๔. เอกาสนิยเถราปทาน (๑๑๔)
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
บาลีและคำแปล
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
จตุตฺถํ เอกาสนิยตฺเถราปทานํ (๑๑๔)
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๓๒ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๒๔ ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เอกาสนิยเถราปทานที่ ๔ (๑๑๔) ว่าด้วยผลแห่งการประโคมดนตรีไม้โพธิ์
|๑๑๖.๓๑| วรุโณ นาม นาเมน เทวราชา อหํ ตทา อุปฏฺฐเปสึ สมฺพุทฺธํ สโยคฺคพลวาหโน ฯ |๑๑๖.๓๒| นิพฺพุเต โลกนาถมฺหิ อตฺถทสฺสิทิปทุตฺตเม ตุริยํ สพฺพมาทาย อคมํ โพธิมุตฺตมํ ฯ |๑๑๖.๓๓| วาทิเตน จ นจฺเจน สพฺพตาฬสมาหิโต สมฺมุขา วิย สมฺพุทฺธํ อุปฏฺฐึ โพธิมุตฺตมํ ฯ |๑๑๖.๓๔| อุปฏฺฐหิตฺวา ตํ โพธึ ธรณีรูหปาทปํ ปลฺลงฺกํ อาภุชิตฺวาน ตตฺถ กาลํ กโต อหํ ฯ |๑๑๖.๓๕| สกกมฺมาภิรทฺโธหํ ปสนฺโน โพธิมุตฺตเม เตน จิตฺตปฺปสาเทน นิมฺมานํ อุปปชฺชหํ ฯ |๑๑๖.๓๖| สฏฺฐี ตุริยสหสฺสานิ ปริวาเรนฺติ มํ สทา มนุสฺเสสุ จ เทเวสุ วตฺตมานํ ภวาภเว ฯ |๑๑๖.๓๗| ติธคฺคี นิพฺพุตา มยฺหํ ภวา สพฺเพ สมูหตา ธาเรมิ อนฺติมํ เทหํ สมฺมาสมฺพุทฺธสาสเน ฯ |๑๑๖.๓๘| สุพาหุ นาม นาเมน จตุตฺตึสาสุ ขตฺติยา สตฺตรตนสมฺปนฺนา ปญฺจกปฺปสเต อิโต ฯ |๑๑๖.๓๙| ปฏิสมฺภิทา จตสฺโส วิโมกฺขาปิจ อฏฺฐิเม ฉฬภิญฺญา สจฺฉิกตา กตํ พุทฺธสฺส สาสนนฺติ ฯ อิตฺถํ สุทํ อายสฺมา เอกาสนิโย เถโร อิมา คาถาโย อภาสิตฺถาติ ฯ เอกาสนิยตฺเถรสฺส อปทานํ สมตฺตํ ฯ
ในกาลนั้น เราเป็นท้าวเทวราชมีนามชื่อว่าวรุณ พร้อมด้วยยาน พลทหาร และพาหนะ บำรุงพระสัมพุทธเจ้า เมื่อพระโลกนาถพระนามว่าอัตถทัสสี ผู้สูงสุดกว่าสัตว์เสด็จนิพพานแล้ว เราได้ถือเอาดนตรีทั้งปวงไปประโคม ไม้โพธิ์อันอุดม เราประกอบด้วยการประโคม การฟ้อนรำ และกังสดาน ทุกอย่าง บำรุงไม้โพธิพฤกษ์อันอุดมดังบำรุงพระสัมพุทธเจ้าเฉพาะพระ- พักตร์ ครั้นบำรุงโพธิพฤกษ์อันงอกขึ้นที่ดินดื่มรสด้วยรากนั้นแล้ว นั่งคู้ บัลลังก์ แล้วทำกาลกิริยา ณ ที่นั้นเอง เราปรารภกรรมของตน เลื่อม ใสในโพธิพฤกษ์อันอุดม ได้เข้าถึงยังชั้นนิมมานรดีด้วยจิตอันเลื่อมใสนั้น ดนตรี ๖ หมื่น แวดล้อมเราทุกเมื่อ เป็นไปในภพน้อยใหญ่ ทั้งใน มนุษย์และในเทวดา ไฟ ๓ กองของเราดับแล้ว ภพทั้งปวงเราถอนขึ้น ได้แล้ว เราทรงกายที่สุดในศาสนาของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ในกัลปที่ ๕๐๐ แต่กัลปนี้ ได้มีพระเจ้าจักรพรรดิจอมกษัตริย์ ๓๔ พระองค์ มีพระ- นามชื่อว่า สุพาหุ ทรงสมบูรณ์ด้วยแก้ว ๗ ประการ คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งชัดแล้ว พระพุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้. ทราบว่า ท่านพระเอกาสนิยเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล. จบ เอกาสนิยเถราปทาน.
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องตรงกันทั้งสองฉบับ
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๑๒. มหาปริวารวรรค] ๔. เอกาสนิยเถราปทาน ๔. เอกาสนิยเถราปทาน ประวัติในอดีตชาติของพระเอกาสนิยเถระ (พระเอกาสนิยเถระ เมื่อจะประกาศประวัติในอดีตชาติของตน จึงกล่าวว่า)
ครั้งนั้น ข้าพเจ้าได้เกิดเป็นท้าวเทวราชมีนามว่าวรุณ พร้อมด้วยยาน พลทหารและพาหนะ เข้าไปบำรุงพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
เมื่อพระสัมมาสัมพุทธเจ้าผู้ทรงเป็นที่พึ่ง ของสัตว์โลก พระนามว่าอัตถทัสสี ผู้สูงสุดแห่งเทวดาและมนุษย์ เสด็จดับขันธปรินิพพานแล้ว ข้าพเจ้าได้นำดนตรีทั้งปวงไปยังต้นโพธิ์อันอุดม
ข้าพเจ้าประกอบการประโคม การฟ้อนรำและกังสดาลทุกอย่าง บำรุงต้นโพธิ์อันอุดม ดุจบำรุงพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเฉพาะพระพักตร์
ข้าพเจ้าครั้นบำรุงต้นโพธิ์ซึ่งงอกขึ้นบนพื้นดินนั้นแล้ว จึงนั่งขัดสมาธิ แล้วได้สิ้นชีวิตลง ณ ที่นั้นเอง
ข้าพเจ้าปรารภกรรมของตน เลื่อมใสในต้นโพธิ์อันอุดม ด้วยจิตที่เลื่อมใสนั้น ข้าพเจ้าจึงไปเกิดในสวรรค์ชั้นนิมมานรดี
เครื่องดนตรี ๖๐,๐๐๐ ชิ้น แวดล้อมข้าพเจ้า ผู้เวียนว่ายตายเกิดอยู่ในภพน้อยภพใหญ่ ทั้งในเทวดาและมนุษย์ อยู่ทุกเมื่อ
ไฟ ๓ กอง ข้าพเจ้าดับได้แล้ว ภพทั้งปวงข้าพเจ้าก็ถอนได้แล้ว ข้าพเจ้าทรงร่างกายอันมีในภพสุดท้าย อยู่ในศาสนาของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๒ หน้า : ๒๖๖}
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๑๒. มหาปริวารวรรค] ๕. สุวัณณปุปผิยเถราปทาน
ในกัปที่ ๑๐๕ นับจากกัปนี้ไป ได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิ ๓๔ ชาติ มีพระนามว่าสุพาหุ สมบูรณ์ด้วยรัตนะ ๗ ประการ
คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ ข้าพเจ้าได้ทำให้แจ้งแล้ว คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ข้าพเจ้าก็ได้ทำสำเร็จแล้ว ดังนี้แล ได้ทราบว่า ท่านพระเอกาสนิยเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้เอกาสนิยเถราปทานที่ ๔ จบ
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๑๑๔. อรรถกถาเอกานิยเถราปทาน
อปทานของท่านพระเอกาสนิยเถระมีคำเริ่มต้นว่า วรุโณ นาม นาเมน ดังนี้.
แม้พระเถระรูปนี้ก็ได้เคยบำเพ็ญกุศลมาแล้วในพระพุทธเจ้าพระองค์ก่อนๆ ทุกๆ ภพนั้นจะสร้างแต่บุญอันเป็นอุปนิสัยแห่งพระนิพพานเป็นประจำเสมอ.
ในกาลแห่งพระผู้มีพระภาคเจ้าทรงพระนามว่าอัตถทัสสี ท่านได้เกิดเป็นจอมเทพชื่อว่าวรุณะ. วรุณเทพนั้นเห็นพระผู้มีพระภาคเจ้าแล้ว มีจิตใจเลื่อมใส จึงพร้อมด้วยบริวาร พากันบำรุงบูชาด้วยของหอมและระเบียบดอกไม้เป็นต้น และด้วยเพลงขับ.
ในกาลอื่นต่อจากนั้นมา เมื่อพระผู้มีพระภาคเจ้าเสด็จปรินิพพานแล้ว เขาพร้อมด้วยบริวารได้นำเครื่องดนตรีทุกชิ้นและผู้แสดงดนตรีมา ทำการแสดงยังที่ต้นมหาโพธิ์ของพระผู้มีพระภาคเจ้าพระองค์นั้น คล้ายกับแสดงต่อพระพักตร์พระพุทธเจ้าฉะนั้น.
ด้วยบุญนั้น เขาจุติจากเทวโลกชั้นนั้นแล้วมาบังเกิดในนิมมานรดีเทวโลก.
ครั้นเขาได้เสวยสวรรค์สมบัติอย่างนี้แล้ว ต่อมาได้เป็นมนุษย์ ในหมู่มนุษย์ก็ได้เสวยจักรพรรดิสมบัติอีก.
พอมาในพุทธุปบาทกาลนี้ ได้มาเกิดในเรือนที่มีสกุล บรรลุนิติภาวะแล้ว จึงได้บวชในพระศาสนาของพระศาสดา ต่อกาลไม่นานนักก็ได้บรรลุเป็นพระอรหันต์.
ภายหลังท่านได้ระลึกถึงกรรมของตน รู้ถึงกรรมนั้นตามความเป็นจริงแล้ว เกิดความโสมนัส เมื่อจะประกาศถึงเรื่องราวที่ตนเคยได้ประพฤติมาแล้วในกาลก่อน จึงกล่าวคำเริ่มต้นว่า วรุโณ นาม นาเมน ดังนี้.
ในคำเริ่มต้นนั้นมีการเชื่อมความว่า
ในเวลาที่เราได้บูชาพระพุทธเจ้าและต้นโพธิเพื่อการตรัสรู้พร้อมนั้น เราได้เป็นจอมเทพนามว่าวรุณะ.
พึงทราบอรรถวิเคราะห์ในบทว่า ธรณีรุหปาทปํ ดังนี้
ชื่อว่าธรณี เพราะรองรับซึ่งต้นไม้ เครือเถา ภูเขาและรัตนะ ๗ ประการเป็นต้นไว้ได้.
ชื่อว่าธรณีรุหะ เพราะงอกงามตั้งมั่นอยู่บนพื้นแผ่นดินนั้น.
ชื่อว่าปาทโป เพราะดูดน้ำได้จากทางราก.
อธิบายว่า ย่อมดูดกินน้ำที่รดแล้วทางราก ได้แก่ย่อมแผ่รสแห่งอาโปไปตามลำดับ กิ่งและก้านของต้นไม้.
เชื่อมความว่า ต้นโพธิ์นั้นดูดกินน้ำทางรากงอกงามตั้งอยู่บนแผ่นดิน.
บทว่า สกกมฺมาภิรทฺโธ มีการเชื่อมความว่า ด้วยกุศลกรรมของตน จึงยินดีเลื่อมใส คือเลื่อมใสในต้นโพธิ์อันอุดมแล.
คำที่เหลือในที่ทุกแห่งมีเนื้อความง่ายทั้งนั้น. จบอรรถกถาเอกาสนิยเถราปทาน -----------------------------------------------------