๖. กทัมพปุปผิยเถราปทาน (๑๕๖)
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
บาลีและคำแปล
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
ฉฏฺฐํ กทมฺพปุปฺผิยตฺเถราปทานํ (๑๕๖)
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๓๒ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๒๔ ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ กทัมพปุปผิยเถราปทานที่ ๖ (๑๕๖) ว่าด้วยผลแห่งการบูชาด้วยดอกกระทุ่ม
|๑๕๘.๓๐| หิมวนฺตสฺสวิทูเร กุกฺกุโฏ นาม ปพฺพโต ตมฺหิ ปพฺพตปาทมฺหิ สตฺต พุทฺธา วสนฺติ เต ฯ |๑๕๘.๓๑| กทมฺพํ ปุปฺผิตํ ทิสฺวา ทีปราชํว อุคฺคตํ อุโภหตฺเถหิ ปคฺคยฺห สตฺต พุทฺเธ สโมกิรึ ฯ |๑๕๘.๓๒| จตุนวุเต อิโต กปฺเป ยํ ปุปฺผมภิโรปยึ ทุคฺคตึ นาภิชานามิ พุทฺธปูชายิทํ ผลํ ฯ |๑๕๘.๓๓| เทฺวนวุเต อิโต กปฺเป สตฺตาสุํ ปุปฺผนามกา สตฺตรตนสมฺปนฺนา จกฺกวตฺตี มหพฺพลา ฯ |๑๕๘.๓๔| ปฏิสมฺภิทา จตสฺโส วิโมกฺขาปิจ อฏฺฐิเม ฉฬภิญฺญา สจฺฉิกตา กตํ พุทฺธสฺส สาสนนฺติ ฯ อิตฺถํ สุทํ อายสฺมา กทมฺพปุปฺผิโย เถโร อิมา คาถาโย อภาสิตฺถาติ ฯ กทมฺพปุปฺผิยตฺเถรสฺส อปทานํ สมตฺตํ ฯ
มีภูเขาชื่อกุกกุฏะอยู่ในที่ไม่ไกลแต่ภูเขาหิมวันต์ พระปัจเจกพุทธเจ้า ๗ องค์อยู่ใกล้เชิงภูเขานั้น เราเห็นต้นกระทุ่มมีดอกบาน ดังพระจันทร์ขึ้นไป บนท้องฟ้า จึงประคองด้วยมือทั้งสอง บูชาพระปัจเจกพุทธเจ้าทั้ง ๗ องค์ ในกัลปที่ ๙๔ แต่กัลปนี้ เราได้บูชาพระปัจเจกพุทธเจ้าด้วยดอกไม้ใด ด้วยการบูชานั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งการบูชาพระปัจเจก พุทธเจ้า ในกัลปที่ ๙๒ แต่กัลปนี้ ได้มีพระเจ้าจักรพรรดิ ๗ พระองค์ ทรงพระนามว่าปุปผะ สมบูรณ์ด้วยแก้ว ๗ ประการ มีพลมาก คุณวิเศษ เหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งชัด แล้ว พระพุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้. ทราบว่า ท่านพระกทัมพปุปผิยเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล. จบ กทัมพปุปผิยเถราปทาน.
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องตรงกันทั้งสองฉบับ
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๖. กทัมพปุปผิยเถราปทาน ประวัติในอดีตชาติของพระกทัมพปุปผิยเถระ (พระกทัมพปุปผิยเถระ เมื่อจะประกาศประวัติในอดีตชาติของตน จึงกล่าวว่า)
ในที่ไม่ไกลภูเขาหิมพานต์ มีภูเขาลูกหนึ่งชื่อว่ากุกกุฏะ มีพุทธะ ๗ พระองค์อาศัยอยู่ที่เชิงภูเขานั้น
ข้าพเจ้าเห็นต้นกระทุ่มมีดอกบานสะพรั่ง ดังดวงจันทร์ลอยเด่น (ในท้องฟ้า) จึงใช้มือทั้ง ๒ ประคอง โปรยบูชาพุทธะทั้ง ๗ องค์
ในกัปที่ ๙๔ นับจากกัปนี้ไป ข้าพเจ้าได้ใช้ดอกไม้บูชาไว้ จึงไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งการบูชาพุทธะ
ในกัปที่ ๙๒ นับจากกัปนี้ไป ได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิ ๗ พระองค์ มีนามเหมือนกันว่าปุปผะ สมบูรณ์ด้วยรัตนะ ๗ ประการ มีพลานุภาพมาก @เชิงอรรถ : @ พุทธะ ในที่นี้หมายถึงพระปัจเจกพุทธเจ้า (ขุ.อป.อ. ๒/๓๐/๑๙๙)
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๒ หน้า : ๓๒๒}
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๑๖. พันธุชีวกวรรค] ๗. ติณสูลกเถราปทาน
คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ ข้าพเจ้าได้ทำให้แจ้งแล้ว คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ข้าพเจ้าก็ได้ทำสำเร็จแล้ว ดังนี้แล ได้ทราบว่า ท่านพระกทัมพปุปผิยเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้กทัมพปุปผิยเถราปทานที่ ๖ จบ
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๑๕๖. อรรถกถากทัมพปุปผิยเถราปทาน
อปทานของท่านพระกทัมพปุปผิยเถระมีคำเริ่มต้นว่า หิมวนฺตสฺสาวิทูเร ดังนี้.
แม้พระเถระรูปนี้ก็ได้เคยบำเพ็ญกุศลมาแล้วในพระชินวรพุทธเจ้าพระองค์ก่อนๆ ทุกๆ ภพนั้นจะสั่งสมแต่บุญอันเป็นอุปนิสัยแห่งพระนิพพานเป็นประจำเสมอ.
เมื่อโลกกำลังสูญจากพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ท่านได้เกิดในตระกูลแห่งหนึ่ง เจริญวัยแล้วอยู่ครองเรือน มองเห็นโทษในการอยู่ครองเรือนนั้น จึงละเพศฆราวาสบวชเป็นดาบส สร้างอาศรมอยู่ที่ภูเขาชื่อว่ากุกกุฏะ ใกล้ภูเขาหิมวันต์.
เขาได้พบเห็นพระปัจเจกพุทธเจ้า ๗ พระองค์ในสถานที่นั้นแล้ว มีใจเลื่อมใส เลือกเก็บเอาดอกกระทุ่มที่บานแล้วมาบูชาพระปัจเจกพุทธเจ้าเหล่านั้นแล้ว.
แม้พระปัจเจกพุทธเจ้าเหล่านั้นก็ได้กระทำอนุโมทนาแล้วด้วยคำว่า อิจฺฉิตํ ปตฺถิตํ ดังนี้เป็นต้น.
ด้วยบุญอันนั้น เขาจึงได้ท่องเที่ยวไปในเทวโลกและมนุษยโลก ได้เสวยสมบัติในโลกทั้งสองแล้ว.
ในพุทธุปบาทกาลนี้ ได้บังเกิดในเรือนอันมีสกุลในกรุงสาวัตถี เจริญวัยแล้วได้ฟังพระธรรมเทศนาของพระศาสดาแล้ว ได้มีศรัทธาบวชแล้ว ไม่นานนักก็ได้เป็นพระอรหันต์ ระลึกถึงบุพกรรมของตนได้เกิดความโสมนัสใจ เมื่อจะประกาศถึงเรื่องราวที่ตนเคยได้ประพฤติมาแล้วในกาลก่อน จึงกล่าวคำเริ่มต้นว่า หิมวนฺตสฺสาวิทูเร ดังนี้.
คำนั้นมีเนื้อความดังที่ได้กล่าวไว้แล้วนั่นแล.
บทว่า กุกฺกุโฏ นาม ปพฺพโต ความว่า ภูเขาที่เรียกกันว่ากุกกุฏะ เพราะยอดภูเขาทั้งหลายมีลักษณะคล้ายกับหงอนไก่ตรงที่ข้างทั้งสองของภูเขานั้น.
ชื่อว่าปัพพตะ เพราะตั้งมั่นโดยอาการปิดขวาง.
บทว่า ตมฺหิ ปพฺพตปาทมฺหิ แปลว่า ในที่ใกล้ภูเขาลูกนั้น.
บทว่า สตฺต พุทฺธา วสนฺติ ความว่า พระปัจเจกพุทธเจ้าทั้ง ๗ พระองค์นั้นย่อมอยู่ ณ บรรณศาลาใกล้เชิงภูเขากุกกุฏะนั้น.
บทว่า ทีปราชํว อุคฺคตํ ได้แก่ พระราชาแห่งทวีปทั้งหลาย ชื่อว่าทีปราชา.
อธิบายว่า พระราชาเป็นใหญ่แห่งทวีปทั้งสิ้น แต่พระจันทร์เป็นใหญ่แห่งหมู่ดาวที่ส่องแสงทั้งหมด จึงเรียกว่าทีปราชา.
อีกอย่างหนึ่ง พระราชาเป็นใหญ่ในทวีปทั้ง ๔ คือชมพูทวีป ปุพพวิเวหทวีป อปรโคยานทวีปและอุตตรกุรุทวีป กับทวีปเล็กๆ อีก ๒,๐๐๐ ทวีป.
อธิบายว่า เราได้เห็นต้นกระทุ่มซึ่งมีดอกเบ่งบานสะพรั่ง คล้ายกับพระจันทร์ลอยเด่นท่ามกลางท้องฟ้าฉะนั้น แล้วเลือกเก็บดอกไม้จากต้นกระทุ่มนั้นแล้ว เอามือทั้งสองข้างประคอง คือถือเอาโดยวิธีอย่างหนึ่ง เกลี่ยด้วยดีคือได้บูชาโดยเอื้อเฟื้อซึ่งพระปัจเจกพุทธเจ้าทั้ง ๗ พระองค์นั้นแล้ว.
คำที่เหลือมีเนื้อความง่ายทั้งนั้นแล. จบอรรถกถากทัมพปุปผิยเถราปทาน -----------------------------------------------------