๖. อนุโลมทายกเถราปทาน (๑๔๖)
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
บาลีและคำแปล
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
ฉฏฺฐํ อนุโลมทายกตฺเถราปทานํ (๑๔๖)
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๓๒ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๒๔ ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ อนุโลมทายกเถราปทานที่ ๖ (๑๔๖) ว่าด้วยผลแห่งการกระทำไพรทีโพธิพฤกษ์
|๑๔๘.๒๖| อโนมทสฺสิสฺส มุนิโน โพธิเวทึ อกาสหํ สุธาย ปิณฺฑํ ทตฺวาน ปาณิกมฺมํ อกาสหํ ฯ |๑๔๘.๒๗| ทิสฺวา ตํ สุกตํ กมฺมํ อโนมทสฺสี นรุตฺตโม ภิกฺขุสงฺเฆ ฐิโต สตฺถา อิมํ คาถํ อภาสถ ฯ |๑๔๘.๒๘| อิมินา สุธกมฺเมน เจตนาปณิธีหิ จ สมฺปตฺตึ อนุโภตฺวาน ทุกฺขสฺสนฺตํ กริสฺสติ ฯ |๑๔๘.๒๙| ปสนฺนมุขวณฺโณมฺหิ เอกคฺโค สุสมาหิโต ธาเรมิ อนฺติมํ เทหํ สมฺมาสมฺพุทฺธสาสเน ฯ |๑๔๘.๓๐| อิโต กปฺปสเต อาสึ ปริปุณฺโณ อนูนโก ราชา สมฺปสฺสโน นาม จกฺกวตฺติ มหพฺพโล ฯ |๑๔๘.๓๑| ปฏิสมฺภิทา จตสฺโส วิโมกฺขาปิจ อฏฺฐิเม ฉฬภิญฺญา สจฺฉิกตา กตํ พุทฺธสฺส สาสนนฺติ ฯ อิตฺถํ สุทํ อายสฺมา อนุโลมทายโก เถโร อิมา คาถาโย อภาสิตฺถาติ ฯ อนุโลมทายกตฺเถรสฺส อปทานํ สมตฺตํ ฯ
เราได้ทำไพรทีที่โพธิพฤกษ์แห่งพระมุนีพระนามว่าอโนมทัสสี เราใส่ก้อน ปูนขาวแล้ว ได้ทำกรรมด้วยมือตนเอง พระศาสดาพระนามว่าอโนมทัสสี ผู้อุดมกว่านระ ทอดพระเนตรเห็นกุศลกรรมที่เราทำแล้วนั้น ประทับอยู่ ในท่ามกลางภิกษุสงฆ์ ได้ตรัสพระคาถานี้ว่า ด้วยกรรม คือ การใส่ปูน ขาวนี้ และด้วยการตั้งเจตนาไว้ ผู้นี้จะได้เสวยสมบัติแล้ว จักทำที่สุด ทุกข์ได้ เราเป็นผู้มีสีหน้าผ่องใส มีอารมณ์เดียว มีจิตมั่นคง ทรงกาย ที่สุดไว้ในพระศาสนาแห่งพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ในกัลปที่ ๑๐๐ แต่กัลป นี้ เราได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิราชพระนามว่าสัมปัสสนะ บริบูรณ์ ไม่ บกพร่อง มีพลมาก คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งชัดแล้ว พระพุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้. ทราบว่า ท่านพระอนุโลมทายกเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล. จบ อนุโลมทายกเถราปทาน.
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องตรงกันทั้งสองฉบับ
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๑๕. ฉัตตวรรค] ๖. อนุโลมทายกเถราปทาน ๖. อนุโลมทายกเถราปทาน ประวัติในอดีตชาติของพระอนุโลมทายกเถระ (พระอนุโลมทายกเถระ เมื่อจะประกาศประวัติในอดีตของตน จึงกล่าวว่า)
ข้าพเจ้าได้ทำแท่นบูชาที่ต้นโพธิ์ของพระมุนีพระนามว่าอโนมทัสสี ข้าพเจ้าใส่ก้อนปูนขาวแล้ว ปาดให้เกลี้ยงด้วยเกรียง (ของตนเอง)
พระศาสดาพระนามว่าอโนมทัสสีผู้สูงสุดแห่งนรชน ทอดพระเนตรเห็นกรรมที่ข้าพเจ้าได้ทำไว้ดีนั้น ประทับยืนอยู่ในท่ามกลางหมู่ภิกษุ ได้ตรัสพระคาถานี้ว่า
ด้วยผลกรรมคือการฉาบด้วยปูนขาวนี้ และด้วยการตั้งเจตนาไว้มั่น ผู้นี้จักได้เสวยสมบัติแล้วทำที่สุดทุกข์ได้
ข้าพเจ้าเป็นผู้มีสีหน้าผ่องใส เป็นผู้มีจิตมีอารมณ์เดียว มีใจตั้งมั่นด้วยดี ทรงร่างกายอันมีในภพสุดท้ายอยู่ ในศาสนาของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
ในกัปที่ ๑๐๐ นับจากกัปนี้ไป ข้าพเจ้าได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิพระนามว่าสัมปัสสนะ บริบูรณ์ ไม่บกพร่อง มีพลานุภาพมาก
คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ ข้าพเจ้าได้ทำให้แจ้งแล้ว คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ข้าพเจ้าก็ได้ทำสำเร็จแล้ว ดังนี้แล ได้ทราบว่า ท่านพระอนุโลมทายกเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้อนุโลมทายกเถราปทานที่ ๖ จบ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๒ หน้า : ๓๑๑}
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๑๔๖. อรรถกถาอนุโลมทายกเถราปทาน
อปทานของท่านพระอนุโลมทายกเถระมีคำเริ่มต้นว่า อโนมทสฺสีมุนิโน ดังนี้.
____________________________
บาลีว่า อโนมทสฺสิสฺส มุนิโน.
พระเถระแม้นี้ก็ได้เคยบำเพ็ญกุศลมาแล้วในพระพุทธเจ้าพระองค์ก่อนๆ ทุกๆ ภพนั้นจะสั่งสมแต่บุญอันเป็นอุปนิสัยแห่งพระนิพพานเป็นประจำเสมอ.
ในกาลแห่งพระผู้มีพระภาคเจ้าทรงพระนามว่าอโนมทัสสี ท่านได้เกิดในเรือนอันมีสกุล เป็นผู้มีทรัพย์มาก มีโภคสมบัติมาก ได้ให้ช่างทำวงกลมแท่นบูชาที่ต้นโพธิ์ของพระผู้มีพระภาคเจ้าพระองค์นั้นและให้ทำการโบกฉาบด้วยปูนขาว ให้ทำการเกลี่ยทรายจนเสมอแน่นคล้ายกับวิมานเงินฉะนั้น.
ด้วยบุญกรรมนั้น เขาจึงได้ประสบแต่ความสุขในทุกภพที่เกิดแล้ว ได้เสวยความสุขในวิมานเงิน เรือนเงินและปราสาทเงินจำนวนมาก. ในพุทธุปบาทกาลนี้ เขาได้เกิดในเรือนอันมีสกุล บรรลุนิติภาวะแล้วเลื่อมใสในพระศาสดา บวชแล้วเจริญวิปัสสนา ไม่นานนักก็ได้เป็นพระอรหันต์.
ในกาลต่อมา ท่านระลึกได้ด้วยปุพเพนิวาสนานุสสติญาณตามลำดับว่า เราได้ถึงคุณวิเศษนี้ได้เพราะทำกุศลอะไรไว้หนอ ดังนี้ แล้วรู้ถึงกุศลที่ตนกระทำไว้ในกาลก่อน เกิดความโสมนัสใจ เมื่อจะประกาศถึงเรื่องราวที่ตนเคยได้ประพฤติมาแล้วในกาลก่อน จึงกล่าวคำเริ่มต้นว่า อโนมทสฺสีมุนิโน ดังนี้.
ในบทนั้นมีอรรถวิเคราะห์ว่า
การเห็นที่ไม่ต่ำทรามไม่ลามก คือเป็นสรีระที่น่าดูน่าชม มีแด่พระผู้มีพระภาคเจ้าพระองค์ใด พระผู้มีพระภาคเจ้าพระองค์นั้นทรงพระนามว่าอโนมทสฺสี.
อธิบายว่า พระองค์เป็นผู้น่าดูงดงาม เพราะมีพระสรีระประกอบด้วยพระมหาปุริสลักษณะ ๓๒ ประการ พระอนุพยัญชนะ ๘๐ ประการและมีพระรัศมีแผ่ออกข้างละวารุ่งเรืองส่องสว่างไสวแล้ว.
บทว่า สุธาย ปิณฺฑํ ทตฺวาน ความว่า ให้ช่างทำแท่นบูชาเป็นวงกลมที่เรือนต้นโพธิ์แล้ว ทำการฉาบทาปูนขาวที่เรือนต้นโพธิ์ทั้งสิ้น.
บทว่า ปาณิกมฺมํ อกาสหํ ความว่า เราได้กระทำแผ่นกระดานอย่างมั่งคงด้วยมือของตน แล้วได้ใช้มือของตนเองทำจนเกลี้ยงเกลา.
คำที่เหลือมีเนื้อความพอจะรู้ได้ง่ายเองทีเดียว. จบอรรถกถาอนุโลมทายกเถราปทาน -----------------------------------------------------