๙. พิฬาลิทายกเถราปทาน (๑๐๙)
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
บาลีและคำแปล
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
นวมํ พิฬาลิทายกตฺเถราปทานํ (๑๐๙)
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๓๒ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๒๔ ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ พิฬาลิทายกเถราปทานที่ ๙ (๑๐๙) ว่าด้วยผลแห่งการถวายมันมือเสือ
|๑๑๑.๕๓| หิมวนฺตสฺส อวิทูเร วสามิ ปณฺณสนฺถเร ฆาเสสุ เคธมาปนฺโน เสยฺยสีโลวหํ ตทา ฯ |๑๑๑.๕๔| ขณมาลุกลมฺพานิ พิฬาลิตกฺกฬานิ จ โกลํ ภลฺลาตกํ เพลฺลํ อาหตฺวา ปฏิยาทิตํ ฯ |๑๑๑.๕๕| ปทุมุตฺตโร โลกวิทู อาหุตีนํ ปฏิคฺคโห มม สงฺกปฺปมญฺญาย อาคจฺฉิ มม สนฺติกํ ฯ |๑๑๑.๕๖| อุปาคตํ มหานาคํ เทวเทวํ นราสภํ พิฬาลึ ปคฺคเหตฺวาน ปตฺตมฺหิ โอกิรึ อหํ ฯ |๑๑๑.๕๗| ปริภุญฺชิ มหาวีโร โตสยนฺโต มมํ ตทา ปริภุญฺชิตฺวาน สพฺพญฺญู อิมํ คาถํ อภาสถ ฯ |๑๑๑.๕๘| สกํ จิตฺตํ ปสาเทตฺวา พิฬาลึ เม อทา ตุวํ กปฺปานํ สตสหสฺสํ ทุคฺคตึ นูปปชฺชสิ ฯ |๑๑๑.๕๙| จริมํ วตฺตเต มยฺหํ ภวา สพฺเพ สมูหตา ธาเรมิ อนฺติมํ เทหํ สมฺมาสมฺพุทฺธสาสเน ฯ |๑๑๑.๖๐| จตุปญฺญาสิโต กปฺเป สุเมขลิมสวฺหโย สตฺตรตนสมฺปนฺโน จกฺกวตฺติ มหพฺพโล ฯ |๑๑๑.๖๑| ปฏิสมฺภิทา จตสฺโส วิโมกฺขาปิจ อฏฺฐิเม ฉฬภิญฺญา สจฺฉิกตา กตํ พุทฺธสฺส สาสนนฺติ ฯ อิตฺถํ สุทํ อายสฺมา พิฬาลิทายโก เถโร อิมา คาถาโย อภาสิตฺถาติ ฯ พิฬาลิทายกตฺเถสฺส อปทานํ สมตฺตํ ฯ
เราอยู่บนเครื่องลาดใบไม้ ในที่ไม่ไกลภูเขาหิมวันต์ ในกาลนั้น (ถ้า) เราอยากอาหารก็มักนอนเสีย เราขุดจาวมะพร้าว มันอ้อน มันมือเสือ และมันนกมาไว้ เรานำเอาผลพุทรา ไม้รักดำ ผลมะตูม มาจัดแจงไว้ พระผู้มีพระภาคพระนามว่าปทุมุตระ ทรงรู้แจ้งโลก สมควรรับเครื่อง บูชา ทรงทราบความดำริของเราแล้ว เสด็จมาสู่สำนักของเรา เราได้เห็น พระองค์ผู้มหานาค ประเสริฐกว่าเทวดา เป็นนราสภ เสด็จมาแล้ว จึงหยิบเอามันมือเสือมาใส่ลงในบาตร ในกาลนั้น พระสัพพัญญูมหาวีรเจ้า จะทรงยังเราให้ยินดีจึงเสวย ครั้นเสวยเสร็จแล้ว ได้ตรัสพระคาถานี้ ว่า ท่านยังจิตให้เลื่อมใสแล้ว ได้ถวายมันมือเสือแก่เรา ท่านจะไม่เข้า ถึงทุคติตลอดแสนกัลป ภพที่สุดย่อมเป็นไปแก่เรา เราถอนภพขึ้นได้ ทั้งหมดแล้ว เราทรงกายที่สุดไว้ในศาสนาของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ในกัลปที่ ๕๔ แต่กัลปนี้ เราได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิพระนามว่าสุเมขลิมะ สมบูรณ์ด้วยแก้ว ๗ ประการ มีพลมาก คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิ- สัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งชัดแล้ว พระพุทธ- ศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้. ทราบว่า ท่านพระพิฬาลิทายกเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล. จบ พิฬาลิทายกเถราปทาน.
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องตรงกันทั้งสองฉบับ
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๙. พิฬาลิทายกเถราปทาน ประวัติในอดีตชาติของพระพิฬาลิทายกเถระ (พระพิฬาลิทายกเถระ เมื่อจะประกาศประวัติในอดีตชาติของตน จึงกล่าวว่า)
ครั้งนั้น ข้าพเจ้าอยู่ ณ ที่อยู่ซึ่งมุงบังด้วยใบไม้ ในที่ไม่ไกลภูเขาหิมพานต์ ข้าพเจ้าหิวอาหารแต่ก็นอนเสีย
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๒ หน้า : ๒๕๗}
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๑๑. ภิกขทายิวรรค] ๙. พิฬาลิทายกเถราปทาน
ข้าพเจ้าขุดหัวมัน มันอ้อน มันมือเสือ หอม กระเทียม เก็บผลกระเบา ผลรกฟ้า มะตูม นำมาตระเตรียมไว้
พระผู้มีพระภาคพระนามว่าปทุมุตตระ ผู้ทรงรู้แจ้งโลก ผู้สมควรรับเครื่องบูชา ทรงทราบความดำริของข้าพเจ้า จึงเสด็จมายังสำนักของข้าพเจ้า
ข้าพเจ้าได้เห็นพระองค์ผู้มหานาค ผู้เป็นเทพยิ่งกว่าเทพ ทรงองอาจกว่านรชน เสด็จมาใกล้แล้ว จึงหยิบมันมือเสือมาใส่ลงในบาตร
ครั้งนั้น พระผู้มีพระภาคผู้สัพพัญญู ทรงมีความเพียรมาก เมื่อจะทรงให้ข้าพเจ้ายินดี จึงเสวยมันมือเสือนั้น ครั้นเสวยเสร็จแล้ว ได้ตรัสพระคาถานี้ว่า
ท่านทำจิตของตนให้เลื่อมใสแล้ว ได้ถวายมันมือเสือแก่เรา ท่านจะไม่ไปเกิดยังทุคติเลยตลอด ๑๐๐,๐๐๐ กัป
จิตดวงสุดท้ายของข้าพเจ้ากำลังเป็นไป ภพทั้งปวงข้าพเจ้าก็ถอนได้แล้ว ข้าพเจ้าทรงร่างกายอันมีในภพสุดท้ายอยู่ ในศาสนาของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
ในกัปที่ ๕๔ นับจากกัปนี้ไป ได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิพระนามว่าสุเมขลิมะ สมบูรณ์ด้วยรัตนะ ๗ ประการ มีพลานุภาพมาก
คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ ข้าพเจ้าได้ทำให้แจ้งแล้ว คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ข้าพเจ้าก็ได้ทำสำเร็จแล้ว ดังนี้แล ได้ทราบว่า ท่านพระพิฬาลิทายกเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้พิฬาลิทายกเถราปทานที่ ๙ จบ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๒ หน้า : ๒๕๘}
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๑๐๙. อรรถกถาพิลาลิทายกเถราปทาน
____________________________
บาลีว่า พิฬาลิทายกเถราปทาน.
อปทานของท่านพระพิลาลิทายกเถระมีคำเริ่มต้นว่า หิมวนฺตสฺสาวิทูเร ดังนี้.
พระเถระแม้นี้ได้บำเพ็ญกุศลสมภารในพระชินเจ้าผู้ประเสริฐองค์ก่อนๆ สั่งสมบุญทั้งหลายอันเป็นอุปนิสัยแก่พระนิพพานในภพนั้นๆ ในกาลแห่งพระผู้มีพระภาคเจ้าพระนามว่าปทุมุตตระ บังเกิดในเรือนมีตระกูลแห่งหนึ่ง บรรลุนิติภาวะแล้ว อยู่ครองเรือน เห็นโทษในการอยู่ครองเรือนนั้น ละการครองเรือน บวชเป็นดาบสอยู่ ณ ป่าหิมวันต์ เป็นผู้มักน้อยสันโดษอย่างยิ่ง ยังอัตภาพให้เป็นไปด้วยกรรมอันขุ่นมัวอยู่.
ครั้งนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าได้เสด็จไปยังป่าหิมวันต์นั้น เพื่ออนุเคราะห์ท่าน. ท่านเห็นพระองค์แล้วเลื่อมใส ถวายบังคมแล้วถือเอาเกลือที่เกิดในใกล้ฝั่งทะเลเกลี่ยลงในบาตร. พระตถาคต เมื่อยังท่านให้โสมนัส เพื่ออนุเคราะห์แก่ท่าน จึงได้เสวยสิ่งนั้น.
ด้วยบุญกรรมนั้น ท่านจุติจากอัตภาพนั้นแล้ว เสวยสมบัติทั้งสองในเทวดาและมนุษย์ทั้งหลาย.
ในพุทธุปบาทกาลนี้ บังเกิดในเรือนมีตระกูลแห่งหนึ่ง เจริญวัยแล้วเลื่อมใสในพระศาสดา บวชในพระศาสนา ไม่นานนักก็ได้เป็นพระอรหันต์.
ครั้นภายหลัง ท่านระลึกถึงกุศลกรรมของตน เกิดโสมนัส เมื่อจะประกาศปุพพจริตาปทาน จึงกล่าวคำมีอาทิว่า หิมวนฺตสฺสาวิทูเร ดังนี้
คำนั้นทั้งหมดมีอรรถง่ายทั้งนั้น เพราะมีนัยดังกล่าวแล้วในหนหลัง.
เหง้ามันและมันอ้อนเป็นต้น เป็นชื่อของเหง้าในดินนั้นๆ นั่นเองแล. จบอรรถกถาพิลาลิทายกเถราปทาน -----------------------------------------------------