๗. ติณสูลกเถราปทาน (๑๕๗)
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
บาลีและคำแปล
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
สตฺตมํ ติณสูลกตฺเถราปทานํ (๑๕๗)
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๓๒ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๒๔ ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ ติณสูลกเถราปทานที่ ๗ (๑๕๗) ว่าด้วยผลแห่งการถวายดอกมะลิซ้อน
|๑๕๙.๓๕| หิมวนฺตสฺสวิทูเร ภูตคโณ นาม ปพฺพโต วสเตโก ชิโน ตตฺถ สยมฺภู โลกนิสฺสโฏ ฯ |๑๕๙.๓๖| ติณสูเล คเหตฺวาน พุทฺธสฺส อภิโรปยึ เอกูนสตสหสฺสกปฺปํ น วินิปาตโก ฯ |๑๕๙.๓๗| อิโต เอกาทเส กปฺเป เอโกสึ ธรณีรุโห สตฺตรตนสมฺปนฺโน จกฺกวตฺติ มหพฺพโล ฯ |๑๕๙.๓๘| ปฏิสมฺภิทา จตสฺโส วิโมกฺขาปิจ อฏฺฐิเม ฉฬภิญฺญา สจฺฉิกตา กตํ พุทฺธสฺส สาสนนฺติ ฯ อิตฺถํ สุทํ อายสฺมา ติณสูลโก เถโร อิมา คาถาโย อภาสิตฺถาติ ฯ ติณสูลกตฺเถรสฺส อปทานํ สมตฺตํ ฯ
มีภูเขาชื่อภูตคณะอยู่ในที่ไม่ไกลแต่ภูเขาหิมวันต์ พระชินปัจเจกพุทธเจ้า องค์หนึ่ง สละโลกแล้วมาอยู่ ณ ภูเขานั้น เราถือเอาดอกมะลิซ้อนไปบูชา แด่พระพุทธเจ้า เราไม่ตกลงในจตุราบายตลอด ๙ หมื่นกัลป (แสนกัลป หย่อนหนึ่ง) ในกัลปที่ ๑๑ แต่กัลปนี้ เราได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิ พระองค์หนึ่ง มีพระนามว่าธรณีรุหะ สมบูรณ์ด้วยแก้ว ๗ ประการ มีพล มาก คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ เราทำ ให้แจ้งชัดแล้ว พระพุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้. ทราบว่า ท่านพระติณสูลกเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล. จบ ติณสูลกเถราปทาน.
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องตรงกันทั้งสองฉบับ
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๗. ติณสูลกเถราปทาน ประวัติในอดีตชาติของพระติณสูลกเถระ (พระติณสูลกเถระ เมื่อจะประกาศประวัติในอดีตชาติของตน จึงกล่าวว่า)
ในที่ไม่ไกลภูเขาหิมพานต์ มีภูเขาลูกหนึ่งชื่อว่าภูตคณะ พระสยัมภูชินเจ้าองค์หนึ่ง ผู้สละโลกแล้ว อาศัยอยู่ที่ภูเขานั้น
ข้าพเจ้าถือดอกมะลิซ้อนไปบูชาพระพุทธเจ้าพระองค์นั้น ข้าพเจ้าจึงไม่ตกวินิบาตนรกตลอด ๙๐,๐๐๐ กัป
ในกัปที่ ๑๑ นับจากกัปนี้ไป ข้าพเจ้าได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิองค์หนึ่งพระนามว่าธรณีรุหะ สมบูรณ์ด้วยรัตนะ ๗ ประการ มีพลานุภาพมาก
คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ ข้าพเจ้าได้ทำให้แจ้งแล้ว คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ข้าพเจ้าก็ได้ทำสำเร็จแล้ว ดังนี้แล ได้ทราบว่า ท่านพระติณสูลกเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้ติณสูลกเถราปทานที่ ๗ จบ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๒ หน้า : ๓๒๓}
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๑๕๗. อรรถกถาติณสูลกเถราปทาน
อปทานของท่านพระติณสูลกเถระมีคำเริ่มต้นว่า หิมวนฺตสฺสาวิทูเร ดังนี้.
แม้พระเถระรูปนี้ก็ได้เคยบำเพ็ญกุศลมาแล้วในพระชินวรพุทธเจ้าพระองค์ก่อนๆ ทุกๆ ภพที่เกิดขึ้นแล้วจะสั่งสมไว้แต่กุศลเป็นประจำเสมอ.
ในกาลแห่งพระผู้มีพระภาคเจ้าพระนามว่าสิขี ท่านได้เกิดในเรือนอันมีตระกูล ดำรงอยู่ในเพศฆราวาส เห็นโทษในเพศฆราวาสนั้น จึงละเพศฆราวาสนั้นแล้วบวชเป็นดาบสอยู่.
(วันหนึ่ง) พบเห็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระนามว่าสิขี พระองค์กำลังเพิ่มพูนวิเวกอยู่เพียงพระองค์เดียว ประทับอยู่ที่ภูเขาชื่อภูตคณะ ใกล้กับภูเขาหิมวันต์แล้ว มีใจเลื่อมใส ถือเอาดอกมะลิซ้อนไปบูชาที่บาทมูล (ของพระพุทธเจ้า).
แม้พระพุทธเจ้าก็ทรงทำการอนุโมทนาแก่เขา.
ด้วยบุญอันนั้น เขาจึงได้ท่องเที่ยวไปในเทวโลกและมนุษยโลกได้เสวยสมบัติในโลกทั้งสองนั้นแล้ว.
ในพุทธุปบาทกาลนี้ เขาได้บังเกิดในตระกูลแห่งหนึ่ง ซึ่งสมบูรณ์ไปด้วยสมบัติ ในกรุงสาวัตถี เจริญวัยแล้วเลื่อมใสพระศาสนา จึงได้บวชแล้ว เพราะเขาเป็นผู้สมบูรณ์ด้วยอุปนิสัย ไม่นานนักก็ได้บรรลุพระอรหัต ระลึกถึงบุพกรรมของตนได้เกิดความโสมนัสใจ เมื่อจะประกาศถึงเรื่องราวที่ตนเคยได้ประพฤติมาแล้วในกาลก่อน จึงกล่าวคำเริ่มต้นว่า หิมวนฺตสฺสาวิทูเร ดังนี้.
บทว่า ภูตคโณ นาม ปพฺพโต ความว่า ภูเขาชื่อว่าภูตคณะ เพราะเป็นที่อยู่ของหมู่ภูต คือหมู่แห่งเทวดาและยักษ์ เพราะเป็นเช่นกับภพ และเพราะเป็นไปโดยความไม่งอกงามเจริญ.
พระชินเจ้าคือพระพุทธเจ้าผู้ทรงชำนะมารได้แล้ว พระองค์เดียวคือไม่มีสอง ย่อมประทับอยู่ที่ภูเขานั้น คือย่อมประทับอยู่ด้วยทิพยวิหาร พรหมวิหาร อริยวิหารและอิริยาบถวิหารแล.
บทว่า เอกูนสตสหสฺสํ กปฺปํ น วินิปาติโก ความว่า ด้วยผลที่ทำการบูชาพระพุทธเจ้าด้วยดอกมะลิซ้อนนั้น เราจึงไม่ต้องตกลงไปในอบาย พ้นจากอบายทั้ง ๔ ได้ เข้าถึงเฉพาะแต่ภพคือสวรรค์สมบัติอย่างเดียวตลอด ๙๙,๙๙๙ กัปหาระหว่างมิได้.
คำที่เหลือมีเนื้อความพอจะรู้ได้ง่ายทีเดียวแล. จบอรรถกถาติณสูลกเถราปทาน -----------------------------------------------------