๙. สาลาทายกเถราปทาน (๑๓๙)
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
บาลีและคำแปล
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
นวมํ สาลทายกตฺเถราปทานํ (๑๓๙)
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๓๒ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๒๔ ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ สาลาทายกเถราปทานที่ ๙ (๑๓๙) ว่าด้วยผลแห่งการถวายดอกรัง
|๑๔๑.๖๐| มิคราชา ตทา อาสึ อภิชาโตสุ เกสรี คิริทุคฺคํ คเวสนฺโต อทฺทสํ โลกนายกํ ฯ |๑๔๑.๖๑| อยํ นุ โข มหาวีโร นิพฺพาเปติ มหาชนํ ยนฺนูนิมํ อุปาเสยฺยํ เทวเทวํ นราสภํ ฯ |๑๔๑.๖๒| สาขํ สาลสฺส ภญฺชิตฺวา สโกฏํ ปุปฺผมาหรึ อุปคนฺตฺวาน สมฺพุทฺธํ อทาสึ ปุปฺผมุตฺตมํ ฯ |๑๔๑.๖๓| เอกนวุเต อิโต กปฺเป ยํ ปุปฺผมภิโรปยึ ทุคฺคตึ นาภิชานามิ ปุปฺผทานสฺสิทํ ผลํ ฯ |๑๔๑.๖๔| อิโต จ นวเม กปฺเป วิโรจนสนามกา ตโย อาสึสุ ราชาโน จกฺกวตฺตี มหพฺพลา ฯ |๑๔๑.๖๕| ปฏิสมฺภิทา จตสฺโส วิโมกฺขาปิจ อฏฺฐิเม ฉฬภิญฺญา สจฺฉิกตา กตํ พุทฺธสฺส สาสนนฺติ ฯ อิตฺถํ สุทํ อายสฺมา สาลทายโก เถโร อิมา คาถาโย อภาสิตฺถาติ ฯ สาลทายกตฺเถรสฺส อปทานํ สมตฺตํ ฯ
เวลานั้น เราเป็นราชสีห์พระยาเนื้อมีสกุล เราแสวงหาห้วง (บ่อ) น้ำ บนเขา ได้เห็นพระผู้มีพระภาคผู้เป็นนายกของโลก จึงดำริว่า พระมหา- วีรเจ้าพระองค์นี้ ย่อมยังมหาชนให้ดับได้ ถ้าเช่นนั้น เราพึงเข้าไปเฝ้า พระองค์ผู้ประเสริฐกว่าเทวดา ผู้องอาจกว่านระเถิด เราจึงหักกิ่งรังแล้ว แล้วนำเอาดอกมาพร้อมด้วยกระออมน้ำ (ใส่กระออมน้ำมา) เข้าไปเฝ้า พระสัมพุทธเจ้าแล้ว ได้ถวายดอกรังอันงาม ในกัลปที่ ๙๑ แต่กัลปนี้ เราบูชาพระพุทธเจ้าด้วยดอกไม้ใด ด้วยการบูชานั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งการถวายดอกไม้ และในกัลปที่ ๙ แต่กัลปนี้ ได้มีพระเจ้า จักรพรรดิ ๓ พระองค์ ทรงพระนามว่าวิโรจนะ มีพลมาก คุณวิเศษ เหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ เราทำให้แจ้ง ชัดแล้ว พระพุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้. ทราบว่า ท่านพระสาลทายกเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล. จบ สาลทายกเถราปทาน.
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · จับคู่ตามตำแหน่ง · เล่มนี้ทั้งสองฉบับแบ่งเรื่องเท่ากัน จึงเทียบตามลำดับได้ · ชื่อเรื่องไม่ตรงกัน จึงยังไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเรื่องเดียวกัน
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๙. สาลทายกเถราปทาน ประวัติในอดีตชาติของพระสาลทายกเถระ (พระสาลทายกเถระ เมื่อจะประกาศประวัติในอดีตชาติของตน จึงกล่าวว่า)
ครั้งนั้น ข้าพเจ้าเกิดเป็นพญาไกรสรพญาเนื้อมีชาติสูง แสวงหาบ่อน้ำบนภูเขาอยู่ ได้เห็นพระผู้มีพระภาค ทรงเป็นผู้นำสัตว์โลก
ข้าพเจ้าจึงคิดว่า พระมหาวีรเจ้าพระองค์นี้ ย่อมทำมหาชนให้สงบเย็นได้
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๒ หน้า : ๓๐๒}
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๑๔. โสภิตวรรค] ๑๐. ผลทายกเถราปทาน ทางที่ดีเราพึงเข้าไปเฝ้าพระองค์ ผู้เป็นเทพยิ่งกว่าเทพ ทรงองอาจกว่านรชน
ข้าพเจ้าจึงหักกิ่งไม้สาละแล้วนำดอกมาพร้อมทั้งช่อ เข้าไปเฝ้าพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ได้ถวายดอกไม้ชั้นดีเยี่ยม
ในกัปที่ ๙๑ นับจากกัปนี้ไป ข้าพเจ้าได้ใช้ดอกไม้บูชาไว้ จึงไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งการถวายดอกไม้
และในกัปที่ ๙ นับจากกัปนี้ไป ได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิ ๓ ชาติ มีพระนามว่าวิโรจนะ มีพลานุภาพมาก
คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ ข้าพเจ้าได้ทำให้แจ้งแล้ว คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ข้าพเจ้าก็ได้ทำสำเร็จแล้ว ดังนี้แล ได้ทราบว่า ท่านพระสาลทายกเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้สาลทายกเถราปทานที่ ๙ จบ
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๑๓๙. อรรถกถาสาลทายกเถราปทานที่ ๙
อปทานของท่านพระสาลทายกเถระมีคำเริ่มต้นว่า มิคราชา ตทา อาสึ ดังนี้.
แม้พระเถระรูปนี้ก็ได้เคยบำเพ็ญกุศลมาแล้วในพระพุทธเจ้าพระองค์ก่อนๆ ทุกๆ ภพนั้นจะสั่งสมแต่กุศลกรรมไว้เป็นประจำเสมอ แต่เพราะถูกกรรมบางอย่างตัดรอน จึงได้บังเกิดในกำเนิดราชสีห์อยู่ในป่าหิมวันต์มีราชสีห์หลายตัวเป็นบริวาร.
ในคราวนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงพระนามว่าสิขี ได้เสด็จไปยังป่าหิมวันต์เพื่อทรงอนุเคราะห์แก่เขา ราชสีห์นั้นพอได้เห็นพระผู้มีพระภาคเจ้าเสด็จเข้าไปหา ก็มีใจเลื่อมใส หักกิ่งไม้แล้วเลือกเก็บเอาแต่ดอกสาละพร้อมทั้งดอกกรรณิการ์มาบูชาแล้ว.
พระผู้มีพระภาคเจ้าได้ทรงกระทำอนุโมทนาแก่เขาแล้ว.
ด้วยบุญนั้น เขาจึงได้ท่องเที่ยวไปในเทวโลกและมนุษยโลก ได้เสวยสมบัติในโลกทั้งสองเสร็จแล้ว.
ในพุทธุปบาทกาลนี้ เขาได้บังเกิดในเรือนมีตระกูลแห่งหนึ่ง บรรลุนิติภาวะแล้ว เลื่อมใสในพระศาสดา บวชแล้วได้บรรลุพระอรหัตแล้ว ระลึกถึงบุพกรรมของตนได้เกิดความโสมนัสใจ เมื่อจะประกาศถึงเรื่องราวที่ตนเคยได้ประพฤติมาแล้วในกาลก่อน จึงกล่าวคำเริ่มต้นว่า มิคราชา ตทา อาสึ ดังนี้.
พึงทราบวิเคราะห์ในคำว่า มิคราชา นั้นดังต่อไปนี้
ชื่อว่ามิคะ เพราะย่อมไปสู่ความตาย.
อีกอย่างหนึ่ง ชื่อว่ามิคะ เพราะย่อมค้นหา คือแสวงหาอาหาร,
ราชาแห่งมิคะทั้งหลาย ชื่อว่ามิคราชา แม้เมื่อราชาแห่งสัตว์สี่เท้าทั้งสิ้นมีอยู่ แต่ท่านเรียกว่า มิคราชา ก็เพราะทำมิคะให้เป็นประธานเพื่อสะดวกแก่กาลผูกคาถา.
อธิบายว่า ในคราวที่เราได้เป็นมิคราชา ได้พบเห็นพระผู้มีพระภาคเจ้าแล้ว ได้หักกิ่งไม้สาละพร้อมทั้งดอกไม้มาบูชาแล้ว.
บทว่า สโกสํ ปุปฺผมาหรึ ความว่า เราได้นำเอาดอกสาละพร้อมทั้งดอกกรรณิการ์มาบูชาแล้ว.
คำที่เหลือมีเนื้อความง่ายทั้งนั้นแล. จบอรรถกถาสาลทายกเถราปทาน -----------------------------------------------------