๒. คตสัญญกเถราปทาน (๘๒)
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
บาลีและคำแปล
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
ทุติยํ คตสญฺญกตฺเถราปทานํ (๘๒)
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๓๒ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๒๔ ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ คตสัญญกเถราปทานที่ ๒ (๘๒) ว่าด้วยผลแห่งการบูชาด้วยดอกกรรณิการ์ ๗ ดอก
|๘๔.๑๐| ชาติยา สตฺตวสฺโสหํ ปพฺพชึ อนคาริยํ อวนฺทึ สตฺถุโน ปาเท วิปฺปสนฺเนน เจตสา ฯ |๘๔.๑๑| สตฺตนงฺคลกิปุปฺเผ อากาเส อุกฺขิปึ อหํ ติสฺสพุทฺธํ สมุทฺทิสฺส อนนฺตคุณสาครํ ฯ |๘๔.๑๒| สุคตานุคตํ มคฺคํ ปูเชตฺวา หฏฺฐมานโส อญฺชลิญฺจ ตทากาสึ ปสนฺโน เสหิ ปาณิหิ ฯ |๘๔.๑๓| เทฺวนวุเต อิโต กปฺเป ยํ กมฺมมกรึ ตทา ทุคฺคตึ นาภิชานามิ พุทฺธปูชายิทํ ผลํ ฯ |๘๔.๑๔| อิโต อฏฺฐมเก กปฺเป ตโย อคฺคิสิขา อหุ สตฺตรตนสมฺปนฺนา จกฺกวตฺตี มหพฺพลา ฯ |๘๔.๑๕| ปฏิสมฺภิทา จตสฺโส วิโมกฺขาปิจ อฏฺฐิเม ฉฬภิญฺญา สจฺฉกตา กตํ พุทฺธสฺส สาสนนฺติ ฯ อิตฺถํ สุทํ อายสฺมา คตสญฺญโก เถโร อิมา คาถาโย อภาสิตฺถาติ ฯ คตสญฺญกตฺเถรสฺส อปทานํ สมตฺตํ ฯ
เรามีอายุ ๗ ปีโดยกำเนิด บรรพชาเป็นสามเณร มีใจเลื่อมใส ได้ถวายบังคม พระบาทของพระศาสดาได้โยนดอกไม้กรรณิการ์ ๗ ดอกขึ้นไปในอากาศ อุทิศเฉพาะพระพุทธเจ้า พระนามว่าติสสะ ผู้ทรงคุณอนันต์ดังสาคร มีใจ ยินดีและเลื่อมใสบูชาหนทางที่พระสุคตเสด็จดำเนิน ได้กระทำอัญชลีด้วย มือทั้งสองของตน ในกัลปที่ ๙๒ แต่กัลปนี้ ได้ทำกรรมใดในกาลนั้น ด้วยกรรมนั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งพุทธบูชา ในกัลปที่ ๘ แต่กัลปนี้ ได้มีพระเจ้าจักรพรรดิ ๓ พระองค์ มีพระนามว่าอัคคิสิขะ ทรง สมบูรณ์ด้วยแก้ว ๗ ประการ มีพลมาก คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งชัดแล้ว พระพุทธศาสนาเราได้ทำ เสร็จแล้ว ดังนี้. ทราบว่า ท่านพระคตสัญญกเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล. จบ คตสัญญกเถราปทาน.
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องตรงกันทั้งสองฉบับ
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๒. คตสัญญกเถราปทาน ประวัติในอดีตชาติของพระคตสัญญกเถระ (พระคตสัญญกเถระ เมื่อจะประกาศประวัติในอดีตชาติของตน จึงกล่าวว่า)
ข้าพเจ้ามีอายุไว้ ๗ ขวบ ก็ได้ออกบวชเป็นบรรพชิต มีจิตผ่องใส ได้กราบพระยุคลบาทของพระศาสดา
ข้าพเจ้าได้โยนดอกดิน ๗ ดอกไปในอากาศ อุทิศเฉพาะพระพุทธเจ้าพระนามว่าติสสะ ผู้ทรงพระคุณหาที่สุดมิได้ดังสาคร
ข้าพเจ้ามีใจร่าเริง เลื่อมใสแล้ว บูชาหนทางที่พระสุคตเสด็จดำเนินไป ได้ประนมมือทั้ง ๒ ของตนไหว้พระสุคต
ในกัปที่ ๙๒ นับจากกัปนี้ไป ข้าพเจ้าได้ทำกรรมไว้ในครั้งนั้น จึงไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งการบูชาพระพุทธเจ้า @เชิงอรรถ : @ ดอกดิน หมายถึงดอกไม้ที่เกิดในพื้นที่นา (ขุ.อป.อ. ๒/๑๐/๑๒๙)
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๒ หน้า : ๒๒๙}
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๙. ติมิรปุปผิยวรรค] ๓. นิปันนัญชลิกเถราปทาน
ในกัปที่ ๘ นับจากกัปนี้ไป ได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิ ๓ ชาติ พระนามว่าอัคคิสิขะ สมบูรณ์ด้วยรัตนะ ๗ ประการ มีพลานุภาพมาก
คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ ข้าพเจ้าได้ทำให้แจ้งแล้ว คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ข้าพเจ้าก็ได้ทำสำเร็จแล้ว ดังนี้แล ได้ทราบว่า ท่านพระคตสัญญกเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้คตสัญญกเถราปทานที่ ๒ จบ
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๘๒.อรรถกถาคตสัญญกเถราปทาน
อปทานของท่านพระคตสัญญกเถระมีคำเริ่มต้นว่า ชาติยา สตฺตวสฺโสหํ ดังนี้.
พระเถระแม้นี้ได้บำเพ็ญกุศลสมภารไว้ในพระพุทธเจ้าองค์ก่อนๆ สั่งสมบุญทั้งหลายอันเป็นอุปนิสัยแก่พระนิพพานในภพนั้นๆ ในกาลแห่งพระผู้มีพระภาคเจ้าพระนามว่าติสสะ บังเกิดในเรือนมีตระกูลแห่งหนึ่ง ได้ศรัทธาด้วยอำนาจวาสนาที่ตนทำไว้ในกาลก่อน บวชในกาลที่ตนมีอายุ ๗ ขวบนั้นแล ได้ปรากฏโดยการกระทำการนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคเจ้านั้นเอง.
วันหนึ่ง ท่านถือเอาดอกไม้ ๗ ดอกที่ตั้งขึ้นในที่ที่เขาไถด้วยไถ มีสีเขียวดุจสีแก้วมณีฉะนั้นเทียวบูชาบนอากาศ. ท่านกระทำสมณธรรมจนตลอดอายุ ด้วยบุญกรรมนั้น ท่านท่องเที่ยวอยู่ในเทวดาและมนุษย์ทั้งหลาย.
ในพุทธุปบาทกาลนี้ บังเกิดในเรือนมีตระกูลแห่งหนึ่ง บรรลุนิติภาวะแล้ว เลื่อมใสในพระศาสดา บวชแล้วไม่นานก็ได้เป็นพระอรหันต์.
ครั้นภายหลัง ท่านระลึกถึงบุพกรรมของตน เกิดศรัทธา เมื่อจะประกาศปุพพจริตาปทาน จึงกล่าวคำมีอาทิว่า สตฺตวสฺโสหํ ดังนี้.
บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า ชาติยา สตฺตวสฺโส ความว่า ตั้งแต่เวลาที่ออกจากท้องมารดา จนอายุครบ ๗ ขวบ.
บทว่า ปพฺพชึ อนคาริยํ ความว่า ชื่อว่าอนคาริยะ เพราะกรรมอันเป็นประโยชน์แก่เรือน คือกสิกรรมและวาณิชกรรมไม่มี.
ความว่า เราได้บวชในพระพุทธศาสนา.
บทว่า สุคตานุคตํ มคฺคํ ความว่า ทางอันพระพุทธเจ้าทรงดำเนินไปแล้ว.
อีกอย่างหนึ่ง ทางอันพระองค์แสดงแล้ว.
เชื่อมความว่า เรามีใจร่าเริงคือมีจิตยินดีบูชา ด้วยอำนาจบำเพ็ญข้อปฏิบัติธรรมอันสมควรแก่ธรรม.
คำที่เหลือในบททั้งปวงมีอรรถง่ายทั้งนั้นแล. จบอรรถกถาคตสัญญกเถราปทาน -----------------------------------------------------