๑. ภิกขทายกเถราปทาน (๑๐๑)
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
บาลีและคำแปล
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
เอกาทสโม ภิกฺขทายิวคฺโค ปฐมํ ภิกฺขทายกตฺเถราปทานํ (๑๐๑)
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๓๒ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๒๔ ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ ภิกขทายิวรรคที่ ๑๑ ภิกขทายกเถราปทานที่ ๑ (๑๐๑) ว่าด้วยผลแห่งการถวายภิกษาทัพพีหนึ่ง
|๑๐๓.๑| สุวณฺณวณฺณํ สมฺพุทฺธํ อาหุตีนมฺปฏิคฺคหํ ปวนา อภินิกฺขนฺตํ วานา นิพฺพานมาคตํ ฯ |๑๐๓.๒| กฏจฺฉุภิกฺขปาทาสึ สิทฺธตฺถสฺส มเหสิโน ปญฺญสฺส อุปสนฺตสฺส มหาวีรสฺส ตาทิโน ฯ |๑๐๓.๓| ปเทนานุปทายนฺโต นิพฺพาเปนฺตํ มหาชนํ วิตฺติ เม ปาหุนา ตาว พุทฺธสฺสาทิจฺจพนฺธุโน ฯ |๑๐๓.๔| จตุนวุเต อิโต กปฺเป ยํ ทานมททึ ตทา ทุคฺคตึ นาภิชานามิ ภิกฺขทานสฺสิทํ ผลํ ฯ |๑๐๓.๕| สตฺตาสีติมฺหิโต กปฺเป มหาเรณุสฺสนามกา สตฺตรตนสมฺปนฺนา สตฺเตเต จกฺกวตฺติโน ฯ |๑๐๓.๖| ปฏิสมฺภิทา จตสฺโส วิโมกฺขาปิจ อฏฺฐิเม ฉฬภิญฺญา สจฺฉิกตา กตํ พุทฺธสฺส สาสนนฺติ ฯ อิตฺถํ สุทํ อายสฺมา ภิกฺขทายโก เถโร อิมา คาถาโย อภาสิตฺถาติ ฯ ภิกฺขทายกตฺเถรสฺส อปทานํ สมตฺตํ ฯ
เราได้เห็นพระสัมพุทธเจ้า ผู้มีพระฉวีวรรณดังทอง สมควรรับเครื่องบูชา เสด็จออกจากป่าอันสงัด จากตัณหาเครื่องรัดมาสู่ความดับ จึงถวายภิกษา ทัพพีหนึ่ง แต่พระพุทธเจ้าพระนามว่าสิทธัตถะ ผู้มีปัญญา ผู้สงบระงับ ผู้แกล้วกล้ามาก ผู้คงที่ เราตามเสด็จพระองค์ ผู้ทรงยังมหาชนให้ดับ เรามีความยินดีเป็นอันมากในพระพุทธเจ้า ผู้เป็นเผ่าพันธุ์พระอาทิตย์ ใน กัลปที่ ๙๔ แต่กัลปนี้ เราได้ถวายทานใดในกาลนั้น ด้วยกรรมนั้น เรา ไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งการถวายภิกษา ในกัลปที่ ๘๗ แต่กัลปนี้ ได้มีพระเจ้าจักรพรรดิ ๗ พระองค์ มีพระนามเหมือนกันว่ามหาเรณุ ทรง สมบูรณ์ด้วยแก้ว ๗ ประการ คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งชัดแล้ว พระพุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จ แล้ว ดังนี้. ทราบว่า ท่านพระภิกขทายกเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล. จบ ภิกขทายกเถราปทาน
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องตรงกันทั้งสองฉบับ
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๑๑. ภิกขทายิวรรค] ๑. ภิกขทายกเถราปทาน ๑๑. ภิกขทายิวรรค หมวดว่าด้วยพระภิกขทายิเป็นต้น ๑. ภิกขทายกเถราปทาน ประวัติในอดีตชาติของพระภิกขทายกเถระ (พระภิกขทายกเถระ เมื่อจะประกาศประวัติในอดีตชาติของตน จึงกล่าวว่า)
พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ผู้มีพระฉวีวรรณดังทองคำ ผู้สมควรรับเครื่องบูชา เสด็จออกจากป่าใหญ่ คือตัณหาเครื่องร้อยรัดมาสู่ความดับ(นิพพาน)
ข้าพเจ้าได้เห็นแล้วจึงได้มอบถวายภิกษาทัพพีหนึ่ง แด่พระพุทธเจ้าพระนามว่าสิทธัตถะ ผู้แสวงหาคุณอันยิ่งใหญ่ สงบระงับด้วยปัญญา มีความเพียรมาก เป็นผู้คงที่
ข้าพเจ้าเกิดความปลื้มใจเป็นอย่างมากในพระพุทธเจ้า ผู้เป็นเผ่าพันธุ์แห่งพระอาทิตย์ ทรงช่วยมหาชนผู้ตามเสด็จพระยุคลบาทให้สงบเย็น
ในกัปที่ ๙๔ นับจากกัปนี้ไป ข้าพเจ้าได้ถวายทานไว้ในครั้งนั้น จึงไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งการถวายภิกษา
ในกัปที่ ๘๗ นับจากกัปนี้ไป ได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิ ๗ ชาติ มีพระนามว่ามหาเรณุ สมบูรณ์ด้วยรัตนะ ๗ ประการ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๒ หน้า : ๒๔๙}
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๑๑. ภิกขทายิวรรค] ๒. ญาณสัญญิกเถราปทาน
คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ ข้าพเจ้าได้ทำให้แจ้งแล้ว คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ข้าพเจ้าก็ได้ทำสำเร็จแล้ว ดังนี้แล ได้ทราบว่า ท่านพระภิกขทายกเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้ภิกขทายกเถราปทานที่ ๑ จบ
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
ภิกขทายิวรรคที่ ๑๑ ๑๐๑. อรรถกถาภิกขาทายกเถราปทาน
____________________________
# ๑. บาลีว่า ภิกขทายกเถราปทาน.
อปทานของท่านพระภิกขาทายกเถระมีคำเริ่มต้นว่า สุวณฺณวณฺณํ สมฺพุทฺธํ ดังนี้.
พระเถระแม้นี้ได้บำเพ็ญกุศลสมภารในพระชินเจ้าผู้ประเสริฐองค์ก่อนๆ สั่งสมบุญทั้งหลายอันเป็นอุปนิสัยแก่พระนิพพานในภพนั้นๆ ในกาลแห่งพระผู้มีพระภาคเจ้าพระนามว่าสิทธัตถะ บังเกิดในเรือนมีตระกูลแห่งหนึ่ง เจริญวัยแล้ว เพียบพร้อมด้วยทรัพย์สมบัติ เกิดศรัทธา เห็นพระผู้มีพระภาคเจ้าพระนามว่าสิทธัตถะ ออกจากวิหารเสด็จเที่ยวบิณฑบาตอยู่ มีใจเลื่อมใสได้ถวายอาหาร.
พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงรับอาหารนั้นแล้ว ตรัสอนุโมทนาแล้วเสด็จหลีกไป.
ด้วยกุศลนั้นนั่นแล ท่านดำรงอยู่จนตลอดอายุ ในที่สุดแห่งอายุ บังเกิดในเทวโลก เสวยกามาวจรสมบัติ ๖ ชั้นในเทวโลกนั้น.
ในพุทธุปบาทกาลนี้ บังเกิดในเรือนมีตระกูลแห่งหนึ่ง เจริญวัยแล้ว เกิดศรัทธาบวชแล้ว ไม่นานก็ได้เป็นพระอรหันต์.
ครั้นภายหลัง ท่านระลึกถึงบุพกรรมของตน เกิดโสมนัส เมื่อจะประกาศปุพพจริตาปทาน จึงกล่าวคำมีอาทิว่า สุวณฺณวณฺณํ สมฺพุทฺธํ ดังนี้.
คำนั้นทั้งหมดมีนัยดังกล่าวแล้วนั่นแล.
บทว่า ปวรา อภินิกฺขนฺตํ ความว่า ชื่อว่าปวระ เพราะพึงยินดี คือพึงปรารถนา. อธิบายว่า ออกจากที่อันเป็นที่น่ารื่นรมย์ใจ คือจากที่อันเป็นที่สงัดโดยพิเศษ.
ตัณหา ท่านเรียกว่า วานะ ในบทว่า วานา นิพฺพานมากตํ นี้ ชื่อว่านิพพาน เพราะออกจากตัณหา. ชื่อว่าวานะ นั้น อธิบายว่า กระทำตัณหาชื่อว่าวานะ แล้วละกิเลสทั้งปวงบรรลุพระนิพพาน.
บทว่า กฏจฺฉุภิกฺขํ ทตฺวาน ความว่า ทัพพีอันบุคคลพึงถือเอาด้วยฝ่ามือ. ชื่อว่าภิกขา เพราะขอเอาด้วยทัพพี.
อีกอย่างหนึ่ง ชื่อว่าภิกขา เพราะอันบุคคลพึงกิน คือพึงภิกษาโดยพิเศษ. ภิกษาอันบุคคลถือเอาด้วยทัพพี ชื่อว่า กฏัจฉุภิกขา.
อธิบายว่า ให้ภัตด้วยทัพพี.
คำที่เหลือในบททั้งปวงมีอรรถง่ายทั้งนั้นแล. จบอรรถกถาภิกขาทายกเถราปทาน -----------------------------------------------------