๕. โมฆราชเถราปทาน (๓๕)
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
บาลีและคำแปล
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
ปญฺจมํ โมฆราชตฺเถราปทานํ (๓๕)
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๓๒ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๒๔ ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ โมฆราชเถราปทานที่ ๕ (๓๕) ว่าด้วยผลแห่งการถวายบังคมพระพุทธเจ้า
|๓๗.๖๔| อตฺถทสฺสี ตุ ภควา สยมฺภู อปราชิโต ภิกฺขุสงฺฆปริพฺยุโฬฺห รถิยํ ปฏิปชฺชถ ฯ |๓๗.๖๕| สิสฺเสหิ สมฺปริวุโต ฆรมฺหา อภินิกฺขมึ นิกฺขมิตฺวานหํ ตตฺถ อทฺทสํ โลกนายกํ ฯ |๓๗.๖๖| อภิวาเทตฺวาน สมฺพุทฺธํ สิเร กตฺวาน อญฺชลึ สกํ จิตฺตํ ปสาเทตฺวา สนฺถวึ โลกนายกํ ฯ |๓๗.๖๗| ยาวตา รูปิโน สตฺตา อรูปี วา อสญฺญิโน สพฺเพ เต ตว ญาณมฺหิ อนฺโต โหนฺติ สโมคธา ฯ |๓๗.๖๘| สุขุมจฺฉิเกน ชาเลน อุทกํ โย ปริกฺขิเป เย เกจิ อุทเก ปาณา อนฺโตชาเล ภวนฺติ เต ฯ |๓๗.๖๙| เยสญฺจ เจตนา อตฺถิ รูปิโน จ อรูปิโน ฯ สพฺเพ เต ตว ญาณมฺหิ อนฺโต โหนฺติ สโมคธา |๓๗.๗๐| สมุทฺธรสิมํ โลกํ อนฺธการสมากุลํ ฯ ตว ธมฺมํ สุณิตฺวาน กงฺขาโสตํ ตรนฺติ เต |๓๗.๗๑| อวิชฺชานิวุโต โลโก อนฺธกาเรน โอตฺถโฏ ฯ ตว ญาณมฺหิ โชตนฺเต อนฺธการา ปธํสิตา |๓๗.๗๒| ตุวํ จกฺขุสิ สพฺเพสํ มหาตมวินูทโน ฯ ตว ธมฺมํ สุณิตฺวาน นิพฺพายิสฺสติ พหุชฺชโน |๓๗.๗๓| ปุตรํ ปูรยิตฺวาน มธุํ ขุทฺทํ อเนลกํ ฯ อุโภหตฺเถหิ ปคฺคยฺห อปเนสึ มเหสิโน |๓๗.๗๔| ปฏิคฺคณฺหิ มหาวีโร สุภเกน มหาอิสิ ฯ ภุญฺชิตฺวา ตญฺจ สพฺพญฺญู เวหาสํ นภมุคฺคมิ |๓๗.๗๕| อนฺตลิกฺเข ฐิโต สตฺถา อตฺถทสฺสี นราสโภ ฯ มม จิตฺตํ ปสาเทนฺโต อิมา คาถา อภาสถ |๓๗.๗๖| เยนิทํ ถวิตํ ญาณํ พุทฺธเสฏฺโฐ จ โถมิโต ฯ เตน จิตฺตปฺปสาเทน ทุคฺคตึ โส น คจฺฉติ |๓๗.๗๗| จตุสฏฺฐิญฺจ ขตฺตุํ โส เทวรชฺชํ กริสฺสติ ฯ ปเทสรชฺชฏฺฐสตํ วสุธํ อาวสิสฺสติ |๓๗.๗๘| ปญฺเจว สตกฺขตฺตุญฺจ จกฺกวตฺติ ภวิสฺสติ ฯ ปเทสรชฺชํ อสงฺเขยฺยํ มหิยา การยิสฺสติ |๓๗.๗๙| อชฺฌายิโก มนฺตธโร ติณฺณํ เวทาน ปารคู ฯ โคตมสฺส ภควโต สาสเน ปพฺพชิสฺสติ |๓๗.๘๐| คมฺภีรํ นิปุณํ อตฺถํ ญาเณน วิจินิสฺสติ ฯ โมฆราชาติ นาเมน เหสฺสติ สตฺถุสาวโก |๓๗.๘๑| ตีหิ วิชฺชาหิ สมฺปนฺโน กตกิจฺโจ อนาสโว ฯ โคตโม สตฺถวาหคฺโค เอตทคฺเค ฐเปสฺสติ |๓๗.๘๒| หิตฺวา มานุสกํ โยคํ เฉตฺวาน ภวพนฺธนํ สพฺพาสเว ปริญฺญาย วิหรามิ อนาสโว ฯ |๓๗.๘๓| ปฏิสมฺภิทา จตสฺโส วิโมกฺขาปิจ อฏฺฐิเม ฉฬภิญฺญา สจฺฉิกตา กตํ พุทฺธสฺส สาสนนฺติ ฯ อิตฺถํ สุทํ อายสฺมา โมฆราชา เถโร อิมา คาถาโย อภาสิตฺถาติ ฯ โมฆราชตฺเถรสฺส อปทานํ สมตฺตํ ฯ
ก็พระผู้มีพระภาคผู้สยัมภู พระนามว่าอัตถทัสสี ไม่ทรงแพ้อะไรๆ แวด ล้อมด้วยภิกษุสงฆ์ เสด็จดำเนินไปในถนน เราแวดล้อมด้วยพวกศิษย์ ทั้งหลายออกจากเรือนไป ครั้นแล้วได้พบพระผู้มีพระภาคผู้เป็นนายกของ โลกที่ถนนนั้น เราได้ประนมอัญชลีบนเศียรเกล้าถวายบังคมพระสัมพุทธ- เจ้า ยังจิตของตนให้เลื่อมใสแล้ว เชยชมพระองค์ผู้นายกของโลก สัตว์ มีรูปก็ดี มีสัญญาก็ดี ไม่มีสัญญาก็ดี ประมาณเท่าใด สัตว์เหล่านั้นย่อม เข้าไปภายในพระญาณของพระองค์ ทั้งหมดเปรียบเหมือนสัตว์ในน้ำเหล่า ใดเหล่าหนึ่ง สัตว์เหล่านั้นย่อมติดอยู่ภายในข่ายของคนที่เอาข่ายตาเล็กๆ เหวี่ยงลงในน้ำฉะนั้น อนึ่งสัตว์เหล่าใดคือ สัตว์มีรูป และไม่มีรูป มีเจตนา (ความตั้งใจ) สัตว์เหล่านั้นย่อมเข้าไปภายในพระญาณของพระองค์ทั้งหมด พระองค์ทรงถอนโลกอันอากูลด้วยความมืดนี้ขึ้นได้แล้ว สัตว์เหล่านั้นได้ฟัง ธรรมของพระองค์แล้ว ย่อมข้ามกระแสความสงสัยได้ โลกอันอวิชชา ห่อหุ้มแล้ว อันความมืดท่วมทับ โลกกำจัดความมืดได้ ส่งแสงโชติช่วงอยู่ เพราะพระญาณของพระองค์ พระองค์ผู้มีจักษุเป็นผู้ทรงบรรเทาความมืดมน ของสัตว์ทั้งปวง ชนเป็นอันมากฟังธรรมของพระองค์แล้ว จักนิพพาน ดังนี้แล้ว เราเอาน้ำผึ้งรวงอันไม่มีตัวผึ้งใส่เต็มหม้อแล้ว ประคองด้วยมือ ทั้งสอง น้อมถวายแด่พระผู้มีพระภาค พระมหาวีรเจ้าผู้แสวงหาคุณอัน ใหญ่หลวง ทรงรับด้วยพระหัตถ์อันงาม ก็พระสัพพัญญูเสวยน้ำผึ้งนั้น แล้ว เสด็จเหาะขึ้นสู่นภากาศ พระศาสดาพระนามว่าอัตถทัสสีนราสภ ประทับอยู่ในอากาศ ทรงยังจิตของเราให้เลื่อมใส ได้ตรัสพระคาถาเหล่านี้ ว่า ผู้ใดชมเชยญาณนี้ และชมเชยพระพุทธเจ้าผู้ประเสริฐสุดด้วยจิตอัน เลื่อมใสนั้น ผู้นั้นจะไม่ไปสู่ทุคติและผู้นั้นจักเสวยเทวรัชสมบัติ ๔๖ ครั้ง จักได้เป็นพระเจ้าประเทศราชครอบครองแผ่นดิน ๘๐๐ ครั้ง จักได้เป็น พระเจ้าจักรพรรดิ ๕๐๐ ครั้ง จักได้เป็นพระเจ้าประเทศราชเสวยสมบัติ อยู่ในแผ่นดินนับไม่ถ้วน จักเป็นผู้เล่าเรียน ทรงจำมนต์ รู้จบไตรเพท จักบวชในศาสนาของพระผู้มีพระภาคพระนามว่าโคดม จักพิจารณาอรรถ อันลึกซึ้งอันละเอียดได้ด้วยญาณ จักเป็นสาวกของพระศาสดา มีนามชื่อ ว่าโมฆราช จักถึงพร้อมด้วยวิชชา ๓ ทำกิจที่ควรทำเสร็จแล้ว ไม่มี อาสวะ พระโคดมผู้ทรงเป็นยอดของผู้นำหมู่ จักทรงตั้งผู้นั้นไว้ในเอต- ทัคคสถาน เราละกิเลสเครื่องประกอบของมนุษย์ ตัดเครื่องผูกพันในภพ กำหนดรู้อาสวะทั้งปวงแล้ว ไม่มีอาสวะอยู่ คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิ- สัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งชัดแล้ว พระพุทธ ศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้. ทราบว่า ท่านพระโมฆราชเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล. จบ โมฆราชเถราปทาน. -----------------------------------------------------
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องตรงกันทั้งสองฉบับ
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๕. โมฆราชเถราปทาน ประวัติในอดีตชาติของพระโมฆราชเถระ (พระโมฆราชเถระ เมื่อจะประกาศประวัติในอดีตชาติของตน จึงกล่าวว่า)
พระผู้มีพระภาค ผู้เป็นพระสยัมภูพระนามว่าอัตถทัสสี ผู้ไม่ทรงพ่ายแพ้มีหมู่ภิกษุห้อมล้อม เสด็จดำเนินไปที่ถนน
ข้าพเจ้าก็มีศิษย์ทั้งหลายแวดล้อม ออกจากเรือนไป ครั้นออกไปแล้วได้พบพระผู้มีพระภาค ผู้ทรงเป็นผู้นำสัตว์โลกที่ถนนนั้น
ข้าพเจ้าประคองอัญชลีเหนือเศียรเกล้า ถวายอภิวาทพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ทำจิตของตนให้เลื่อมใสแล้ว ชมเชยพระองค์ผู้ทรงเป็นผู้นำสัตว์โลกว่า
สัตว์ทั้งที่มีรูปก็ตาม ไม่มีรูปก็ตาม ที่มีสัญญาก็ตาม ไม่มีสัญญาก็ตาม มีจำนวนเท่าใด สัตว์จำนวนเท่านั้นทั้งหมด ย่อมเข้าไปปรากฏภายในพระญาณของพระองค์
เปรียบเหมือนสัตว์น้ำเหล่าใดเหล่าหนึ่งบรรดามี สัตว์เหล่านั้นย่อมตกอยู่ภายในแหของคนที่เอาแหตาถี่ๆ เหวี่ยงคลุมน้ำ ฉะนั้น
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๒ หน้า : ๑๕๘}
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๔. กุณฑธานวรรค] ๕. โมฆราชเถราปทาน
อนึ่ง สัตว์เหล่าใดมีเจตนา สัตว์เหล่านั้นทั้งหมด ทั้งที่มีรูป และไม่มีรูป ย่อมเข้าไปปรากฏภายในพระญาณของพระองค์
พระองค์ทรงช่วยเหลือสัตว์โลกที่อากูลด้วยความมืดนี้ได้ สัตว์เหล่านั้นได้ฟังธรรมของพระองค์แล้ว ย่อมข้ามกระแสความสงสัยได้
สัตว์โลกถูกอวิชชาหุ้มห่อไว้แล้ว ถูกความมืดปกคลุมแล้ว เมื่อพระญาณของพระองค์โชติช่วงอยู่ ความมืดก็ถูกขจัดแล้ว
พระองค์เป็นผู้มีพระจักษุ บรรเทาความมืดที่ใหญ่หลวงของสัตว์ทั้งปวงได้ ชนจำนวนมากฟังธรรมของพระองค์แล้วจักนิพพาน
ข้าพเจ้านำน้ำผึ้งรวงที่ไม่มีโทษ ใส่เต็มหม้อแล้ว ใช้มือทั้ง ๒ ข้างประคอง น้อมถวายพระผู้มีพระภาคผู้แสวงหาคุณอันยิ่งใหญ่
พระผู้มีพระภาคผู้มีความเพียรมาก ผู้แสวงหาคุณอันยิ่งใหญ่ ทรงรับด้วยพระหัตถ์ของพระองค์ พระผู้มีพระภาคผู้สัพพัญญู ครั้นเสวยน้ำผึ้งนั้นแล้ว เสด็จเหาะขึ้นสู่นภากาศ
พระศาสดาพระนามว่าอัตถทัสสี ผู้องอาจกว่านรชน ประทับยืนอยู่ในอากาศ เมื่อจะทรงทำจิตของข้าพเจ้าให้เลื่อมใสได้ตรัสพระคาถาเหล่านี้ว่า
ผู้ใดชมเชยพระญาณนี้และชมเชยพระพุทธเจ้าผู้ประเสริฐที่สุด ด้วยจิตที่เลื่อมใสนั้น ผู้นั้นจะไม่ไปเกิดยังทุคติเลย
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๒ หน้า : ๑๕๙}
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๔. กุณฑธานวรรค] ๕. โมฆราชเถราปทาน
และผู้นั้นจักครองเทวสมบัติ ๖๔ ชาติ จักเป็นพระเจ้าประเทศราชครองแผ่นดิน ๑๐๘ ชาติ
จักเป็นพระเจ้าจักรพรรดิ ๑๐๕ ชาติ จักครองประเทศราชในแผ่นดินนับชาติไม่ถ้วน
เขาจักเป็นผู้คงแก่เรียน ทรงมนตร์ จบไตรเพท จักบวชในศาสนาของพระผู้มีพระภาคพระนามว่าโคดม
เขาจักพิจารณาเนื้อความที่ลึกซึ้งละเอียดได้ด้วยญาณ จักมีนามว่าโมฆราช เป็นสาวกของพระศาสดา
เขาจักสมบูรณ์ด้วยวิชชา ๓ ทำกิจที่ควรทำเสร็จแล้ว ไม่มีอาสวะ พระพุทธเจ้าพระนามว่าโคดม ทรงเปรียบด้วยนายเกวียนผู้เลิศ จักทรงตั้งเขาไว้ในเอตทัคคะ
ข้าพเจ้าละโยคะที่เป็นของมนุษย์ได้แล้ว ตัดกิเลสเครื่องผูกพันคือภพได้แล้ว กำหนดรู้อาสวะทั้งปวงแล้วอยู่อย่างผู้ไม่มีอาสวะ
คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ ข้าพเจ้าได้ทำให้แจ้งแล้ว คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ข้าพเจ้าก็ได้ทำสำเร็จแล้ว ดังนี้แล ได้ทราบว่า ท่านพระโมฆราชเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้โมฆราชเถราปทานที่ ๕ จบ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๒ หน้า : ๑๖๐}
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๓๕. อรรถกถาโมฆราชเถราปทาน
อปทานของท่านพระโมฆราชเถระมีคำเริ่มต้นว่า อตฺถทสฺสี ตุ ภควา ดังนี้.
พระเถระแม้นี้ได้บำเพ็ญบุญญาธิการไว้ในพระพุทธเจ้าองค์ก่อนๆ สั่งสมบุญทั้งหลายอันเป็นอุปนิสัยแห่งพระนิพพานในภพนั้นๆ ในกาลแห่งพระพุทธเจ้าพระนามว่าปทุมุตตระ บังเกิดในเรือนมีตระกูล บรรลุนิติภาวะแล้ว วันหนึ่งฟังธรรมในสำนักพระศาสดา เห็นพระศาสดาทรงตั้งภิกษุรูปหนึ่งไว้ในตำแหน่งอันเลิศแห่งภิกษุผู้ทรงจีวรอันเศร้าหมอง หวังตำแหน่งนั้นจึงกระทำความปรารถนา กระทำบุญในภพนั้นๆ.
ในกาลแห่งพระพุทธเจ้าทรงพระนามว่าอัตถทัสสี บังเกิดในตระกูลพราหมณ์อีก ถึงความสำเร็จในวิชาศิลปะ วันหนึ่งเห็นพระผู้มีพระภาคเจ้าพระนามว่าอัตถทัสสี แวดล้อมไปด้วยภิกษุสงฆ์เสด็จไปตามถนน มีใจเลื่อมใสถวายบังคมด้วยเบญจางคประดิษฐ์ ประคองอัญชลีเหนือเศียรเกล้า ชมเชยด้วยอาการ ๖ อย่างมีอาทิว่า ยาวตา รูปิโน สตฺถา บรรจุภาชนะให้เต็มแล้วน้อมน้ำผึ้งเข้าไปถวาย.
พระศาสดาทรงรับน้ำผึ้งแล้วได้กระทำอนุโมทนา.
ด้วยบุญกรรมนั้น ท่านท่องเที่ยวไปในเทวดาและมนุษย์ทั้งหลาย.
ในกาลแห่งพระผู้มีพระภาคเจ้าพระนามว่ากัสสปะ บังเกิดเป็นอำมาตย์ของพระราชาพระนามว่า กัฏฐวาหนะ ถูกพระราชานั้นส่งไปเพื่อนำพระศาสดามา ไปเฝ้าพระศาสดา ฟังธรรมแล้วได้ศรัทธา บวชแล้วบำเพ็ญสมณธรรมสิ้นสองหมื่นปี จุติจากอัตภาพนั้นแล้ว ท่องเที่ยวไปในสุคตินั้นเอง สิ้นพุทธันดรหนึ่ง.
ในพุทธุปบาทกาลนี้ บังเกิดในตระกูลพราหมณ์ ได้นามว่าโมฆราช ได้ศึกษาศิลปะในสำนักพาวรีพราหมณ์ เกิดความสังเวช บวชเป็นดาบส มีดาบสพันหนึ่งเป็นบริวารถูกส่งไปยังสำนักพระศาสดาพร้อมด้วยอชิตดาบสเป็นต้น เป็นที่ ๑๕ ของดาบสเหล่านั้นถามปัญหา ในที่สุดแห่งการวิสัชนาปัญหาบรรลุพระอรหัต.
ก็แลครั้นบรรลุพระอรหัตแล้ว ทรงผ้าบังสุกุลอันประกอบด้วยผ้าเศร้าหมองโดยพิเศษทั้ง ๓ อย่าง คือเศร้าหมองด้วยศาสตรา ๑ เศร้าหมองด้วยด้าย ๑ เศร้าหมองด้วยเครื่องย้อม ๑. ด้วยเหตุนั้น พระศาสดาจึงทรงตั้งท่านไว้ในตำแหน่งอันเลิศแห่งภิกษุทั้งหลายผู้ทรงไตรจีวรอันเศร้าหมอง.
ท่านบรรลุพระอรหัตผลโดยสมควรแก่ความปรารถนาด้วยประการฉะนี้แล้ว เห็นบุพสมภารของตน เมื่อจะประกาศปุพพกัมมาปทาน จึงกล่าวคำมีอาทิว่า อตฺถทสฺสี ตุ ภควา ดังนี้.
คำทั้งหมดนั้นมีอรรถตื้นทั้งนั้น.
ไหหรือหม้อ เขาเรียกว่า ปุฏกะ ในบทว่า ปุฏกํ ปูรยิตฺวาน ดังนี้.
เชื่อมความว่า ท่านบรรลุหม้อให้เต็มด้วยน้ำผึ้ง อันปราศจากไข่แมลงวันไม่มีโทษ บริสุทธิ์ ประคองหม้อนั้นด้วยมือทั้งสอง ถือเอา โดยประการเอื้อเฟื้อ นำเข้าไปถวายแด่พระผู้มีพระภาคเจ้า ผู้แสวงคุณอันยิ่งใหญ่.
คำที่เหลือมีอรรถรู้ได้ง่ายทั้งนั้น. จบอรรถกถาโมฆราชเถราปทาน -----------------------------------------------------