๓. วีถิสัมมัชชกเถราปทาน (๑๕๓)
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
บาลีและคำแปล
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
ตติยํ วีถิสมฺมชฺชกตฺเถราปทานํ (๑๕๓)
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๓๒ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๒๔ ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ วีถิสัมมัชชกเถราปทานที่ ๓ (๑๕๓) ว่าด้วยผลแห่งการกวาดถนนยกธง
|๑๕๕.๑๕| อุเทนฺตํ สตรํสีว ปีตรํสีว ภาณุมํ ปณฺณรเส ยถา จนฺทํ นิยฺยนฺตํ โลกนายกํ ฯ |๑๕๕.๑๖| อฏฺฐสฏฺฐิสหสฺสานิ สพฺเพ ขีณาสวา อหุํ ปริวารึสุ สมฺพุทฺธํ ทิปทินฺทํ นราสภํ ฯ |๑๕๕.๑๗| สมฺมิชฺชิตฺวาน ตํ วีถึ นิยฺยนฺเต โลกนายเก อุสฺสาเปสึ ธชํ ตตฺถ วิปฺปสนฺเนน เจตสา ฯ |๑๕๕.๑๘| เอกนวุเต อิโต กปฺเป ยํ ธชํ อภิโรปยึ ทุคฺคตึ นาภิชานามิ ธชทานสฺสิทํ ผลํ ฯ |๑๕๕.๑๙| อิโต จตุตฺถเก กปฺเป ราชาโหสึ มหพฺพโล สพฺพากาเรน สมฺปนฺโน สุธโช อิติ วิสฺสุโต ฯ |๑๕๕.๒๐| ปฏิสมฺภิทา จตสฺโส วิโมกฺขาปิจ อฏฺฐิเม ฉฬภิญฺญา สจฺฉิกตา กตํ พุทฺธสฺส สาสนนฺติ ฯ อิตฺถํ สุทํ อายสฺมา วีถิสมฺมชฺชโก เถโร อิมา คาถาโย อภาสิตฺถาติ ฯ วีถิสมฺมชฺชกตฺเถรสฺส อปทานํ สมตฺตํ ฯ
เราได้เห็นพระสัมพุทธเจ้าผู้นำของโลก เป็นจอมสัตว์ประเสริฐกว่านระ มี พระรัศมีเปล่งปลั่งดังพระอาทิตย์อุทัยเหลืองอร่ามเหมือนพระจันทร์ เสด็จ ดำเนินไปเหมือนพระจันทร์ในวันเพ็ญ ภิกษุสงฆ์ ๖๘๐๐๐ ล้วนเป็นพระ ขีณาสพแวดล้อม เราจึงกวาดถนนนั้น ในเมื่อพระผู้มีพระภาคผู้นำของโลก เสด็จไป ได้ยกธงขึ้นที่ถนนนั้น ด้วยจิตอันเลื่อมใส ในกัลปที่ ๙๑ แต่ กัลปนี้ เราได้ยกธงใด ด้วยกรรมนั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งการ ถวายธงในกัลปที่ ๔ แต่กัลปนี้ เราได้เป็นพระราชามีพลมาก สมบูรณ์ ด้วยอาการทั้งปวง ปรากฏชื่อว่าสุธชะ คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งชัดแล้ว พระพุทธศาสนาเราได้ ทำเสร็จแล้ว ดังนี้. ทราบว่า ท่านพระวีถิสัมมัชชกเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล. จบ วีถิสัมมัชชกเถราปทาน.
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องตรงกันทั้งสองฉบับ
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๓. วีถิสัมมัชชกเถราปทาน ประวัติในอดีตชาติของพระวีถิสัมมัชชกเถระ (พระวีถิสัมมัชชกเถระ เมื่อจะประกาศประวัติในอดีตชาติของตน จึงกล่าวว่า)
พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ผู้ทรงเป็นผู้นำสัตว์โลก มีพระรัศมีรุ่งเรืองดังดวงอาทิตย์อุทัย และดุจดวงจันทร์ เสด็จดำเนินไปดังดวงจันทร์ในวันเพ็ญ
ภิกษุสงฆ์ประมาณ ๖๘,๐๐๐ รูป ล้วนเป็นพระขีณาสพ แวดล้อมพระสัมมาสัมพุทธเจ้า พระองค์นั้นผู้เป็นจอมแห่งเทวดาและมนุษย์ ทรงองอาจกว่านรชน
เมื่อพระผู้มีพระภาคทรงเป็นผู้นำสัตว์โลก เสด็จดำเนินไป ข้าพเจ้ามีจิตผ่องใส จึงกวาดถนนนั้น แล้วได้ยกธงขึ้นที่ถนนนั้น
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๒ หน้า : ๓๑๙}
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๑๖. พันธุชีวกวรรค] ๔. กักการุปุปผปูชกเถราปทาน
ในกัปที่ ๙๑ นับจากกัปนี้ไป ข้าพเจ้าได้ใช้ธงบูชาไว้ จึงไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งการยกธง(ถวายบูชา)
ในกัปที่ ๔ นับจากกัปนี้ไป ข้าพเจ้าได้เป็นพระราชาปรากฏพระนามว่าสุธชะ สมบูรณ์ด้วยอาการทุกอย่าง มีพลานุภาพมาก
คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ ข้าพเจ้าได้ทำให้แจ้งแล้ว คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ข้าพเจ้าก็ได้ทำสำเร็จแล้ว ดังนี้แล ได้ทราบว่า ท่านพระวีถิสัมมัชชกเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้วีถิสัมมัชชกเถราปทานที่ ๓ จบ
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๑๕๓. อรรถกถาวีถิสัมมัชชกเถราปทาน
อปทานของท่านพระวีถิสัมมัชชกเถระมีคำเริ่มต้นว่า อุเทนฺตํ สตรํสึว ดังนี้.
แม้พระเถระรูปนี้ ท่านได้เคยบำเพ็ญกุศลมาแล้วในพระพุทธเจ้าพระองค์ก่อนๆ ได้สั่งสมบุญไว้เป็นเวลาหลายร้อยชาติ.
ในกาลแห่งพระผู้มีพระภาคเจ้าทรงพระนามว่าสิขี ท่านได้เกิดในเรือนอันมีตระกูล อยู่เป็นฆราวาส ได้ร่วมกับชาวเมืองพากันกวาดถนน ได้พบเห็นพระผู้มีพระภาคเจ้า ผู้อันคนนำเสด็จไปอยู่ จึงมีใจเลื่อมใส ปรับผิวถนนให้เสมอแล้วช่วยกันยกธงขึ้นในที่นั้น.
ด้วยบุญอันนั้นนั่นแล เขาจึงได้ท่องเที่ยวไปในเทวโลกและมนุษยโลก ได้เสวยสมบัติในโลกทั้งสองจนครบแล้ว.
ในพุทธุปบาทกาลนี้ ได้บังเกิดในตระกูลแห่งหนึ่ง บรรลุนิติภาวะแล้ว ได้ฟังพระธรรมเทศนาของพระศาสดาแล้ว ได้มีศรัทธา มีใจเคารพมาก บรรพชาอุปสมบทแล้วไม่นานนักก็ได้เป็นพระอรหันต์ เมื่อระลึกบุพกรรมของตน ก็ได้ทราบโดยชัดแจ้ง เมื่อจะประกาศถึงเรื่องราวที่ตนเคยได้ประพฤติมาแล้วในกาลก่อน จึงกล่าวคำเริ่มต้นว่า อุเทนฺตํ สตรํสึว ดังนี้.
ในบทนั้นมีความว่า พระอาทิตย์มีรัศมีหนึ่งร้อย คือมีแสงสว่างหนึ่งร้อยอุทัยพวยพุ่งขึ้น.
คำว่า สตรํสี นี้เป็นเพียงหัวข้อเทศนา.
ความว่า ดังพระอาทิตย์มีแสงสว่างหลายแสงฉะนั้น.
บทว่า ปีตรํสึว ภาณุมํ ความว่า ได้เห็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์ผู้งดงามคล้ายพระจันทร์มีรัศมีส่องสว่าง คือมณฑลพระจันทร์มีรัศมีสีเหลือง ส่องสว่างเป็นกลุ่มก้อน.
คำที่เหลือมีเนื้อความพอจะรู้ได้โดยง่ายทีเดียวแล. จบอรรถกถาวีถิสัมมัชชกเถราปทาน -----------------------------------------------------