๒. สาคตเถราปทาน (๓๒)
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
บาลีและคำแปล
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
ทุติยํ สาคตตฺเถราปทานํ (๓๒)
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๓๒ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๒๔ ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ สาคตเถราปทานที่ ๒ (๓๒) ว่าด้วยผลแห่งการสรรเสริญพระพุทธเจ้า
|๓๔.๑๗| โสภิโต นาม นาเมน อโหสึ พฺราหฺมโณ ตทา ปุรกฺขโต สสิสฺเสหิ อารามํ อคมาสหํ ฯ |๓๔.๑๘| ภควา ตมฺหิ สมเย ภิกฺขุสงฺฆปุรกฺขโต อารามทฺวารา นิกฺขมฺม อฏฺฐาสิ ปุริสุตฺตโม ฯ |๓๔.๑๙| ตมทฺทสาสึ สมฺพุทฺธํ ทนฺตํ ทนฺตปุรกฺขตํ สกํ จิตฺตํ ปสาเทตฺวา สนฺถวึ โลกนายกํ ฯ |๓๔.๒๐| เยเกจิ ปาทปา สพฺเพ มหิยา เต วิรูหเร พุทฺธิมนฺโต ตถา สตฺตา รุหนฺติ ชินสาสเน ฯ |๓๔.๒๑| สตฺถวาโหปิ สพฺพญฺญู มเหสี พหุเก ชเน วิปถา อุทฺธริตฺวาน ปถํ อาจิกฺขเส ตุวํ ฯ |๓๔.๒๒| ทนฺโต ทนฺตปุรกฺขโต ฌายี ฌานรเตหิ จ อาตาปิปหิตตฺเตหิ อุปสนฺเตหิ ตาทิภิ ฯ |๓๔.๒๓| อลงฺกโต ปริสโต ปุญฺญญาเณหิ โสภสิ ปภา นิทฺธาวเต ตุยฺหํ สุริโยทยโน ยถา ฯ |๓๔.๒๔| ปสนฺนจิตฺตํ ทิสฺวาน มเหสี ปทุมุตฺตโร ภิกฺขุสงฺเฆ ฐิโต สตฺถา อิมา คาถา อภาสถ ฯ |๓๔.๒๕| โย โส หาสํ ชเนตฺวาน มมํ กิตฺเตสิ พฺราหฺมโณ กปฺปานํ สตสหสฺสํ เทวโลเก รมิสฺสติ ฯ |๓๔.๒๖| ตุสิตาหิ จวิตฺวาน สุกฺกมูเลน โจทิโต โคตมสฺส ภควโต สาสเน ปพฺพชิสฺสติ ฯ |๓๔.๒๗| ตุฏฺฐหฏฺฐํ ลภิสฺสติ ปพฺพชิตฺวาน สาสเน สาคโต นาม นาเมน เหสฺสติ สตฺถุ สาวโก ฯ |๓๔.๒๘| ปพฺพชิตฺวาน กาเยน ปาปกมฺมํ วิวชฺชยึ วจีทุจฺจริตํ หิตฺวา อาชีวํ ปริโสธยึ ฯ |๓๔.๒๙| เอวํ วิหารมาโนหํ เตโชธาตูสุ โกวิโท สพฺพาสเว ปริญฺญาย วิหรามิ อนาสโว ฯ |๓๔.๓๐| ปฏิสมฺภิทา จตสฺโส วิโมกฺขาปิจ อฏฺฐิเม ฉฬภิญฺญา สจฺฉิกตา กตํ พุทฺธสฺส สาสนนฺติ ฯ อิตฺถํ สุทํ อายสฺมา สาคโต เถโร อิมา คาถาโย อภาสิตฺถาติ ฯ สาคตตฺเถรสฺส อปทานํ สมตฺตํ ฯ
ในกาลนั้น เราเป็นพราหมณ์มีนามชื่อว่า โสภิตะ อันบริวารพร้อมด้วย ศิษย์แวดล้อมแล้ว ได้ไปยังอาราม สมัยนั้นพระผู้มีพระภาคผู้อุดมบุรุษ แวดล้อมด้วยภิกษุสงฆ์ เสด็จออกจากประตูพระอารามแล้วประทับยืนอยู่ เราได้เห็นพระสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น ผู้ฝึกพระองค์แล้ว แวดล้อมด้วย ภิกษุสงฆ์ผู้ฝึกตนแล้ว จึงยังจิตของตนให้เลื่อมใสแล้วเชยชมพระองค์ผู้นำ ของโลกว่า ต้นไม้ทุกชนิดนั้น งอกงามบนแผ่นดิน ฉันใด สัตว์ผู้มี ความรู้ก็ฉันนั้น ย่อมงอกงามในศาสนาของพระชินเจ้า พระองค์สัพพัญญู ผู้ทรงนำหมู่แสวงหาคุณอันยิ่งใหญ่ ทรงถอนคนเป็นอันมากออกจากทาง ผิดแล้ว ตรัสบอกทางที่ถูก พระองค์ฝึกพระองค์แล้วแวดล้อมด้วยผู้ฝึก ตนแล้ว ทรงเพ่งฌาน แวดล้อมด้วยผู้เพ่งฌาน ทรงมีความเพียร แวด ล้อมด้วยผู้ส่งตนไปแล้ว ผู้สงบระงับและผู้คงที่ ประดับด้วยบริษัท ย่อม งามด้วยพระญาณอันเกิดแต่บุญ รัศมีของพระองค์รุ่งเรือง ดังพระอาทิตย์ อุทัยฉะนั้น พระศาสดาพระนามว่า ปทุมุตระ ผู้ทรงแสวงหาคุณใหญ่ ทอดพระเนตรเห็นเราผู้มีจิตเลื่อมใส ประทับยืนท่ามกลางภิกษุสงฆ์ ได้ ตรัสพระคาถาเหล่านี้ว่า พราหมณ์ใดยังความร่าเริงให้เกิดแล้ว สรรเสริญ เรา พราหมณ์นั้นจักรื่นรมย์อยู่ในเทวโลกตลอดแสนกัลป อันกุศลมูล ตักเตือนแล้ว จักเคลื่อนจากสวรรค์ชั้นดุสิต แล้วจักบวชในศาสนาของ พระผู้มีพระภาคพระนามว่าโคดม ครั้นบวชในศาสนาแล้วจักได้ความยินดี และความร่าเริง จักเป็นสาวกของพระศาสดามีนามชื่อว่าสาคตะ เราบวช แล้วเว้นกรรมอันลามกด้วยกาย ละวจีทุจริต ยังอาชีพให้บริสุทธิ์ เรา เป็นอยู่อย่างนี้ เป็นผู้ฉลาดในเตโชธาตุ กำหนดรู้อาสวะทั้งปวงแล้ว เป็นผู้ไม่มีอาสวะอยู่ คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งชัดแล้ว พระพุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้. ทราบว่า ท่านพระสาคตเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล. จบสาคตเถราปทาน. -----------------------------------------------------
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องตรงกันทั้งสองฉบับ
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๒. สาคตเถราปทาน ประวัติในอดีตชาติของพระสาคตเถระ (พระสาคตเถระ เมื่อจะประกาศประวัติในอดีตชาติของตน จึงกล่าวว่า)
ครั้งนั้น ข้าพเจ้าได้เป็นพราหมณ์มีนามว่าโสภิตะ ห้อมล้อมด้วยศิษย์ของตนได้ไปยังอาราม
ในสมัยนั้น พระผู้มีพระภาคทรงเป็นผู้สูงสุดแห่งบุรุษ มีหมู่ภิกษุห้อมล้อม เสด็จออกจากประตูอารามแล้วประทับยืนอยู่
ข้าพเจ้าได้เห็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น ผู้ฝึกพระองค์แล้วมีหมู่ภิกษุผู้ฝึกตนห้อมล้อมแล้ว จึงทำจิตของตนให้เลื่อมใส ชมเชยพระผู้มีพระภาคทรงเป็นผู้นำสัตว์โลกว่า
ต้นไม้ทุกชนิดนั้นขึ้นงอกงามบนแผ่นดินได้ ฉันใด สัตว์ทั้งหลายผู้มีความรู้ ก็ฉันนั้น ย่อมงอกงามในศาสนาของพระชินเจ้า
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๒ หน้า : ๑๕๒}
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๔. กุณฑธานวรรค] ๒. สาคตเถราปทาน
แม้พระองค์ทรงเป็นสัพพัญญู เปรียบด้วยนายเกวียนทรงแสวงหาคุณอันยิ่งใหญ่ ทรงชักนำชนจำนวนมากออกจากทางผิดแล้วตรัสบอกทางถูก
ทรงฝึกพระองค์แล้ว มีหมู่ภิกษุผู้ฝึกตนห้อมล้อมแล้ว มีปกติเข้าฌาน มีหมู่ภิกษุห้อมล้อมผู้ยินดีในฌาน มีความเพียร ห้อมล้อมด้วยผู้มีจิตเด็ดเดี่ยว สงบระงับ ผู้คงที่
พระองค์ประดับด้วยสาวกบริษัท ทรงงดงามด้วยพระญาณที่เกิดจากบุญ พระองค์มีพระรัศมีพวยพุ่งดังดวงอาทิตย์อุทัย ฉะนั้น
พระศาสดาพระนามว่าปทุมุตตระ ผู้แสวงหาคุณอันยิ่งใหญ่ ทอดพระเนตรเห็นข้าพเจ้าผู้มีจิตเลื่อมใสแล้ว ประทับยืนอยู่ในท่ามกลางหมู่ภิกษุได้ตรัสพระคาถาเหล่านี้ว่า
พราหมณ์ใดเกิดความร่าเริงแล้วสรรเสริญเรา พราหมณ์นั้นจักรื่นรมย์ในเทวโลก ๑๐๐,๐๐๐ กัป
เขาถูกกุศลมูลตักเตือนแล้วจุติจากสวรรค์ชั้นดุสิต จักบวชในศาสนาของพระผู้มีพระภาคพระนามว่าโคดม
ครั้นบวชในศาสนาแล้วจักได้ความยินดีและความร่าเริง มีนามว่าสาคตะ เป็นสาวกของพระศาสดา”
ข้าพเจ้าครั้นบวชแล้ว เว้นกายทุจริต ละวจีทุจริต ชำระอาชีวะให้บริสุทธิ์
ข้าพเจ้าอยู่อย่างนี้ เป็นผู้ฉลาดในเตโชธาตุ (ธาตุไฟ) กำหนดรู้อาสวะทั้งปวงแล้ว อยู่อย่างผู้ไม่มีอาสวะ @เชิงอรรถ : @ ทางถูก ในที่นี้หมายถึงอุบายเครื่องบรรลุนิพพานซึ่งเป็นทางของสัตบุรุษ (ขุ.อป.อ. ๒/๒๑/๖๓)
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๒ หน้า : ๑๕๓}
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๔. กุณฑธานวรรค] ๓. มหากัจจายนเถราปทาน
คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ ข้าพเจ้าได้ทำให้แจ้งแล้ว คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ข้าพเจ้าก็ได้ทำสำเร็จแล้ว ดังนี้แล ได้ทราบว่า ท่านพระสาคตเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้สาคตเถราปทานที่ ๒ จบ
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๓๒. อรรถกถาสาคตเถราปทาน
อปทานของท่านพระสาคตเถระมีคำเริ่มต้นว่า โสภิโต นาม นาเมน ดังนี้.
พระเถระแม้นี้ได้บำเพ็ญบุญญาธิการไว้ในพระพุทธเจ้าองค์ก่อนๆ สั่งสมบุญทั้งหลายอันเป็นอุปนิสัยแก่พระนิพพานในภพนั้นๆ ในกาลแห่งพระผู้มีพระภาคเจ้าพระนามว่าปทุมุตตระ บังเกิดในตระกูลพราหมณ์แห่งหนึ่ง บรรลุนิติภาวะแล้ว ถึงความสำเร็จในศิลปะทั้งปวง โดยนามปรากฏนามว่าโสภิตะ ถึงฝั่งแห่งเวท ๓ ผู้เรียนรู้มาก เรียนไวยากรณ์แห่งสนิฆัณฑุศาสตร์และเกฏุภศาสตร์ พร้อมด้วยประเภทแห่งอักขระ มีอิติหาสศาสตร์เป็นที่ ๕ ผู้ชำนาญในโลกายตศาสตร์และมหาปุริสลักษณศาสตร์.
วันหนึ่ง ท่านเห็นพระผู้มีพระภาคเจ้าพระนามว่าปทุมุตตระ ผู้งดงามด้วยสิริแห่งมหาปุริสลักษณะ ๓๒ เสด็จไปอยู่โดยประตูพระอุทยาน มีใจเลื่อมใสยิ่ง ได้กระทำการชมเชยด้วยอุบายเป็นอเนก ด้วยการสรรเสริญคุณเป็นอเนก.
ในกาลนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงสดับดังนั้น จึงทรงประทานพยากรณ์ว่า ในอนาคต เธอจักเป็นสาวกนามว่าสาคตะ ในศาสนาของพระผู้มีพระภาคเจ้าพระนามว่าโคดม.
จำเดิมแต่นั้น ท่านสั่งสมบุญทั้งหลาย ดำรงอยู่ตลอดอายุ จุติจากอัตภาพนั้นแล้ว บังเกิดในเทวโลก เสวยทิพยสมบัติตลอดแสนกัป เสวยมนุษย์สมบัติในมนุษย์ทั้งหลาย ในพุทธุปบาทกาลนี้ บังเกิดในเรือนมีตระกูลแห่งหนึ่ง. มารดาบิดาของท่านตั้งชื่อว่าสาคตะ เพราะท่านเจริญโสมนัส เกิดดีมาแล้ว. ท่านเลื่อมใสในพระศาสนา บวชแล้ว เจริญวิปัสสนาบรรลุพระอรหัตแล้ว.
ท่านบรรลุพระอรหัตผลโดยสมควรแก่บุญสมภารด้วยประการฉะนี้แล้ว ได้รับตำแหน่งเอตทัคคะ ระลึกถึงบุพกรรมของตนแล้ว เมื่อจะประกาศปุพพจริตาปทาน จึงกล่าวคำมีอาทิว่า โสภิโต นาม นาเมน ดังนี้.
เชื่อมความว่า ในคำนั้น ในกาลนั้นคือในสมัยที่บำเพ็ญบุญสมภาร เราได้เป็นพราหมณ์ โดยชื่อว่าโสภิตะ.
บทว่า วิปถา อุทฺธริตฺวาน ความว่า ยกขึ้น นำออกจากทางผิดคือทางชั่ว หรือจากนอกทาง ให้คุ้มครองไว้.
บทว่า ปถํ อาจิกฺขเส ตุวํ ความว่า ข้าแต่พระสัพพัญญูผู้เจริญ พระองค์ทรงบอกคือตรัสแสดง เปิดเผย จำแนก ทำให้ตื้น ซึ่งทางคือทางแห่งสัตบุรุษ ได้แก่อุบายเป็นเหตุบรรลุพระนิพพาน.
คำที่เหลือง่ายทั้งนั้นแล. จบอรรถกถาสาคตเถราปทาน -----------------------------------------------------