๓. เวทิการกเถราปทาน (๑๔๓)
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
บาลีและคำแปล
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
ตติยํ เวทิการกตฺเถราปทานํ (๑๔๓)
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๓๒ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๒๔ ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เวทิการกเถราปทานที่ ๓ (๑๔๓) ว่าด้วยผลแห่งการกระทำที่บูชา
|๑๔๕.๑๐| นิพฺพุเต โลกนาถมฺหิ ปิยทสฺสีนรุตฺตเม ปสนฺนจิตฺโต สุมโน พุทฺธเวทิมกาสหํ ฯ |๑๔๕.๑๑| มณีหิ ปริวาเรตฺวา อกาสิมหมุตฺตมํ เวทิกาย มหํ กตฺวา ตตฺถ กาลํ กโต อหํ ฯ |๑๔๕.๑๒| ยํ ยํ โยนูปปชฺชามิ เทวตฺตํ อถ มานุสํ มณึ ธาเรนฺติ อากาเส ปุญฺญกมฺมสฺสิทํ ผลํ ฯ |๑๔๕.๑๓| โสฬสิโต กปฺปสเต มณิปฺปภาสนามกา พตฺตึสาสึสุ ราชาโน จกฺกวตฺตี มหพฺพลา ฯ |๑๔๕.๑๔| ปฏิสมฺภิทา จตสฺโส วิโมกฺขาปิจ อฏฺฐิเม ฉฬภิญฺญา สจฺฉิกตา กตํ พุทฺธสฺส สาสนนฺติ ฯ อิตฺถํ สุทํ อายสฺมา เวทิการโก เถโร อิมา คาถาโย อภาสิตฺถาติ ฯ เวทิการกตฺเถรสฺส อปทานํ สมตฺตํ ฯ
เมื่อพระโลกนาถพระนามว่าปิยทัสสี ผู้สูงสุดกว่านระนิพพานแล้ว เรามี จิตเลื่อมใสมีใจโสมนัส ได้กระทำที่บูชาพระพุทธเจ้าแวดล้อมด้วยแก้วมณี แล้ว ได้กระทำการฉลองอย่างมโหฬาร ครั้นทำการฉลองที่บูชาแล้ว เรา ได้ทำกาลกิริยา ณ ที่นั้น เราเข้าถึงกำเนิดใดๆ คือ ความเป็นเทวดาหรือ มนุษย์ ในกำเนิดนั้นๆ เทวดาทั้งหลาย ย่อมทรงแก้วมณีไว้ในอากาศ นี้เป็นผลแห่งบุญกรรม ในกัลปที่ ๑๖๐๐ แต่กัลปนี้ ได้มีพระเจ้าจักรพรรดิ ราช ๓๒ พระองค์ ทรงพระนามว่ามณิปภา มีพลมาก คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งชัดแล้ว พระพุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้. ทราบว่า ท่านพระเวทิการกเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล. จบ เวทิการกเถราปทาน.
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องตรงกันทั้งสองฉบับ
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๑๕. ฉัตตวรรค] ๓. เวทิการกเถราปทาน ๓. เวทิการกเถราปทาน ประวัติในอดีตชาติของพระเวทิการกเถระ (พระเวทิการกเถระ เมื่อจะประกาศประวัติในอดีตชาติของตน จึงกล่าวว่า)
เมื่อพระผู้มีพระภาค ผู้ทรงเป็นที่พึ่งของสัตว์โลก พระนามว่าปิยทัสสี ทรงเป็นผู้สูงสุดแห่งนรชน เสด็จดับขันธปรินิพพานแล้ว ข้าพเจ้ามีจิตเลื่อมใส มีใจยินดี ได้กระทำแท่นสำหรับบูชาพระพุทธเจ้า
ข้าพเจ้าให้ประดับล้อมไว้ด้วยแก้วมณีแล้ว ได้กล่าวสรรเสริญพระพุทธเจ้าผู้สูงสุด ทำการฉลองแท่นสำหรับบูชาแล้ว ก็ได้สิ้นชีวิตลง ณ ที่นั้นเอง
ข้าพเจ้าเกิดในกำเนิดใดๆ คือจะเกิดเป็นเทวดาหรือมนุษย์ก็ตาม ในกำเนิดนั้นๆ เทวดาทั้งหลายย่อมทรงแก้วมณีไว้ในอากาศ นี้เป็นผลแห่งบุญกรรม
ในกัปที่ ๑๑๖ นับจากกัปนี้ไป ได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิ ๓๒ ชาติ มีพระนามว่ามณีปภา มีพลานุภาพมาก
คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ ข้าพเจ้าได้ทำให้แจ้งแล้ว คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ข้าพเจ้าก็ได้ทำสำเร็จแล้ว ดังนี้แล ได้ทราบว่า ท่านพระเวทิการกเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้เวทิการกเถราปทานที่ ๓ จบ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๒ หน้า : ๓๐๘}
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๑๔๓. อรรถกถาเวทิการกเถราปทาน
อปทานของท่านพระเวทิการกเถระมีคำเริ่มต้นว่า นิพฺพุเต โลกนาถมฺหิ ดังนี้.
พระเถระแม้นี้ก็ได้เคยบำเพ็ญกุศลมาแล้วในพระชินวรพุทธเจ้าพระองค์ก่อนๆ ทุกๆ ภพนั้นจะสั่งสมแต่บุญอันเป็นอุปนิสัยแห่งพระนิพพานเป็นประจำเสมอ.
ในกาลแห่งพระผู้มีพระภาคเจ้าทรงพระนามว่าปิยทัสสี ท่านได้บังเกิดในตระกูลแห่งหนึ่ง ซึ่งมีความสมบูรณ์ด้วยสมบัติ บรรลุนิติภาวะแล้ว ดำรงชีวิตอยู่ในเพศฆราวาส.
เมื่อพระศาสดาปรินิพพานแล้ว มีความเลื่อมใสในพระศาสดา จึงให้ช่างสร้างแก้วมณีแวดล้อมพระเจดีย์ของพระผู้มีพระภาคเจ้าพระองค์นั้น ใส่แก้วมณี ๗ ประการจนเต็มแล้วทำการบูชาเป็นการใหญ่.
ด้วยบุญกรรมนั้น เขาจึงได้ท่องเที่ยวไปในเทวโลกและมนุษยโลก ในหลายแสนชาติที่ผ่านมา เป็นผู้ควรแก่การบูชา มีทรัพย์มาก มีโภคสมบัติมาก ได้เสวยความสุขในโลกทั้งสองจนครบแล้ว.
ในพุทธุปบาทกาลนี้ เขาได้เกิดในเรือนอันมีสกุล อันสมบูรณ์ด้วยสมบัติ (ต่อมา) บวชแล้ว พยายามอยู่ไม่นานนักก็ได้เป็นพระอรหันต์.
วันหนึ่ง ท่านระลึกถึงกุศลที่ทำไว้ในกาลก่อนของตนได้เกิดความโสมนัสใจ เมื่อจะประกาศถึงเรื่องราวที่ตนเคยได้ประพฤติมาแล้วในกาลก่อน จึงกล่าวคำเริ่มต้นว่า นิพฺพุเต โลกนาถมฺหิ ดังนี้.
คำนั้นมีเนื้อความดังที่ได้กล่าวไว้แล้วในหนหลังแล.
บทว่า ปิยทสฺสีนรุตฺตเม มีวิเคราะห์ว่า
การแสดงถึงความรัก คืออาการอันประกอบด้วยความโสมนัสมีอยู่แด่พระผู้มีพระภาคเจ้าพระองค์ใด พระผู้มีพระภาคเจ้าพระองค์นั้นทรงพระนามว่าปิยทัสสี.
อธิบายว่า พระองค์เป็นผู้ดีด้วยมหาปุริสลักษณะ ๓๒ ประการ อนุพยัญชนะ ๘๐ ประการและมณฑลแห่งรัศมีที่แผ่ออกข้างละวาประกอบกันทำให้เจริญขึ้น คือย่อมยังดวงตาของมหาชนผู้เห็นอยู่ให้เกิดความเลื่อมใส ชื่อว่านรุตตมะ เพราะสูงสุดกว่านรชนทั้งหลาย,
ปิยทัสสีศัพท์ ๑ นรุตตมะนั้นศัพท์ ๑ รวมกันเป็นปิยทัสสีนรุตตมะ.
เชื่อมความว่า เมื่อพระผู้มีพระภาคเจ้าพระนามว่าปิยทัสสีผู้สูงสุดกว่านรชน พระองค์นั้น ปรินิพพานแล้ว เราได้กระทำที่บูชาพระพุทธเจ้า แวดล้อมด้วยแก้วมณี ณ ที่ห้องบรรจุพระบรมธาตุ.
ความว่า เราได้กระทำวลัยแวดล้อมแท่นบูชาในที่สุด เพื่อรองรับดอกไม้.
บทว่า มณีหิ ปริวาเรตฺวา มีวิเคราะห์ว่า
ชื่อว่ามณิ เพราะเปล่งปลั่ง โชติช่วงสว่างไสว.
อีกอย่างหนึ่ง ชื่อว่ามณิ เพราะบันดาลใจของชนทั้งหลายให้เต็มเปี่ยม ทำให้เกิดความดีใจ เป็นไปทั่วถึง.
อธิบายว่า เราได้นำมณีเป็นจำนวนมาก เช่นแก้วมณีสีแดงและแก้วไพฑูรย์เป็นต้น มาทำเป็นวลัยวงกลมล้อมแท่นบูชาแล้ว จึงทำการบูชาอย่างสูงสุดใหญ่ยิ่ง.
คำที่เหลือมีเนื้อความง่ายทั้งนั้นแล. จบอรรถกถาเวทิการกเถราปทาน -----------------------------------------------------