๗. อัตถสันทัสสกเถราปทาน (๑๓๗)
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
บาลีและคำแปล
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
สตฺตมํ อตฺถสนฺทสฺสกตฺเถราปทานํ (๑๓๗)
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๓๒ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๒๔ ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ อัตถสันทัสสกเถราปทานที่ ๗ (๑๓๗) ว่าด้วยผลแห่งการชมเชยพระพุทธเจ้า ๓ คาถา
|๑๓๙.๔๗| วิสาลมาเฬ อาสินฺโน อทฺทสํ โลกนายกํ ขีณาสวํ พลปฺปตฺตํ ภิกฺขุสงฺฆปุรกฺขตํ ฯ |๑๓๙.๔๘| สตสหสฺสา เตวิชฺชา ฉฬภิญฺญา มหิทฺธิกา ปริวาเรนฺติ สมฺพุทฺธํ โก ทิสฺวา นปฺปสีทติ ฯ |๑๓๙.๔๙| ญาเณ อุปนิธา ยสฺส น วิชฺชติ สเทวเก อนนฺตญาณํ สมฺพุทฺธํ โก ทิสฺวา นปฺปสีทติ ฯ |๑๓๙.๕๐| ธมฺมกายญฺจ ทีเปนฺติ เกวลํ รตนากรํ วิโกเปตุํ น สกฺโกนฺติ โก ทิสฺวา นปฺปสีทติ ฯ |๑๓๙.๕๑| อิมาหิ ตีหิ คาถาหิ นารโท ปุรคจฺฉิ โส ปทุมุตฺตรํ ถวิตฺวาน สมฺพุทฺธํ อปราชิตํ ฯ |๑๓๙.๕๒| เตน จิตฺตปฺปสาเทน พุทฺธสนฺถวเนน จ กปฺปานํ สตสหสฺสํ ทุคฺคตึ นูปปชฺชหํ ฯ |๑๓๙.๕๓| อิโต ตึเส กปฺปสเต สุมิตฺโต นาม ขตฺติโย สตฺตรตนสมฺปนฺโน จกฺกวตฺติ มหพฺพโล ฯ |๑๓๙.๕๔| ปฏิสมฺภิทา จตสฺโส วิโมกฺขาปิจ อฏฺฐิเม ฉฬภิญฺญา สจฺฉิกตา กตํ พุทฺธสฺส สาสนนฺติ ฯ อิตฺถํ สุทํ อายสฺมา อตฺถสนฺทสฺสโก เถโร อิมา คาถาโย อภาสิตฺถาติ ฯ อตฺถสนฺทสฺสกตฺเถรสฺส อปทานํ สมตฺตํ ฯ
เรานั่งอยู่ในโรงอันกว้างใหญ่ ได้เห็นพระผู้มีพระภาคพระนามว่าปทุมุตระ ผู้เป็นนายกของโลก ผู้มีอาสวะสิ้นแล้ว ผู้บรรลุพลธรรมแวดล้อมด้วย ภิกษุสงฆ์ ภิกษุสงฆ์ประมาณ ๑ แสน ผู้บรรลุวิชชา ๓ ได้อภิญญา ๖ มีฤทธิ์มาก แวดล้อมพระสัมพุทธเจ้า ใครเห็นแล้วจะไม่เลื่อมใส ใน มนุษยโลกพร้อมทั้งเทวโลกไม่มีอะไรเปรียบ ในพระญาณของพระสัมพุทธ- เจ้าองค์ใด ใครได้เห็นพระสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น ผู้มีพระญาณไม่สิ้นสุด แล้ว จะไม่เลื่อมใสเล่า ชนทั้งหลายแสดงธรรมกาย และไม่อาจทำ รัตนากรทั้งสิ้นให้กำเริบได้ ใครได้เห็นแล้วจะไม่เลื่อมใสเล่า พราหมณ์ นารทะนั้นชมเชยพระสัมพุทธเจ้าพระนามว่าปทุมุตระผู้ไม่แพ้ด้วย ๓ คาถา นี้แล้วเดินไปข้างหน้า ด้วยจิตอันเลื่อมใสและด้อยการชมเชยพระพุทธเจ้า นั้น เราไม่ได้เข้าถึงทุคติเลยตลอดแสนกัลป ในกัลปที่ ๓๐๐๐ แต่กัลปนี้ ได้มีพระเจ้าจักรพรรดิจอมกษัตริย์พระนามว่าสุมิตตะ ทรงสมบูรณ์ด้วยแก้ว ๗ ประการ มีพลมาก คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งชัดแล้ว พระพุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้. ทราบว่า ท่านพระอัตถสันทัสสกเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล. จบ อัตถสันทัสสกเถราปทาน.
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องตรงกันทั้งสองฉบับ
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๗. อัตถสันทัสสกเถราปทาน ประวัติในอดีตชาติของพระอัตถสันทัสสกเถระ (พระอัตถสันทัสสกเถระ เมื่อจะประกาศประวัติในอดีตชาติของตน จึงกล่าวว่า)
ข้าพเจ้านั่งอยู่ในโรงกว้างใหญ่ ได้เห็นพระผู้มีพระภาคทรงเป็นผู้นำสัตว์โลก สิ้นอาสวะแล้ว บรรลุพลธรรม มีหมู่ภิกษุห้อมล้อม
ภิกษุสงฆ์ประมาณ ๑๐๐,๐๐๐ รูป บรรลุวิชชา ๓ ได้อภิญญา ๖ มีฤทธิ์มาก แวดล้อมพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ใครเล่าเห็นแล้วจะไม่เลื่อมใส
การเปรียบเทียบในพระญาณ ของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์ใด ไม่มีในโลกพร้อมทั้งเทวโลก พระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น ผู้มีพระญาณไม่สิ้นสุด ใครเล่าเห็นแล้วจะไม่เลื่อมใส @เชิงอรรถ : @ พลธรรม ได้แก่ วิริยพละ สติพละ สมาธิพละ ปัญญาพละ (ที.ปา. ๑๑/๓๑๑/๒๐๔)
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๒ หน้า : ๓๐๐}
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๑๔. โสภิตวรรค] ๘. เอกรังสนิยเถราปทาน
อนึ่ง พระพุทธเจ้า ผู้ทรงแสดงธรรมกาย ซึ่งเป็นบ่อเกิดแห่งรัตนะทั้งสิ้น ชนทั้งหลายไม่สามารถจะให้กำเริบได้ ใครเล่าเห็นแล้วจะไม่เลื่อมใส
นารทพราหมณ์นั้น ชมเชยพระสัมมาสัมพุทธเจ้า พระนามว่าปทุมุตตระ ผู้ไม่ทรงพ่ายแพ้ ด้วย ๓ คาถาเหล่านี้แล้ว ได้เดินไปข้างหน้า
ด้วยจิตที่เลื่อมใสและด้วยการชมเชยพระพุทธเจ้านั้น ข้าพเจ้าจึงไม่ไปเกิดในทุคติเลย ตลอด ๑๐๐,๐๐๐ กัป
ในกัปที่ ๑๓๐ นับจากกัปนี้ไป ได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิพระนามว่าสุมิตตะ สมบูรณ์ด้วยรัตนะ ๗ ประการ มีพลานุภาพมาก
คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ ข้าพเจ้าได้ทำให้แจ้งแล้ว คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ข้าพเจ้าก็ได้ทำสำเร็จแล้ว ดังนี้แล ได้ทราบว่า ท่านพระอัตถสันทัสสกเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้อัตถสันทัสสกเถราปทานที่ ๗ จบ
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๑๓๗. อรรถกถาอัตถสันทัสสกเถราปทาน
อปทานของท่านพระอัตถสันทัสสกเถระ อันมีคำเริ่มต้นว่า วิสาลมาเฬ อาสีโน ดังนี้.
แม้พระเถระรูปนี้ก็ได้เคยบำเพ็ญกุศลมาแล้วในพระพุทธเจ้าพระองค์ก่อนๆ หลายอัตภาพที่ผ่านมาจะสั่งสมแต่บุญไว้.
ในกาลแห่งพระผู้มีพระภาคเจ้าทรงพระนามว่าปทุมุตตระ ท่านได้เกิดในตระกูลพราหมณ์ เจริญวัยแล้วสำเร็จการศึกษาในศิลปะประจำตัวแล้ว แต่มองไม่เห็นสาระในศิลปะนั้น จึงละเรือนไปยังหิมวันตประเทศ สร้างบรรณศาลาอยู่อาศัยในที่อันน่ารื่นรมย์ใจ.
ในคราวนั้น เขาได้พบพระผู้มีพระภาคเจ้าพระนามว่าปทุมุตตระผู้เสด็จมายังหิมวันต์ประเทศ เพื่อทรงอนุเคราะห์หมู่สัตว์ (เขา) มีใจเลื่อมใส ไหว้ประกอบพร้อมด้วยองค์ ๕ และทำการชมเชยด้วยถ้อยคำอันชมเชยมากมาย.
ด้วยบุญอันนั้น เขาดำรงชีวิตอยู่ได้จนตลอดอายุ กระทำกาละแล้ว (ตายแล้ว) ได้ไปเกิดยังพรหมโลก.
ในชาติต่อมา คือในพุทธุปบาทกาลนี้ เขาได้บังเกิดในเรือนอันมีตระกูล บรรลุนิติภาวะแล้ว ได้ฟังพระธรรมเทศนาของพระศาสดา ได้มีจิตศรัทธา บวชแล้วไม่นานนักก็ได้บรรลุพระอรหัต.
ท่านระลึกถึงบุพกรรมของตนได้เกิดความโสมนัส เมื่อจะประกาศถึงเรื่องราวที่ตนเคยได้ประพฤติมาแล้วในกาลก่อน จึงกล่าวคำเริ่มต้นว่า วิสาลมาเฬ อาสีโน ดังนี้.
บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า วิสาลมาเฬ เชื่อมความว่า โรงอันไพศาล กว้าง แผ่กว้างใหญ่ เรียกว่าโรงอันกว้างใหญ่ คือเรานั่งอยู่ในโรงอันกว้างใหญ่ ได้พบเห็นพระพุทธเจ้าผู้เป็นนายกของชาวโลกแล้ว.
คำที่เหลือมีเนื้อความพอจะรู้ได้ง่ายแล้วทีเดียว. จบอรรถกถาอัตถสันทัสสกเถราปทาน -----------------------------------------------------