๑. เสเรยยเถราปทาน (๑๒๑)
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
บาลีและคำแปล
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
เตรสโม เสเรยฺยวคฺโค ปฐมํ เสเรยฺยกตฺเถราปทานํ (๑๒๑)
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๓๒ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๒๔ ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เสเรยยกวรรคที่ ๑๓ เสเรยยเถราปทานที่ ๑ (๑๒๑) ว่าด้วยผลแห่งการควันดอกไม้ซึก
|๑๒๓.๑| อชฺฌายิโก มนฺตธโร ติณฺณํ เวทาน ปารคู อพฺโภกาเส ฐิโต สนฺโต อทฺทสํ โลกนายกํ ฯ |๑๒๓.๒| สีหํ ยถา วนจรํ พฺยคฺฆราชํว นิตฺตสํ ติธปฺปภินฺน มาตงฺคํ กุญฺชรํว มเหสินํ ฯ |๑๒๓.๓| เสเรยฺยกํ คเหตฺวาน อากาเส อุกฺขิปึ อหํ พุทฺธสฺส อานุภาเวน ปริวาเรนฺติ สพฺพโส ฯ |๑๒๓.๔| อธิฏฺฐหิ มหาวีโร สพฺพญฺญู โลกนายโก สมนฺตา ปุปฺผฉทนํ โอกิรึสุ นราสภํ ฯ |๑๒๓.๕| ตโต สา ปุปฺผกญฺจุกา อนฺโตวณฺฏา พหิมุขา สตฺตาหํ ฉทนํ กตฺวา ตโต อนฺตรธายถ ฯ |๑๒๓.๖| ตญฺจ อจฺฉริยํ ทิสฺวา อพฺภูตํ โลมหํสนํ พุทฺเธ จิตฺตํ ปสาเทสึ สุคเต โลกนายเก ฯ |๑๒๓.๗| เตน จิตฺตปฺปสาเทน สุกฺกมูเลน โจทิโต กปฺปานํ สตสหสฺสํ ทุคฺคตึ นูปปชฺชหํ ฯ |๑๒๓.๘| ปณฺณรสสหสฺสมฺหิ กปฺปานํ ปญฺจวีสเต วิลามาลา สนามา จ จกฺกวตฺตี มหพฺพลา ฯ |๑๒๓.๙| ปฏิสมฺภิทา จตสฺโส วิโมกฺขาปิจ อฏฺฐิเม ฉฬภิญฺญา สจฺฉิกตา กตํ พุทฺธสฺส สาสนนฺติ ฯ อิตฺถํ สุทํ อายสฺมา เสเรยฺยโก เถโร อิมา คาถาโย อภาสิตฺถาติ ฯ เสเรยฺยกตฺเถรสฺส อปทานํ สมตฺตํ ฯ
เราเป็นพราหมณ์ผู้เล่าเรียน ทรงจำมนต์ รู้จบไตรเพท ยืนอยู่ที่โอกาสแจ้ง ได้เห็นพระผู้มีพระภาคผู้นำของโลก เสด็จเที่ยวอยู่ในป่าดังราชสีห์ ไม่ ทรงสะดุ้งกลัวดังพระยาเสือโคร่ง ทรงแสวงหาคุณอันใหญ่หลวง ดังช้าง กุญชรมาตังคะซับมัน ๓ ครั้ง เราจึงหยิบเอาดอกไม้ซึกโยนขึ้นไป (บูชา) ในอากาศ ด้วยพุทธานุภาพ ดอกไม้ซึกทั้งหลายแวดล้อมอยู่โดยประการ ทั้งปวง พระสัพพัญญูมหาวีรเจ้าผู้นำของโลก ทรงอธิษฐานว่า จงเป็น หลังคาดอกไม้โดยรอบ ชนทั้งหลายได้บูชาพระนราสภ ในลำดับนั้น แผ่นดอกไม้นั้นมีขั้วข้างใน มีดอกข้างนอก เป็นเพดานบังร่มอยู่ตลอด ๗ วันแล้วหายไปจากที่นั้น เราได้เห็นความอัศจรรย์อันไม่เคยมี น่าขนพอง สยองเกล้านั้นแล้ว ยังจิตให้เลื่อมใสในพระพุทธสุคตเจ้า ผู้เป็น นายกของโลก ด้วยจิตอันเลื่อมใสนั้น เราอันกุศลมูลตักเตือนแล้ว ไม่ ได้เข้าถึงทุคติเลยตลอดแสนกัลป ในกัลปที่ ๑๕,๐๐๐ ได้มีพระเจ้าจักร- พรรดิ ๒๕ พระองค์ ทรงพระนามเหมือนกันว่าวิลามาลา มีพลมาก คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และแม้อภิญญา ๖ เรา ทำให้แจ้งชัดแล้ว พระพุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้. ทราบว่า ท่านพระเสเรยยกเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล. จบ เสเรยยกเถราปทาน.
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · จับคู่ตามตำแหน่ง · เล่มนี้ทั้งสองฉบับแบ่งเรื่องเท่ากัน จึงเทียบตามลำดับได้ · ชื่อเรื่องไม่ตรงกัน จึงยังไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเรื่องเดียวกัน
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๑๓. เสเรยยวรรค] ๑. เสเรยยกเถราปทาน ๑๓. เสเรยยกวรรค หมวดว่าด้วยพระเสเรยยกะเป็นต้น ๑. เสเรยยกเถราปทาน ประวัติในอดีตชาติของพระเสเรยยกเถระ (พระเสเรยยกเถระ เมื่อจะประกาศประวัติในอดีตชาติของตน จึงกล่าวว่า)
ข้าพเจ้าเป็นผู้คงแก่เรียน ทรงมนตร์ จบไตรเพท ยืนอยู่ในที่กลางแจ้ง ได้เห็นพระผู้มีพระภาคทรงเป็นผู้นำสัตว์โลก
เสด็จเที่ยวอยู่ในป่าดุจราชสีห์ ไม่สะดุ้งกลัวดุจพญาเสือโคร่ง ทรงแสวงหาคุณอันยิ่งใหญ่ ดุจช้างมาตังคะตกมัน ๓ แห่ง
ข้าพเจ้าหยิบดอกไม้ซึก โยนขึ้นไป(บูชา)ในอากาศ ด้วยพุทธานุภาพ ดอกไม้ซึกทั้งหลายห้อมล้อมอยู่โดยประการทั้งปวง
พระผู้มีพระภาคผู้สัพพัญญู ทรงมีความเพียรมาก ทรงเป็นผู้นำสัตว์โลก ทรงอธิษฐานแล้ว ดอกไม้ทั้งหลายก็กระจายเป็นเครื่องมุงบังดอกไม้ บูชาพระนราสภะโดยรอบ
ลำดับนั้น แผ่นดอกไม้นั้นมีขั้วอยู่ข้างใน มีหน้าอยู่ข้างนอก ทำการมุงบังตลอด ๗ วัน ต่อแต่นั้นก็อันตรธานไป
ข้าพเจ้าได้เห็นความอัศจรรย์ซึ่งไม่เคยมี น่าขนพองสยองเกล้านั้นแล้ว จึงทำจิตให้เลื่อมใสในพระพุทธเจ้าผู้สุคต ทรงเป็นผู้นำสัตว์โลก
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๒ หน้า : ๒๗๖}
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๑๓. เสเรยยวรรค] ๒. ปุปผถูปิยเถราปทาน
ด้วยจิตที่เลื่อมใสนั้น ข้าพเจ้าถูกกุศลมูลตักเตือนแล้ว จึงไม่ไปเกิดยังทุคติเลย ตลอด ๑๐๐,๐๐๐ กัป
ในกัปที่ ๑,๐๑๕ (นับจากกัปนี้ไป) ได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิ ๒๕ ชาติ มีพระนามว่าวิลามาลา มีพลานุภาพมาก
คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ ข้าพเจ้าได้ทำให้แจ้งแล้ว คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ข้าพเจ้าก็ได้ทำสำเร็จแล้ว ดังนี้แล ได้ทราบว่า ท่านพระเสเรยยกเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้เสเรยยกเถราปทานที่ ๑ จบ
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
เสเรยยวรรคที่ ๑๓ ๑๒๑. อรรถกถาเสเรยยกเถราปทาน
อปทานของท่านพระเสเรยยกเถระมีคำเริ่มต้นว่า อชฺฌายโก มนฺตธโร ดังนี้.
แม้พระเถระรูปนี้ก็ได้เคยบำเพ็ญกุศลมาแล้วในพระชินวรพุทธเจ้าพระองค์ก่อนๆ ได้สั่งสมบุญทั้งหลายอันเป็นอุปนิสัยแห่งพระนิพพานในพันอัตภาพอื่นที่แล้วมา.
ในกาลแห่งพระผู้มีพระภาคเจ้าพระนามว่าวิปัสสี ท่านได้บังเกิดในตระกูลพราหมณ์ บรรลุนิติภาวะแล้วก็ได้ไปเรียนไตรเพทจนจบมนต์สำหรับพราหมณ์ทั้งสิ้นมีอิติหาสะเป็นต้น.
วันหนึ่งพร้อมด้วยบริวารไปยืนอยู่ในที่แจ้ง ได้พบพระผู้มีพระภาคเจ้า มีจิตเลื่อมใส จึงถือดอกหงอนไก่โยนขึ้นบนอากาศบูชาแล้ว. ดอกไม้เหล่านั้นก็กลายเป็นเพดานบนอากาศ ดำรงอยู่ได้ ๗ วันแล้วภายหลังก็อันตรธานหายไป เขาได้เห็นความอัศจรรย์เช่นนั้นแล้วมีความเลื่อมใสเป็นยิ่งนัก ตายไปในขณะที่มีปิติและโสมนัสนั้นนั่นแหละ ได้ไปบังเกิดในสวรรค์ชั้นดุสิตเป็นต้น ได้เสวยทิพยสุขในสวรรค์ชั้นนั้นแล้ว ต่อจากนั้นได้มาเกิดเป็นมนุษย์ เสวยความสุขในมนุษย์แล้ว.
ในพุทธุปบาทกาลนี้ ได้มาบังเกิดในเรือนอันมีสกุลแห่งหนึ่ง บรรลุนิติภาวะแล้ว ด้วยพลังแห่งวาสนาที่ได้สั่งสมมาในครั้งก่อน มีความเลื่อมใสแล้วในพระศาสดา จึงได้บวช ไม่นานนักก็ได้เป็นพระอรหันต์.
ในกาลต่อมา ท่านระลึกถึงกุศลกรรมที่ตนเคยสั่งสมมาในครั้งก่อนได้ เกิดความโสมนัส เมื่อจะประกาศถึงเรื่องราวที่ตนเคยได้ประพฤติมาแล้วในกาลก่อน จึงกล่าวคำเริ่มต้นว่า อชฺฌายโก มนฺตธโร ดังนี้.
ถ้อยคำนั้นทั้งหมด ข้าพเจ้าได้กล่าวไว้แล้วในหนหลังแล.
บทว่า เสเรยฺยกํ คเหตฺวาน มีวิเคราะห์ว่า บุปผชาติที่มีหงอน ชื่อว่าเสเรยยะ. เสเรยยะนั่นแหละเป็นเสเรยยกะ.
เชื่อมความว่า ถือเอาดอกหงอนไก่นั้น.
อธิบายว่า เขาเลื่อมใสในพระผู้มีพระภาคเจ้า วางดอกไม้มีดอกมะลิและดอกจำปาตูมเป็นต้นเพื่อบูชา แต่เพราะไม่มีเวลา จึงเก็บเอาแต่ดอกหงอนไก่ที่พบในที่นั้นมาบูชา.
คำที่เหลือในที่ทุกแห่งมีเนื้อความง่ายทั้งนั้น. จบอรรถกถาเสเรยยกเถราปทาน -----------------------------------------------------