๔. กักการุปูชกเถราปทาน (๑๕๔)
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
จตุตฺถํ กกฺการุปูชกตฺเถราปทานํ (๑๕๔)
๑๕๖|๑๕๖.๒๑| เทวปุตฺโต อหํ สนฺโต ปูชยึ สิขินายกํ กกฺการุปุปฺผํ ปคฺคยฺห พุทฺธสฺส อภิโรปยึ ฯ |๑๕๖.๒๒| เอกตฺตึเส อิโต กปฺเป ยํ ปุปฺผมภิโรปยึ ทุคฺคตึ นาภิชานามิ พุทฺธปูชายิทํ ผลํ ฯ |๑๕๖.๒๓| อิโต จ นวเม กปฺเป ราชา สตฺตุตฺตโม อหุ สตฺตรตนสมฺปนฺโน จกฺกวตฺติ มหพฺพโล ฯ |๑๕๖.๒๔| ปฏิสมฺภิทา จตสฺโส วิโมกฺขาปิจ อฏฺฐิเม ฉฬภิญฺญา สจฺฉิกตา กตํ พุทฺธสฺส สาสนนฺติ ฯ อิตฺถํ สุทํ อายสฺมา กกฺการุปูชโก เถโร อิมา คาถาโย อภาสิตฺถาติ ฯ กกฺการุปูชกตฺเถรสฺส อปทานํ สมตฺตํ ฯ
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · จับคู่ตามตำแหน่ง · เล่มนี้ทั้งสองฉบับแบ่งเรื่องเท่ากัน จึงเทียบตามลำดับได้ · ชื่อเรื่องไม่ตรงกัน จึงยังไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเรื่องเดียวกัน
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๔. กักการุปุปผปูชกเถราปทาน ประวัติในอดีตชาติของพระกักการุปุปผปูชกเถระ (พระกักการุปุปผปูชกเถระ เมื่อจะประกาศประวัติในอดีตชาติของตน จึงกล่าวว่า)
ข้าพเจ้าเป็นเทพบุตร บูชาพระผู้มีพระภาคพระนามว่าสิขี ผู้ทรงเป็นผู้นำ ได้ประคองดอกฟักทิพย์ บูชาพระพุทธเจ้าพระองค์นั้น
ในกัปที่ ๓๑ นับจากกัปนี้ไป ข้าพเจ้าได้ใช้ดอกไม้บูชาไว้ จึงไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งการบูชาพระพุทธเจ้า
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๒ หน้า : ๓๒๐}
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๑๖. พันธุชีวกวรรค] ๕. มันทารวปุปผปูชกเถราปทาน
และในกัปที่ ๙ นับจากกัปนี้ไป ข้าพเจ้าได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิพระนามว่าสัตตุตตมะ สมบูรณ์ด้วยรัตนะ ๗ ประการ มีพลานุภาพมาก
คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ ข้าพเจ้าได้ทำให้แจ้งแล้ว คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ข้าพเจ้าก็ได้ทำสำเร็จแล้ว ดังนี้แล ได้ทราบว่า ท่านพระกักการุปุปผปูชกเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้กักการุปุปผปูชกเถราปทานที่ ๔ จบ
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๑๕๔. อรรถกถากักการุปุปผปูชกเถราปทาน
____________________________
บาลีว่า กักการุปูชกเถราปทาน.
อปทานของท่านพระกักการุปุปผปูชกเถระมีคำเริ่มต้นว่า เทวปุตฺโต อหํ สนฺโต ดังนี้.
แม้พระเถระรูปนี้ ท่านก็ได้เคยบำเพ็ญกุศลมาแล้วในพระพุทธเจ้าพระองค์ก่อนๆ ทุกๆ ภพนั้นจะสั่งสมแต่บุญเป็นประจำเสมอ.
ในกาลแห่งพระผู้มีพระภาคเจ้าพระนามว่าสิขี ท่านได้เกิดเป็นภุมมัฏฐเทวดา ได้พบพระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระนามว่าสิขี แล้วได้เก็บเอาดอกฟักทิพย์มาบูชาแล้ว.
ด้วยบุญอันนั้น เขาจึงได้ท่องเที่ยวไปในเทวโลกและมนุษยโลก ได้เสวยความสุขในโลกทั้งสอง ในระหว่างกัปที่ ๓๑.
ในพุทธุปบาทกาลนี้ ได้บังเกิดในเรือนอันมีตระกูลในกรุงสาวัตถี เจริญวัยแล้วเลื่อมใสในพระศาสดา บวชแล้วไม่นานนักก็ได้เป็นพระอรหันต์ ทราบบุพกรรมของตนได้โดยประจักษ์ เกิดความโสมนัสใจ เมื่อจะประกาศถึงเรื่องราวที่ตนเคยได้ประพฤติมาแล้วในกาลก่อน จึงกล่าวคำเริ่มต้นว่า เทวปุตฺโต อหํ สนฺโต ดังนี้.
พึงทราบวิเคราะห์ในบทนั้นว่า
ชื่อว่าเทวา เพราะย่อมร่าเริงสนุกด้วยกามคุณอันเป็นทิพย์ทั้ง ๕, บุตรของเทวะทั้งหลาย, เทวะและบุตรรวมเป็นเทพบุตร. เราเป็นเทพบุตรประคองดอกฟักทิพย์ถือมายกขึ้นบูชาพระผู้มีพระภาคเจ้าพระนามว่าสิขีแล้ว.
คำที่เหลือมีเนื้อความง่ายทั้งนั้นแล. จบอรรถกถากักการุปุปผปูชกเถราปทาน -----------------------------------------------------