๓. ขัชชทายกเถราปทาน (๑๖๓)
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
บาลีและคำแปล
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
ตติยํ ขชฺชทายกตฺเถราปทานํ (๑๖๓)
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๓๒ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๒๔ ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ ขัชชทายกเถราปทานที่ ๓ (๑๖๓) ว่าด้วยผลแห่งการถวายมะพร้าว
|๑๖๕.๑๓| ติสฺสสฺส โข ภควโต ปุพฺเพ ผลมทาสหํ นาฬิเกรญฺจ ปาทาสึ ขชฺชกํ อภิสมฺมตํ ฯ |๑๖๕.๑๔| พุทฺธสฺส ตมหํ ทตฺวา ติสฺสสฺส ตุ มเหสิโน โมทามหํ กามกามี อุปปชฺชึ ยมิจฺฉกํ ฯ |๑๖๕.๑๕| เทฺวนวุเต อิโต กปฺเป ยํ ทานมททึ ตทา ทุคฺคตึ นาภิชานามิ ผลทานสฺสิทํ ผลํ ฯ |๑๖๕.๑๖| อิโต เตรสกปฺปมฺหิ ราชา อินฺทสโม อหุ สตฺตรตนสมฺปนฺโน จกฺกวตฺติ มหพฺพโล ฯ |๑๖๕.๑๗| ปฏิสมฺภิทา จตสฺโส วิโมกฺขาปิจ อฏฺฐิเม ฉฬภิญฺญา สจฺฉิกตา กตํ พุทฺธสฺส สาสนนฺติ ฯ อิตฺถํ สุทํ อายสฺมา ขชฺชทายโก เถโร อิมา คาถาโย อภาสิตฺถาติ ฯ ขชฺชทายกตฺเถรสฺส อปทานํ สมตฺตํ ฯ
ในปางก่อน เราได้ถวายผลไม้แด่พระผู้มีพระภาคพระนามว่าติสสะ และ ได้ถวายผลมะพร้าวที่สมมติกันว่าควรเคี้ยว ครั้นถวายผลมะพร้าวนั้นแด่พระ พุทธเจ้า พระนามว่าติสสะ ผู้แสวงหาคุณอันใหญ่หลวงแล้ว ย่อมบันเทิง มีความประสงค์สิ่งที่ต้องการก็เข้าถึง (ได้) ตามปรารถนา ในกัลปที่ ๙๒ แต่กัลปนี้ เราได้ถวายทานใดในกาลนั้น ด้วยทานนั้นเราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งการถวายผลไม้ ในกัลปที่ ๓๑ แต่กัลปนี้ ได้มีพระเจ้าจักร- พรรดิราช มีพระนามว่าอินทสมะ ทรงสมบูรณ์ด้วยแก้ว ๗ ประการ มี พลมาก คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งชัดแล้ว พระพุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้ ทราบว่า ท่านพระขัชชทายกเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล. จบ ขัชชทายกเถราปทาน.
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · จับคู่ตามตำแหน่ง · เล่มนี้ทั้งสองฉบับแบ่งเรื่องเท่ากัน จึงเทียบตามลำดับได้ · ชื่อเรื่องไม่ตรงกัน จึงยังไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเรื่องเดียวกัน
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๑๗. สุปาริจริยวรรค] ๓. ขัชชกทายกเถราปทาน ๓. ขัชชกทายกเถราปทาน ประวัติในอดีตชาติของพระขัชชกทายกเถระ (พระขัชชกทายกเถระ เมื่อจะประกาศประวัติในอดีตชาติของตน จึงกล่าวว่า)
เมื่อก่อน ข้าพเจ้าได้ถวายผลไม้ แด่พระผู้มีพระภาคพระนามว่าติสสะ และได้ถวายผลมะพร้าวและของควรเคี้ยวที่รู้กันดี
ข้าพเจ้าครั้นถวายผลไม้นั้นแด่พระพุทธเจ้าพระนามว่าติสสะ ผู้แสวงหาคุณอันยิ่งใหญ่แล้ว ย่อมบันเทิง มีความประสงค์สิ่งที่น่าปรารถนา ก็บรรลุได้ตามปรารถนา
ในกัปที่ ๙๒ นับจากกัปนี้ไป ข้าพเจ้าได้ถวายทานไว้ในครั้งนั้น จึงไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งการถวายผลไม้
ในกัปที่ ๑๓ นับจากกัปนี้ไป ได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิพระนามว่าอินทสมะ สมบูรณ์ด้วยรัตนะ ๗ ประการ มีพลานุภาพมาก
คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ ข้าพเจ้าได้ทำให้แจ้งแล้ว คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ข้าพเจ้าก็ได้ทำสำเร็จแล้ว ดังนี้แล ได้ทราบว่า ท่านพระขัชชกทายกเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้ขัชชกทายกเถราปทานที่ ๓ จบ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๒ หน้า : ๓๓๐}
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๑๖๓. อรรถกถาขัชชกทายกเถราปทาน
อปทานของท่านพระขัชชกทายกเถระมีคำเริ่มต้นว่า ติสฺสสฺส โข ภควโต ดังนี้.
แม้พระเถระรูปนี้ก็ได้เคยบำเพ็ญกุศลมาแล้วในพระชินวรพุทธเจ้าพระองค์ก่อนๆ ทุกๆ ภพนั้นจะสั่งสมแต่บุญอันเป็นอุปนิสัยแห่งพระนิพพานเป็นประจำเสมอ.
ในกาลแห่งพระผู้มีพระภาคเจ้าทรงพระนามว่าติสสะ ท่านได้เกิดในตระกูลศูทร ได้พบพระผู้มีพระภาคเจ้าแล้ว มีใจเลื่อมใส ได้ถวายผลไม้น้อยใหญ่อันมีรสอร่อยอย่างละ ๑ ผล มีผลมะม่วงและผลชมภู่เป็นต้น มะพร้าวและขนมที่ควรเคี้ยว.
พระผู้มีพระภาคเจ้าได้เสวยแล้ว ในขณะที่เขามองดูอยู่นั่นแล ก็เพื่อจะเจริญความเลื่อมใสแก่เขา.
ด้วยบุญอันนั้น เขาจึงได้เสวยแต่สมบัติในสุคติโลกสวรรค์อย่างเดียว.
ในพุทธุปบาทกาลนี้ เขาได้เกิดในเรือนอันมีตระกูลในกรุงสาวัตถี บรรลุนิติภาวะแล้ว ได้ฟังพระธรรมเทศนาของพระศาสดาแล้วเกิดศรัทธา มีความเลื่อมใสและนับถือมาก บวชแล้วทำพระศาสนาให้งดงามด้วยข้อวัตรปฏิบัติ มีศีลเป็นอลังการเครื่องประดับ ไม่นานนักก็ได้บรรลุพระอรหัต.
เมื่อท่านระลึกถึงบุพกรรมของตนทราบว่า เราได้ทำกุศลอันดีงามไว้ในที่ดีในกาลก่อนดังนี้ เกิดความโสมนัสใจ เมื่อจะประกาศถึงเรื่องราวที่ตนเคยได้ประพฤติมาแล้วในกาลก่อน จึงกล่าวคำเริ่มต้นว่า ติสฺสสฺส โข ภควโต ดังนี้.
พึงทราบความหมายในบทนั้นว่า
ชื่อว่าติสสะ ด้วยอำนาจเป็นชื่อที่มารดาบิดาตั้งให้ เพราะตั้งแต่เกิดขึ้นมา มีแต่จะให้สมบัติในภพทั้งสาม.
อีกความหมายหนึ่ง ชื่อว่าติสสะ เพราะทรงเป็นพระพุทธเจ้าแล้ว ทรงยังมหาชนให้สบายใจด้วยไตรสรณคมน์ ทรงโอวาทพร่ำสอนให้หมู่คนผู้สมบูรณ์ด้วยเหตุตั้งอยู่ในสมบัติทั้งสอง คือสวรรค์สมบัติและนิพพานสมบัติ.
ชื่อว่า ภควา เพราะทรงประกอบไปด้วยภคธรรมทั้งหลายมีสมาบัติคุณเป็นต้น.
อธิบายว่า ในกาลก่อน เราได้ถวายผลมะพร้าวและผลไม้อื่นนั้น แด่พระผู้มีพระภาคเจ้าพระนามว่าติสสะพระองค์นั้นแล้ว.
บทว่า นาฬิเกรญฺจ ปาทาสึ ความว่า เราได้ถวายผลไม้อันเป็นไปโดยอาการแห่งต้นมะพร้าวชื่อว่านาฬิเกระ นั้น.
บทว่า ขชฺชกํ อภิสมฺมตํ ความว่า เราได้ถวายของที่ควรเคี้ยวที่สมมติกัน รู้กันอย่างดียิ่งกว่าขนมมีรสอร่อยดี ที่สำเร็จแล้วเพราะปรุงผสมกับน้ำผึ้งและน้ำตาลกรวดเป็นต้นอย่างพิเศษ.
คำที่เหลือมีเนื้อความพอจะรู้ได้โดยง่ายทีเดียว. จบอรรถกถาขัชชชกทายกเถราปทาน -----------------------------------------------------