๘. เอกรังสนิยเถราปทาน (๑๓๘)
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๓๒ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๒๔ ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เอกรังสนิยเถราปทานที่ ๘ (๑๓๘) ว่าด้วยผลแห่งการเลื่อมใสในการฟังธรรม
๑๔๐ชนทั้งหลายรู้จักเราว่า เกสวะ โดยนามชื่อว่านารทะ เราแสวงหากุศล และอกุศลอยู่ ได้ไปสู่สำนักพระพุทธเจ้า พระมหามุนีพระนามว่าอัตถทัสสี ทรงมีจิตเมตตา ประกอบด้วยพระกรุณา พระองค์ผู้มีจักษุ เมื่อทรงปลอบ สัตว์ทั้งหลายให้เบาใจ ทรงแสดงธรรมอยู่ เรายังจิตของตนให้เลื่อมใส ประนมกรอัญชลีบนเศียรเกล้า ถวายบังคมพระศาสดาแล้ว บ่ายหน้ากลับ ไปทางทิศประจิม ในกัลปที่ ๑๗๐๐ แต่กัลปนี้ ได้มีพระเจ้าจักรพรรดิราช เป็นใหญ่ในแผ่นดิน พระนามว่า อมิตตตปนะ มีพลมาก คุณวิเศษ เหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ เราทำให้แจ้ง ชัดแล้ว พระพุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้. ทราบว่า ท่านพระเอกรังสนิยเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล. จบ เอกรังสนิยเถราปทาน
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องตรงกันทั้งสองฉบับ
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๘. เอกรังสนิยเถราปทาน ประวัติในอดีตชาติของพระเอกรังสนิยเถระ (พระเอกรังสนิยเถระ เมื่อจะประกาศประวัติในอดีตชาติของตน จึงกล่าวว่า)
ชนทั้งหลายรู้จักข้าพเจ้าว่าเกสวะ โดยชื่อว่านารทะ ข้าพเจ้าแสวงหากุศลและอกุศลอยู่ ได้ไปยังสำนักของพระพุทธเจ้า
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๒ หน้า : ๓๐๑}
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๑๔. โสภิตวรรค] ๙. สาลทายกเถราปทาน
พระมหามุนีพระนามว่าอัตถทัสสี มีพระทัยประกอบด้วยเมตตา ประกอบด้วยพระกรุณามีพระจักษุพระองค์นั้น เมื่อจะทรงปลอบโยนสัตว์ทั้งหลายให้เบาใจ จึงทรงแสดงธรรม
ข้าพเจ้าทำจิตของตนให้เลื่อมใสแล้ว ประนมมือไว้เหนือเศียรเกล้า ถวายอภิวาทพระศาสดาแล้ว บ่ายหน้าหลีกไปทางทิศตะวันออก
ในกัปที่ ๑๑๗ (นับจากกัปนี้ไป) ได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิพระนามว่าอมิตตตาปนะ ผู้เป็นใหญ่ในแผ่นดิน มีพลานุภาพมาก
คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ ข้าพเจ้าได้ทำให้แจ้งแล้ว คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ข้าพเจ้าก็ได้ทำสำเร็จแล้ว ดังนี้แล ได้ทราบว่า ท่านพระเอกรังสนิยเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้เอกรังสนิยเถราปทานที่ ๘ จบ
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๑๓๘. อรรถกถาเอกปสาทนิยเถราปทาน
____________________________
บาลีว่า เอกรังสนิยเถราปทาน.
อปทานของท่านพระเอกปสาทนิยเถระมีคำเริ่มต้นว่า นารโท อิติ เม นามํ ดังนี้.
แม้พระเถระรูปนี้ก็ได้เคยบำเพ็ญกุศลมาแล้วในพระพุทธเจ้าพระองค์ก่อนๆ ในหลายชาติที่ผ่านมาจะสั่งสมแก่กุศลกรรมไว้.
ในกาลแห่งพระผู้มีพระภาคเจ้าพระนามว่าอัตถทัสสี ท่านได้บังเกิดในตระกูลพราหมณ์ ปรากฏชื่อว่าเกสวะ บรรลุนิติภาวะแล้ว จึงละเพศฆราวาสออกบวช.
วันหนึ่งได้ฟังพระธรรมเทศนาของพระศาสดา มีใจเลื่อมใส ประคองอัญชลี เกิดปีติโสมนัสอย่างเหลือล้นแล้วหลีกไป. เขาดำรงชีวิตอยู่จนตลอดอายุ จึงกระทำกาละแล้ว เพราะความโสมนัสนั้นนั่นแล จึงได้ไปเกิดในเทวโลก ได้เสวยทิพยสมบัติในเทวโลกนั้นแล้ว ได้ไปบังเกิดในมนุษยโลก เสวยสมบัติในมนุษยโลกนั้นแล้ว.
ในพุทธุปบาทกาลนี้ เขาได้บังเกิดในเรือนอันมีตระกูลแห่งหนึ่ง พอเจริญวัยแล้วเลื่อมใสในพระศาสดา ได้บวชแล้ว ไม่นานนักก็ได้เป็นพระอรหันต์.
ในกาลต่อมา ท่านระลึกถึงกุศลกรรมที่สร้างไว้ของตนได้ เกิดความโสมนัส เมื่อจะประกาศถึงเรื่องราวที่ตนเคยได้ประพฤติมาแล้วในกาลก่อน จึงกล่าวคำเริ่มต้นว่า นารโท อิติ เม นามํ ดังนี้.
บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า นารโท มีวิเคราะห์ว่า
ชื่อว่านารทะ เพราะละออง ธุลี มลทินของเขาไม่มี เพราะเขามีสรีระบริสุทธิ์ด้วยอำนาจแห่งชาติ จึงได้รับชื่อจากตระกูลว่านารทะ เพราะทำการแปลง ช อักษรเป็น ท อักษร.
บทว่า เกสโว ความว่า ชนทั้งหลายผู้รู้ ย่อมรู้จักเราว่าเกสวะ คือนารทเกสวะ เพราะเราได้เกิดมาในกิสวัจฉโคตร.
คำที่เหลือปรากฏชัดแล้วทั้งหมดแล. จบอรรถกถาเอกปสาทนิยเถราปทาน -----------------------------------------------------