๗. ผลทายกเถราปทาน (๑๒๗)
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
บาลีและคำแปล
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
สตฺตมํ ผลทายกตฺเถราปทานํ (๑๒๗)
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๓๒ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๒๔ ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ ผลทายกเถราปทานที่ ๗ (๑๒๗) ว่าด้วยผลแห่งการถวายเมล็ดบัว
|๑๒๙.๗๕| อชฺฌายิโก มนฺตธโร ติณฺณํ เวทาน ปารคู หิมวนฺตสฺสวิทูเร วสามิ อสฺสเม อหํ ฯ |๑๒๙.๗๖| อคฺคิหุตฺตญฺจ เม อตฺถิ ปุณฺฑรีกผลานิ จ ปุฏเก นิกฺขิปิตฺวาน ทุมคฺเค ลคฺคิตํ มยา ฯ |๑๒๙.๗๗| ปทุมุตฺตโร โลกวิทู อาหุตีนํ ปฏิคฺคโห มมุทฺธริตุกาโม โส ภิกฺขนฺโต มมุปาคมิ ฯ |๑๒๙.๗๘| ปสนฺนจิตฺโต สุมโน ผลํ พุทฺธสฺสทาสหํ ปีติสญฺชนโน มยฺหํ ทิฏฺฐธมฺเม สุขาวโห ฯ |๑๒๙.๗๙| สุวณฺณวณฺโณ สมฺพุทฺโธ อาหุตีนํ ปฏิคฺคโห อนฺตลิกฺเข ฐิโต สตฺถา อิมํ คาถํ อภาสถ ฯ |๑๒๙.๘๐| อิมินา ผลทาเนน เจตนาปณิธีหิ จ กปฺปานํ สตสหสฺสํ ทุคฺคตึ นูปปชฺชติ ฯ |๑๒๙.๘๑| เตเนว สุกฺกมูเลน อนุภุตฺวาน สมฺปทา ปตฺโตมฺหิ อจลํ ฐานํ หิตฺวา ชยปราชยํ ฯ |๑๒๙.๘๒| อิโต สตฺตกปฺปสเต ราชา อาสึ สุมงฺคโล สตฺตรตนสมฺปนฺโน จกฺกวตฺติ มหพฺพโล ฯ |๑๒๙.๘๓| ปฏิสมฺภิทา จตสฺโส วิโมกฺขาปิจ อฏฺฐิเม ฉฬภิญฺญา สจฺฉิกตา กตํ พุทฺธสฺส สาสนนฺติ ฯ อิตฺถํ สุทํ อายสฺมา ผลทายโก เถโร อิมา คาถาโย อภาสิตฺถาติ ฯ ผลทายกตฺเถรสฺส อปทานํ สมตฺตํ ฯ
เรา (เป็นพราหมณ์) ผู้เล่าเรียน ทรงจำมนต์รู้จบไตรเพทอยู่ในอาศรมใน ที่ไม่ไกลภูเขาหิมวันต์ เครื่องบูชาไฟเมล็ดบัวขาวของเรามีอยู่ เราใส่ไว้ใน ห่อแล้วห้อยไว้บนยอดไม้ พระผู้มีพระภาคพระนามว่าปทุมุตระ ทรงรู้แจ้ง โลก สมควรรับเครื่องบูชา พระองค์ทรงประสงค์จะถอนเราขึ้น จึงเสด็จ มาภิกขาเรา เรามีจิตเลื่อมใส มีใจโสมนัส ได้ถวายเมล็ดบัวแด่พระ- พุทธเจ้า พระศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้ามีพระฉวีวรรณดังทองคำ สมควร รับเครื่องบูชา ทรงยังปีติให้เกิดแก่เรา ทรงนำสุขมาให้ในปัจจุบัน ประ- ทับยืนอยู่ในอากาศได้ตรัสพระคาถานี้ว่า ด้วยการถวายเมล็ดบัวนี้ และ ด้วยการตั้งเจตนาไว้ ผู้นี้จะไม่เข้าถึงทุคติเลยตลอดแสนกัลป ด้วยกุศลมูล นั้นนั่นแล เราได้เสวยสมบัติแล้ว ละความชนะและความแพ้ บรรลุ ถึงฐานะอันไม่หวั่นไหว ในกัลปที่ ๗๐๐ แต่กัลปนี้ เราได้เป็นพระเจ้า จักรพรรดิราชมีนามว่าสุมงคล สมบูรณ์ด้วยแก้ว ๗ ประการ มีพลมาก คุณวิเศษเหล่านี้ คือปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ เราทำให้ แจ้งชัดแล้ว พระพุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้. ทราบว่า ท่านพระผลทายกเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล. จบ ผลทายกเถราปทาน.
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องตรงกันทั้งสองฉบับ
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๑๓. เสเรยยวรรค] ๗. ผลทายกเถราปทาน ๗. ผลทายกเถราปทาน ประวัติในอดีตชาติของพระผลทายกเถระ (พระผลทายกเถระ เมื่อจะประกาศประวัติในอดีตชาติของตน จึงกล่าวว่า)
ข้าพเจ้าเป็นผู้คงแก่เรียน ทรงมนตร์ จบไตรเพท อยู่ในอาศรมที่ไม่ไกลภูเขาหิมพานต์
เครื่องบูชาไฟและเมล็ดบัวขาวของข้าพเจ้ามีอยู่ ของทั้งหมดข้าพเจ้าใส่ไว้ในกระจาดแล้ว คล้องไว้ที่ยอดไม้
พระผู้มีพระภาคพระนามว่าปทุมุตตระ ผู้ทรงรู้แจ้งโลก ผู้สมควรรับเครื่องบูชา พระองค์ประสงค์จะช่วยข้าพเจ้า เมื่อจะเสด็จเที่ยวบิณฑบาต จึงเสด็จเข้ามาหาข้าพเจ้า
ข้าพเจ้ามีจิตเลื่อมใส มีใจยินดี ได้ถวายเมล็ดบัวแด่พระพุทธเจ้า พระองค์ทรงทำปีติให้เกิดแก่ข้าพเจ้า ทรงนำความสุขมาให้ในปัจจุบัน
พระศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้า ผู้มีพระฉวีวรรณดังทองคำ ผู้สมควรรับเครื่องบูชา ประทับยืนอยู่ในอากาศ ได้ตรัสพระคาถานี้ว่า
ด้วยการถวายเมล็ดบัวนี้ และด้วยการตั้งเจตนาไว้มั่น ผู้นี้จะไม่ไปเกิดยังทุคติเลย ตลอด ๑๐๐,๐๐๐ กัป
ด้วยกุศลมูลนั้นนั่นแล ข้าพเจ้าได้เสวยสมบัติแล้ว ละความชนะและความแพ้ได้แล้ว บรรลุฐานะที่ไม่หวั่นไหว @เชิงอรรถ : @ ดูเชิงอรรถข้อ ๙ หน้า ๒๐๓ ในเล่มนี้
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๒ หน้า : ๒๘๗}
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๑๓. เสเรยยวรรค] ๘. ญาณสัญญิกเถราปทาน
ในกัปที่ ๑๐๗ นับจากกัปนี้ไป ข้าพเจ้าได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิพระนามว่าสุมังคละ สมบูรณ์ด้วยรัตนะ ๗ ประการ มีพลานุภาพมาก
คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ ข้าพเจ้าได้ทำให้แจ้งแล้ว คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ข้าพเจ้าก็ได้ทำสำเร็จแล้ว ดังนี้แล ได้ทราบว่า ท่านพระผลทายกเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้ผลทายกเถราปทานที่ ๗ จบ
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๑๒๗. อรรถกถาผลทายกเถราปทาน
อปทานของท่านพระผลทายกเถระมีคำเริ่มต้นว่า อชฺฌายโก มนฺตธโร ดังนี้.
แม้พระเถระรูปนี้ก็ได้เคยบำเพ็ญกุศลมาแล้วในพระพุทธเจ้าพระองค์ก่อนๆ หลายๆ ภพที่ผ่านมาจะสั่งสมแต่บุญอันเป็นอุปนิสัยแห่งพระนิพพานเป็นประจำเสมอ.
ในกาลแห่งพระผู้มีพระภาคเจ้าทรงพระนามว่าปทุมุตตระ ท่านได้เกิดในตระกูลพราหมณ์ บรรลุนิติภาวะแล้ว ศึกษาจบศิลปศาสตร์ของตนคือไตรเพท เป็นอาจารย์ของพวกพราหมณ์จำนวนหลายพันคน (ต่อมา) มองไม่เห็นที่สุดแห่งศิลปะทั้งหลายของตนและมองไม่เห็นสาระประโยชน์ในศิลปะนั้น จึงละเพศฆราวาสบวชเป็นฤาษี สร้างอาศรมอยู่ไม่ไกลจากหิมวันต์ประเทศนัก เลี้ยงชีวิตอยู่ร่วมกับพวกศิษย์.
ในสมัยนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงพระนามว่าปทุมุตตระ เสด็จไปภิกขาจารถึงประเทศถิ่นนั้น เพื่อจะทรงอนุเคราะห์เขา. ดาบสพอได้เห็นพระผู้มีพระภาคเจ้าแล้วก็มีจิตเลื่อมใส ได้ถวายเมล็ดบัวชนิดอร่อยที่เก็บไว้ในห่อเพื่อส่วนตัวแล้วคล้องไว้ที่ปลายไม้ ถวายพร้อมกับน้ำผึ้ง.
พระผู้มีพระภาคเจ้าเสวยในขณะที่เขากำลังมองดูอยู่นั่นแล เพื่อให้เขาเกิดความโสมนัสแล้ว ประทับยืนในอากาศ ตรัสแสดงอานิสงส์แห่งผลทานแล้วก็เสด็จหลีกไป.
ด้วยบุญอันนั้น เขาท่องเที่ยวไปในเทวโลกแลมนุษยโลก ได้เสวยสมบัติทั้งสองแล้ว.
ในพุทธุปบาทกาลนี้ เขาได้เกิดในเรือนอันมีสกุลแห่งหนึ่ง ซึ่งสมบูรณ์ด้วยสมบัติ เพียงอายุได้ ๗ ปีเท่านั้นก็บรรลุพระอรหัต ได้ระลึกถึงกุศลกรรมที่ตนเคยทำไว้ในปางก่อนได้ เกิดความโสมนัส เมื่อจะประกาศถึงเรื่องราวที่ตนเคยได้ประพฤติมาแล้วในกาลก่อนจึงกล่าวคำเริ่มต้นว่า อชฺฌายโก มนฺตธโร ดังนี้.
พึงทราบวิเคราะห์ในบทนั้นดังนี้
ชื่อว่า อชฺฌายิ เพราะย่อมศึกษา คือ ย่อมคิด, อชฺฌายิ ก็คือ อชฺฌายโก แปลว่า ผู้ศึกษาเล่าเรียน.
จริงอยู่ อ อักษรในบทว่า อชฺฌายโก นี้ย่อมเป็นไปในอรรถ ๑๐ ประการ ดังที่ท่านกล่าวไว้อย่างนี้ว่า อ อักษรเป็นไปในอรรถปฏิเสธ ในความเจริญ ในความเป็นเช่นนั้น ฯลฯ ในความว่างเปล่า และในอรรถว่า เล็กน้อย.
อธิบายว่า อชฺฌายโก ก็คือเป็นคนช่างคิด เพราะอรรถว่าย่อมศึกษาเล่าเรียน ย่อมคิดถึงสิ่งที่เป็นประโยชน์ ได้แก่ย่อมทำการสาธยาย ด้วยวิธีฟังและจำเป็นต้นของพวกศิษย์.
ชื่อว่า มันตธโร เพราะอรรถว่าย่อมทรงจำ ทบทวนร่ายมนต์ทั้งหมดตามที่ศึกษาเล่าเรียนในสำนักของอาจารย์ได้จนขึ้นใจ.
บทว่า ติณฺณํ เวทาน ปารคู ความว่า ญาณท่านก็เรียกอย่างนี้เหมือนกัน.
ที่เรียกว่าเวท เพราะพึงทราบ คือพึงตรัสรู้ได้ด้วยเวท. คัมภีร์ทั้ง ๓ คือ อิรุพเวท ยชุรเวท สามเวท.
ชื่อว่าปารคู เพราะบรรลุถึงฝั่ง คือที่สุดยอดแห่งเวททั้ง ๓ เหล่านั้น.
คำที่เหลือมีเนื้อความปรากฏชัดแล้วทั้งหมดแล. จบอรรถกถาผลทายกเถราปทาน -----------------------------------------------------