๖. ปทุมฉทนิยเถราปทาน (๔๖)
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
ฉฏฺฐํ ปทุมจฺฉทนิยตฺเถราปทานํ (๔๖)
๔๘|๔๘.๘๓| นิพฺพุเต โลกนาถมฺหิ วิปสฺสิมฺหคฺคปุคฺคเล สุผุลฺลํ ปทุมํ คยฺห จิตมาโรปยึ อหํ ฯ |๔๘.๘๔| อาโรปิเตว จิตเก เวหาสํ นภมุคฺคมิ อากาสจฺฉทนํ กตฺวา จิตกมฺหิ อธารยึ ฯ |๔๘.๘๕| เอกนวุเต อิโต กปฺเป ยํ ปุปฺผมภิโรปยึ ทุคฺคตึ นาภิชานามิ พุทฺธปูชายิทํ ผลํ ฯ |๔๘.๘๖| สตฺตตาฬีสิโต กปฺเป ปทุมิสฺสรนามโก จาตุรนฺโต วิชิตาวี จกฺกวตฺติ มหพฺพโล ฯ |๔๘.๘๗| ปฏิสมฺภิทา จตสฺโส วิโมกฺขาปิจ อฏฺฐิเม ฉฬภิญฺญา สจฺฉิกตา กตํ พุทฺธสฺส สาสนนฺติ ฯ อิตฺถํ สุทํ อายสฺมา ปทุมจฺฉทนิโย เถโร อิมา คาถาโย อภาสิตฺถาติ ฯ ปทุมจฺฉทนิยตฺเถรสฺส อปทานํ สมตฺตํ ฯ
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องตรงกันทั้งสองฉบับ
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๖. ปทุมฉทนิยเถราปทาน ประวัติในอดีตชาติของพระปทุมฉทนิยเถระ (พระปทุมฉทนิยเถระ เมื่อจะประกาศประวัติในอดีตชาติของตน จึงกล่าวว่า)
เมื่อพระผู้มีพระภาคผู้ทรงเป็นที่พึ่งของสัตว์โลกพระนามว่าวิปัสสี เป็นบุคคลผู้เลิศ เสด็จดับขันธปรินิพพานแล้ว ข้าพเจ้าถือดอกปทุมที่บานดีแล้ว บูชาที่จิตกาธาน
เมื่อมหาชนยกพระพุทธสรีระขึ้นบนจิตกาธาน จิตกาธานสูงขึ้นไปจรดนภากาศ ข้าพเจ้าได้ทำหลังคากั้นไว้ในอากาศเหนือจิตกาธาน
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๒ หน้า : ๑๗๘}
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๕. อุปาลิวรรค] ๗. สยนทายกเถราปทาน
ในกัปที่ ๙๑ นับจากกัปนี้ไป ข้าพเจ้าได้ใช้ดอกไม้บูชาไว้ จึงไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งการบูชาพระพุทธเจ้า
ในกัปที่ ๔๗ นับจากกัปนี้ไป ข้าพเจ้าได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิมีพระนามว่าปทุมิสสระ ทรงเป็นใหญ่มีชัยชนะในทวีปทั้ง ๔ มีพลานุภาพมาก
คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ ข้าพเจ้าได้ทำให้แจ้งแล้ว คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ข้าพเจ้าก็ได้ทำสำเร็จแล้ว ดังนี้แล ได้ทราบว่า ท่านพระปทุมฉทนิยเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้ปทุมฉทนิยเถราปทานที่ ๖ จบ
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๔๖. อรรถกถาปทุมัจฉทนิยเถราปทาน
อปทานของท่านพระปทุมัจฉทนิยเถระมีคำเริ่มต้นว่า นิพฺพุเต โลกนาถมฺหิ ดังนี้.
พระเถระแม้นี้ได้บำเพ็ญบุญญาธิการไว้ในพระพุทธเจ้าองค์ก่อนๆ สั่งสมบุญทั้งหลายอันเป็นอุปนิสัยแห่งพระนิพพานในภพนั้นๆ ในกาลแห่งพระผู้มีพระภาคเจ้าพระนามว่าวิปัสสี บังเกิดในเรือนมีตระกูลแห่งหนึ่ง บรรลุนิติภาวะแล้ว เลื่อมใสในพระรัตนตรัย เมื่อพระผู้มีพระภาคเจ้าพระนามว่าวิปัสสีปรินิพพานแล้ว ท่านบูชาเชิงตะกอนด้วยดอกปทุมทั้งหลาย.
ด้วยความเลื่อมใสแห่งจิตนั้นนั่นแล ท่านดำรงอยู่ตลอดอายุ จุติจากอัตภาพนั้น ท่องเที่ยวไปในสุคตินั้นแล เสวยสมบัติทั้งสอง คือ ทิพยสมบัติและมนุษย์สมบัติหลายครั้ง.
ในกาลแห่งพระสัมมาสัมพุทธเจ้าของเราทั้งหลายนี้ บังเกิดในเรือนมีตระกูลแห่งหนึ่ง บรรลุนิติภาวะแล้ว เลื่อมใสในพระศาสดา บวชในพระศาสนา เพียรพยายามอยู่ไม่นานนัก ก็บรรลุพระอรหัต.
เมื่อท่านพักอยู่ในที่นั้นๆ มีที่พักกลางคืนและที่พักกลางวันเป็นต้น วิหารได้ฉาบไปด้วยดอกปทุมทั้งหลาย. ด้วยเหตุนั้น ท่านจึงปรากฏนามว่า ปทุมัจฉทนิยเถระ ดังนี้.
ท่านระลึกถึงบุพกรรมของตนแล้ว เมื่อจะประกาศปุพพจริตาปทานด้วยอำนาจโสมนัส จึงกล่าวคำมีอาทิว่า นิพฺพุเต โลกนาถมฺหิ ดังนี้.
บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า นิพฺพุเต ความว่า เมื่อพระศาสดาปรินิพพานแล้ว ด้วยขันธปรินิพพาน เมื่อพระสรีระของพระสัมมาสัมพุทธะพระนามว่าวิปัสสี ถูกนำขึ้นสู่เชิงตะกอนอันวิจิตร เราได้ถือเอากลีบปทุมอันบานดีแล้วยกขึ้นเชิงตะกอนบูชา.
คำในคาถาที่เหลือมีอรรถตื้นทั้งนั้น เพราะนัยอันท่านกล่าวไว้แล้วในหนหลังแล. จบอรรถกถาปทุมัจฉทนิยเถราปทาน -----------------------------------------------------