๙. ปุนนาคปุปผิยเถราปทาน (๑๕๙)
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
บาลีและคำแปล
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
นวมํ ปุนฺนาคปุปฺผิยตฺเถราปทานํ (๑๕๙)
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๓๒ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๒๔ ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ ปุนนาคปุปผิยเถราปทานที่ ๙ (๑๕๙) ว่าด้วยผลแห่งการบูชาด้วยดอกบุนนาค
|๑๖๑.๔๖| กานนํ วนโมคฺคยฺห วสามิ ลุทฺทโก อหํ ปุนฺนาคํ ปุปฺผิตํ ทิสฺวา พุทฺธเสฏฺฐํ อนุสฺสรึ ฯ |๑๖๑.๔๗| ตํ ปุปฺผํ โอจินิตฺวาน สุคนฺธํ คนฺธคนฺธิกํ ถูปํ กริตฺวาน ปุฬิเน พุทฺธสฺส อภิโรปยึ ฯ |๑๖๑.๔๘| เทฺวนวุเต อิโต กปฺเป ยํ ปุปฺผํ อภิปูชยึ ทุคฺคตึ นาภิชานามิ พุทฺธปูชายิทํ ผลํ ฯ |๑๖๑.๔๙| เอกมฺหิ นวุเต กปฺเป เอโก อาสึ ตโมนุโท สตฺตรตนสมฺปนฺโน จกฺกวตฺติ มหพฺพโล ฯ |๑๖๑.๕๐| ปฏิสมฺภิทา จตสฺโส วิโมกฺขาปิจ อฏฺฐิเม ฉฬภิญฺญา สจฺฉิกตา กตํ พุทฺธสฺส สาสนนฺติ ฯ อิตฺถํ สุทํ อายสฺมา ปุนฺนาคปุปฺผิโย เถโร อิมา คาถาโย อภาสิตฺถาติ ฯ ปุนฺนาคปุปฺผิยตฺเถรสฺส อปทานํ สมตฺตํ ฯ
เราเป็นนายพรานเข้าไปสู่ป่าใหญ่ ได้เห็นดอกบุนนาคกำลังบาน จึงระลึก ถึงพระพุทธเจ้าผู้ประเสริฐสุด ได้เก็บเอาดอกบุนนาคนั้นอันมีกลิ่นหอม ตลบอบอวลแล้ว ได้ก่อสถูปที่กองทรายบูชาแด่พระพุทธเจ้า ในกัลป ที่ ๙๒ แต่กัลปนี้ เราได้บูชาพระพุทธเจ้าด้วยดอกไม้ใด ด้วยการบูชานั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งพุทธบูชา ในกัลปที่ ๙๑ แต่กัลปนี้ เรา ได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิพระองค์หนึ่ง มีนามว่าตโมนุทะ สมบูรณ์ด้วย แก้ว ๗ ประการ มีพลมาก คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งชัดแล้ว พระพุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้. ทราบว่า ท่านพระปุนนาคปุปผิยเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล. จบ ปุนนาคปุปผิยเถราปทาน.
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องตรงกันทั้งสองฉบับ
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๑๖. พันธุชีวกวรรค] ๙. ปุนนาคปุปผิยเถราปทาน ๙. ปุนนาคปุปผิยเถราปทาน ประวัติในอดีตชาติของพระปุนนาคปุปผิยเถระ (พระปุนนาคปุปผิยเถระ เมื่อจะประกาศประวัติในอดีตชาติของตน จึงกล่าวว่า)
ข้าพเจ้าเป็นนายพราน เข้าไปยังป่าดงทึบอาศัยอยู่ ได้เห็นดอกบุนนาคบานสะพรั่ง จึงหวนระลึกถึงพระพุทธเจ้าผู้ประเสริฐที่สุด
จึงเลือกเก็บดอกบุนนาคนั้น ซึ่งมีกลิ่นหอมยิ่งนักแล้ว ก่อสถูปที่กองทราย บูชาพระพุทธเจ้า
ในกัปที่ ๙๒ นับจากกัปนี้ไป ข้าพเจ้าได้ใช้ดอกไม้บูชาไว้ จึงไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งการบูชาพระพุทธเจ้า
ในกัปที่ ๙๑ นับจากกัปนี้ไป ข้าพเจ้าได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิองค์หนึ่งพระนามว่าตโมนุทะ สมบูรณ์ด้วยรัตนะ ๗ ประการ มีพลานุภาพมาก
คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ ข้าพเจ้าได้ทำให้แจ้งแล้ว คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ข้าพเจ้าก็ได้ทำสำเร็จแล้ว ดังนี้แล ได้ทราบว่า ท่านพระปุนนาคปุปผิยเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้ปุนนาคปุปผิยเถราปทานที่ ๙ จบ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๒ หน้า : ๓๒๕}
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๑๖. พันธุชีวกวรรค] ๑๐. กุมุททายกเถราปทาน
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๑๕๙. อรรถกถาปุนนาคปุปผิยเถราปทาน
อปทานของท่านพระปุนนาคปุปผิยเถระมีคำเริ่มต้นว่า กานนํ วนโมคยฺห ดังนี้.
แม้พระเถระรูปนี้ก็ได้เคยบำเพ็ญกุศลมาแล้วในพระชินวรพุทธเจ้าพระองค์ก่อนๆ ทุกๆ ภพนั้นจะสั่งสมแต่บุญอันเป็นอุปนิสัยแห่งพระนิพพานเป็นประจำเสมอ.
ในกาลแห่งพระผู้มีพระภาคเจ้าทรงพระนามว่าผุสสะ เขาได้เกิดในตระกูลนายพรานป่า (เจริญวัยแล้ว) เข้าไปยังป่าใหญ่ เห็นดอกบุนนาคอันบานสะพรั่งในที่นั้นแล้ว เพราะเหตุที่ตนสมบูรณ์ด้วยเหตุ จึงน้อมนึกระลึกถึงพระผู้มีพระภาคเจ้า ด้วยอำนาจปีติมีพระพุทธเจ้าเป็นอารมณ์ จึงเก็บดอกไม้นั้นพร้อมด้วยดอกกรรณิการ์ทั้งหลายมาแล้วก่อพระเจดีย์ทรายบูชา.
ด้วยบุญอันนั้น ในกัปที่ ๙๒ เขาจึงได้เสวยสมบัติในเทวโลกและมนุษยโลกนั้นนั่นแลหาระหว่างมิได้.
ในพุทธุปบาทกาลนี้ เขาเกิดในตระกูลที่สมบูรณ์ด้วยสมบัติในกรุงสาวัตถี เจริญวัยแล้ว ด้วยกำลังแห่งบุญที่อบรมมาในกาลก่อน (เขา) จึงได้เลื่อมใสในพระศาสนา ออกบวชแล้ว พยายามอยู่ไม่นานนักก็ได้เป็นพระอรหันต์ ระลึกถึงกุศลกรรมที่ทำไว้ในกาลก่อนได้ เกิดความโสมนัสใจ เมื่อจะประกาศถึงเรื่องราวที่ตนเคยได้ประพฤติมาแล้วในกาลก่อน จึงกล่าวคำเริ่มต้นว่า กานนํ วนโมคยฺห ดังนี้.
ถ้อยคำทั้งหมดมีเนื้อความง่ายทั้งนั้น เพราะได้กล่าวไว้แล้วในหนหลังแล. จบอรรถกถาปุนนาคปุปผิยเถราปทาน -----------------------------------------------------