๑. สุปาริจริยเถราปทาน (๑๖๑)
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
บาลีและคำแปล
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
สตฺตรสโม สุปาริจริยวคฺโค ปฐมํ สุปาริจริยตฺเถราปทานํ (๑๖๑)
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๓๒ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๒๔ ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ สุปาริจริยวรรคที่ ๑๗ สุปาริจริยเถราปทานที่ ๑ (๑๖๑) ว่าด้วยผลแห่งการบำรุงพระศาสดา
|๑๖๓.๑| ปทุโม นาม นาเมน ทิปทินฺโท นราสโภ ปวนา อภินิกฺขมฺม ธมฺมํ เทเสติ จกฺขุมา ฯ |๑๖๓.๒| ยกฺขานํ สมโย อาสิ อวิทูเร มเหสิโน เยน กิจฺเจน สมฺปตฺตา อชฺฌาเปกฺขึสุ ตาวเท ฯ |๑๖๓.๓| พุทฺธสฺส คิรมญฺญาย อมตสฺสว เทสนํ ปสนฺนจิตฺโต สุมโน อปฺโปเฐตฺวา อุปฏฺฐหึ ฯ |๑๖๓.๔| สุจิณฺณสฺส ผลํ ปสฺสํ อุปฏฺฐานสฺส สตฺถุโน ตึสกปฺปสหสฺเสสุ ทุคฺคตึ โนปปชฺชหํ ฯ |๑๖๓.๕| อูนตึเส กปฺปสเต สมลงฺกตนามโก สตฺตรตนสมฺปนฺโน จกฺกวตฺติ มหพฺพโล ฯ |๑๖๓.๖| ปฏิสมฺภิทา จตสฺโส วิโมกฺขาปิจ อฏฺฐิเม ฉฬภิญฺญา สจฺฉิกตา กตํ พุทฺธสฺส สาสนนฺติ อิตฺถํ สุทํ อายสฺมา สุปาริจริโย เถโร อิมา คาถาโย อภาสิตฺถาติ ฯ สุปาริจริยตฺเถรสฺส อปทานํ สมตฺตํ ฯ
พระผู้มีพระภาคผู้เป็นจอมสัตว์ ประเสริฐกว่านระ มีพระนามว่าปทุม ผู้ มีพระจักษุ เสด็จออกจากป่าใหญ่แล้ว ทรงแสดงธรรมอยู่ ในขณะนั้น ได้มีการประชุมแห่งเทวดาทั้งหลาย ในที่ไม่ไกลพระผู้มีพระภาค เทวดา ทั้งหลายมาประชุมกันด้วยกิจบางอย่าง ได้เห็นอย่างแจ้งชัด เราได้ทราบ (ได้ยิน) พระสุรเสียงที่ทรงแสดงอมฤตธรรมของพระพุทธเจ้า มีจิต เลื่อมใสมีใจโสมนัส ปรบมือแล้วเข้าไปบำรุง เราเห็นผลแห่งการบำรุง พระศาสดาที่ประพฤติด้วยดี ใน ๓๐,๐๐๐ กัลป เราไม่เข้าถึงทุคติเลย ใน กัลปที่ ๒,๙๐๐ ได้มีพระเจ้าจักรพรรดิ มีนามว่าสมลังกตะ ทรงสมบูรณ์ ด้วยแก้ว ๗ ประการ มีพลมาก คุณสมบัติเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งชัดแล้ว พระพุทธศาสนาเราได้ ทำเสร็จแล้ว ดังนี้. ทราบว่า ท่านพระสุปาริจริยเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล. จบ สุปาริจริยเถราปทาน.
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องตรงกันทั้งสองฉบับ
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๑๗. สุปาริจริยวรรค] ๑. สุปาริจริยเถราปทาน ๑๗. สุปาริจริยวรรค หมวดว่าด้วยพระสุปาริจริยะเป็นต้น ๑. สุปาริจริยเถราปทาน ประวัติในอดีตชาติของพระสุปาริจริยเถระ (พระสุปาริจริยเถระ เมื่อจะประกาศประวัติในอดีตชาติของตน จึงกล่าวว่า)
พระผู้มีพระภาคพระนามว่าปทุมะ ผู้เป็นจอมแห่งเทวดาและมนุษย์ ทรงองอาจกว่านรชน ทรงมีพระจักษุ เสด็จออกจากป่าใหญ่แล้ว ทรงแสดงธรรมอยู่
เทวดาได้ประชุมกันในที่ไม่ไกลพระผู้มีพระภาค ผู้แสวงหาคุณอันยิ่งใหญ่ ในขณะนั้น เทวดาทั้งหลายมาประชุมกัน ด้วยกิจบางอย่าง ได้เพ่งมองดู
ก็ข้าพเจ้าได้ทราบพระดำรัส ที่แสดงอมตธรรมของพระพุทธเจ้า ก็มีจิตเลื่อมใส มีใจยินดี ปรบมือแล้วจึงเข้าไปบำรุง
ข้าพเจ้าเห็นผลแห่งการบำรุงพระศาสดา ที่ข้าพเจ้าประพฤติดีแล้ว ใน ๓๐,๐๐๐ กัป ข้าพเจ้าจึงไม่ไปเกิดในทุคติเลย
ในกัปที่ ๑๒๙ (นับจากกัปนี้ไป) ได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิมีพระนามว่าสมลังกตะ สมบูรณ์ด้วยรัตนะ ๗ ประการ มีพลานุภาพมาก
คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ ข้าพเจ้าได้ทำให้แจ้งแล้ว คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ข้าพเจ้าก็ได้ทำสำเร็จแล้ว ดังนี้แล ได้ทราบว่า ท่านพระสุปาริจริยเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้สุปาริจริยเถราปทานที่ ๑ จบ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๒ หน้า : ๓๒๘}
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
อรรถกถาสุปาริจริยวรรคที่ ๑๗ ๑๖๑. อรรถกถสุปาริจริยเถราปทาน
อปทานของท่านพระสุปาริจริยเถระมีคำเริ่มต้นว่า ปทุโม นาม นาเมน ดังนี้.
แม้พระเถระรูปนี้ก็ได้เคยบำเพ็ญกุศลมาแล้วในพระมุนีเจ้าผู้ประประเสริฐพระองค์ก่อนๆ ทุกๆ ภพนั้นจะสั่งสมแต่บุญอันเป็นอุปนิสัยแห่งพระนิพพานเป็นประจำเสมอ.
ในกาลแห่งพระผู้มีพระภาคเจ้าทรงพระนามว่าปทุมุตตระ ท่านได้เกิดในกำเนิดยักษ์ ไปยังสมาคมยักษ์ในหิมวันต์ ได้ฟังพระธรรมเทศนาของพระผู้มีพระภาคเจ้า จากพวกเทวดายักษ์ คนธรรพ์และนาคแล้ว มีใจเลื่อมใส คู้แขนทั้งสองแล้ว ปรบมือนมัสการแล้ว.
ด้วยบุญอันนั้น เขาจุติจากอัตภาพนั้นแล้ว ได้บังเกิดในเทวโลกชั้นสูงๆ ขึ้นไป ได้เสวยทิพยสุขในเทวโลกนั้นแล้ว และได้บังเกิดในมนุษยโลก เสวยสมบัติมีจักรพรรดิสมบัติเป็นต้นในหมู่มนุษย์แล้ว.
ในพุทธุปบาทกาลนี้ เขาได้เกิดในตระกูลคฤหบดีในพระนครสาวัตถี เป็นผู้มั่งคั่ง มีทรัพย์มาก มีโภคสมบัติมาก เลื่อมใสในพระรัตนตรัย ได้ฟังพระธรรมเทศนาของพระศาสดาแล้ว เกิดศรัทธาบวชแล้วไม่นานนักก็ได้บรรลุพระอรหัต.
วันหนึ่ง ท่านระลึกถึงบุพกรรมของตนเองได้ เกิดความโสมนัสใจ เมื่อจะประกาศถึงเรื่องราวที่ตนเคยได้ประพฤติมาแล้วในกาลก่อน จึงกล่าวคำเริ่มต้นว่า ปทุโม นาม นาเมน ดังนี้.
บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า ปทุโม ความว่า พระผู้มีพระภาคเจ้าถึงการนับว่าปทุมะ เพราะสัญญาในเวลาที่จะวางพระบาทลง จะมีดอกบัวแทรกแผ่นดินโผล่ขึ้นมารองรับพื้นพระบาทของพระองค์.
พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงพระนามว่าปทุมุตตระ พระอรรถกถาจารย์ประสงค์ในบทว่า ปทุโม นี้.
เชื่อมความว่า พระผู้มีพระภาคเจ้าพระองค์นั้น เสด็จออกจากพระวิหารที่ประทับ แล้วเสด็จเข้าไปยังท่ามกลางป่า ทรงแสดงธรรมแล้วแล.
บทว่า ยกฺขานํ สมโย ความว่า ได้มีสมาคมของเทวดาทั้งหลายแล้ว.
บทว่า อชฺฌาเปกฺขึสุ ตาวเท ความว่า ได้เห็นแจ้งชัดในเวลาแสดงธรรมนั้น คือได้มีปกติเห็นชัดโดยพิเศษ.
คำที่เหลือมีเนื้อความปรากฏชัดแล้วทีเดียวแล. จบอรรถกถาสุปาริจจริยเถราปทาน -----------------------------------------------------