๘. ผลกทายกเถราปทาน (๑๔๘)
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
บาลีและคำแปล
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
อฏฺฐมํ ผลกทายกตฺเถราปทานํ (๑๔๘)
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๓๒ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๒๔ ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ ผลกทายกเถราปทานที่ ๘ (๑๔๘) ว่าด้วยผลแห่งการถวายแผ่นกระดาน
|๑๕๐.๓๗| ยานกาโร ปุเร อาสึ ทารุกมฺเม สุสิกฺขิโต จนฺทเนน ผลกํ กตฺวา อทาสึ โลกพนฺธุโน ฯ |๑๕๐.๓๘| ปภาสติ อิทํ พฺยมฺหํ สุวณฺณสฺส สุนิมฺมิตํ หตฺถิยานํ อสฺสยานํ ทิพฺพยานํ อุปฏฺฐิตํ ฯ |๑๕๐.๓๙| ปาสาทา สิวิกา เจว นิพฺพตฺตนฺติ ยทิจฺฉกํ อกฺขุมฺภํ รตนํ มยฺหํ ผลกสฺส อิทํ ผลํ ฯ |๑๕๐.๔๐| เอกนวุเต อิโต กปฺเป ผลกํ ยํ อหํ ททึ ทุคฺคตึ นาภิชานามิ ผลกสฺส อิทํ ผลํ ฯ |๑๕๐.๔๑| สตฺตปญฺญาสกปฺปมฺหิ จตุโร ภวนิมฺมิตา สตฺตรตนสมฺปนฺนา จกฺกวตฺตี มหพฺพลา ฯ |๑๕๐.๔๒| ปฏิสมฺภิทา จตสฺโส วิโมกฺขาปิจ อฏฺฐิเม ฉฬภิญฺญา สจฺฉิกตา กตํ พุทฺธสฺส สาสนนฺติ ฯ อิตฺถํ สุทํ อายสฺมา ผลกทายโก เถโร อิมา คาถาโย อภาสิตฺถาติ ฯ ผลกทายกตฺเถรสฺส อปทานํ สมตฺตํ ฯ
เราเป็นนายช่างทำยานอยู่ในเมือง เป็นผู้ศึกษาดีในกรรมของช่างไม้ เราได้ ทำแผ่นกระดานด้วยไม้จันทน์ ถวายแด่พระสัมพุทธเจ้าผู้เป็นเผ่าพันธุ์ของ โลก วิมานอันบุญกรรมนิรมิตดีแล้วด้วยทองคำนี้ ย่อมสว่างไสว ยาน ช้าง ยานม้า อันเป็นยานทิพย์ ปรากฏแก่เรา ปราสาทและวอ และ แก้วอันประมาณมิได้ ย่อมบังเกิดแก่เราตามปรารถนา นี้เป็นผลแห่งการ ถวายแผ่นกระดาน ในกัลปที่ ๙๑ แต่กัลปนี้ เราได้ถวายแผ่นกระดานใด ด้วยการถวายแผ่นกระดานนั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งการถวาย แผ่นกระดานในกัลปที่ ๕๗ แต่กัลปนี้ ได้มีพระเจ้าจักรพรรดิ ๔ พระองค์ ทรงพระนามว่าภวนิมมิตะ ทรงสมบูรณ์ด้วยแก้ว ๗ ประการ มีพลมาก คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ เราได้ ทำให้แจ้งชัดแล้ว พระพุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้. ทราบว่า ท่านพระผลทายกเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล. จบ ผลกทายกเถราปทาน.
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องตรงกันทั้งสองฉบับ
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๑๕. ฉัตตวรรค] ๘. ผลกทายกเถราปทาน ๘. ผลกทายกเถราปทาน ประวัติในอดีตชาติของพระผลกทายกเถระ (พระผลกทายกเถระ เมื่อจะประกาศประวัติในอดีตชาติของตน จึงกล่าวว่า)
เมื่อก่อนข้าพเจ้าเป็นนายช่างทำยานพาหนะ เป็นผู้ศึกษาดีในการงานของช่างไม้ ได้ใช้ไม้จันทน์ทำเป็นแผ่นกระดาน แล้วถวายพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ผู้เป็นเผ่าพันธุ์ของโลก
วิมานทองคำที่บุญกรรมเนรมิตดีแล้วนี้ ส่องแสงสว่างไสว ยานคือช้าง ยานคือม้า ซึ่งเป็นยานทิพย์ ได้ปรากฏแก่ข้าพเจ้า
ปราสาท วอ และแก้ว ประมาณมิได้ บังเกิดแก่ข้าพเจ้าตามปรารถนา นี้เป็นผลแห่งการถวายแผ่นกระดาน
ในกัปที่ ๙๑ นับจากกัปนี้ไป ข้าพเจ้าได้ถวายแผ่นกระดานไว้ จึงไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งการถวายแผ่นกระดาน
ในกัปที่ ๕๗ (นับจากกัปนี้ไป) ได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิ ๔ ชาติ พระนามว่าภวนิมมิตะ สมบูรณ์ด้วยรัตนะ ๗ ประการ มีพลานุภาพมาก
คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ ข้าพเจ้าได้ทำให้แจ้งแล้ว คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ข้าพเจ้าก็ได้ทำสำเร็จแล้ว ดังนี้แล ได้ทราบว่า ท่านพระผลกทายกเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้ผลกทายกเถราปทานที่ ๘ จบ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๒ หน้า : ๓๑๓}
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๑๔๘. อรรถกถาผลกทายกเถราปทาน
อปทานของท่านพระผลกทานยกเถระมีคำเริ่มต้นว่า ยานกาโร ปุเร อาสึ ดังนี้.
พระเถระแม้นี้ก็ได้เคยบำเพ็ญกุศลมาแล้วในพระพุทธเจ้าพระองค์ก่อนๆ ได้สั่งสมบุญมาแล้วในหลายอัตภาพ.
ในกาลแห่งพระผู้มีพระภาคเจ้าทรงพระนามว่าสิทธัตถะ ท่านได้เกิดในตระกูลช่างไม้ เลื่อมใสในพระรัตนตรัย ได้กระทำแผ่นกระดานด้วยไม้จันทน์ ถวายแด่พระผู้มีพระภาคเจ้าแล้ว.
พระผู้มีพระภาคเจ้าได้ทรงกระทำอนุโมทนาแก่เขาแล้ว.
ด้วยบุญกรรมนั้น เขาจึงได้ท่องเที่ยวไปในเทวโลกและมนุษยโลกเป็นผู้มีความสุขเอิบอิ่มใจในกาลทั้งปวง ได้เสวยสมบัติในโลกทั้งสองแล้ว.
ในพุทธุปบาทกาลนี้ เขาได้เกิดในเรือนอันมีสกุล บรรลุนิติภาวะแล้วได้ฟังพระธรรมเทศนาของพระศาสดาแล้ว เกิดความเลื่อมใสจึงบวชแล้ว พากเพียรพยายามอยู่ไม่นานนักก็ได้บรรลุพระอรหัตพร้อมด้วยปฏิสัมภิทา ๔ แล้วระลึกถึงบุพกรรมของตนได้ เกิดความโสมนัสใจ เมื่อจะประกาศถึงเรื่องราวที่ตนเคยได้ประพฤติมาแล้วในกาลก่อน จึงกล่าวคำเริ่มต้นว่า ยานกาโร ปุเร อาสึ ดังนี้.
บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า ยานกาโร มีวิเคราะห์ว่า
ชื่อว่ายาน เพราะเป็นเครื่องทำให้ถึงยังสถานที่ที่ตนปรารถนาแล้วได้,
ชื่อว่ายานกาโร เพราะย่อมกระทำซึ่งยานนั้น.
อธิบายว่า เราได้กระทำยานในสมัยที่ได้พบเห็นพระพุทธเจ้าในเมือง.
บทว่า จนฺทนํ ผลกํ กตฺวา มีวิเคราะห์ว่า
ชื่อว่าจันทนะ เพราะย่อมให้เกิดความสุข คือระงับเสียได้ซึ่งความเร่าร้อน.
อีกอย่างหนึ่ง ชื่อว่าจันทนะ เพราะเป็นเครื่องทำให้สวยงาม คือเป็นเครื่องชโลมร่างกายเพื่ออบให้มีกลิ่นหอมฟุ้ง, กระทำแผ่นกระดานด้วยไม้จันทน์นั้น.
บทว่า โลกพนฺธุโน มีวิเคราะห์ว่า
ชื่อว่าโลกพันธุ เพราะทรงเป็นเผ่าพันธุ์ คือทรงเป็นญาติของชาวโลกทั้งสิ้น.
อธิบายว่า เราได้ถวายแด่พระศาสดาผู้ทรงเป็นเผ่าพันธุ์ของชาวโลกพระองค์นั้นแล้ว.
คำที่เหลือมีเนื้อความพอจะรู้ได้โดยง่ายทีเดียวแล. จบอรรถกถาผลกทายกเถราปทาน -----------------------------------------------------