสนาที่ตนได้อบรมมาในกาลก่อน จึงได้บวชแล้ว ไม่นานนักก็ได้เป็นพระอรหันต์.
ในกาลต่อมา ท่านระลึกถึงบุญกรรมในครั้งก่อนของตนได้เกิดความโสมนัสใจ เมื่อจะประกาศถึงเรื่องราวที่ตนเคยได้ประพฤติมาแล้วในกาลก่อน จึงกล่าวคำเริ่มต้นว่า กณิการํว โชตนฺตํ ดังนี้.
บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า กณิการํ ความว่า ชื่อว่ากณิการ์ เพราะในเวลาที่ใบเหลืองทั้งหมดร่วงหล่นลงแล้ว ก็ออกดอก เป็นต้นไม้ชนิดเดียวกับต้นกัณณิการ์ คือเพราะเก็บเอาแต่ดอกที่ตูม ซึ่งมีปกติอาการคล้ายดอกกัณณิการ์,
บัณฑิตพึงทราบว่า ท่านกล่าวไว้ว่ากณิการ์ เพราะทำการลบ ณ อักษรตัวหน้าเสียตัวหนึ่ง โดยนัยแห่งนิรุตติปกรณ์แล้วควรจะกล่าวว่า กัณณิการ์.
อธิบายว่า เราได้พบเห็นพระพุทธเจ้าผู้รุ่งเรืองคล้ายต้นดอกกัณณิการ์ที่บานแล้วนั้นฉะนั้น.
คำที่เหลือมีเนื้อความง่ายทั้งนั้นแล. จบอรรถกถาจัมปกปุปผิยเถราปทาน -----------------------------------------------------