๘. ทุสสทายกเถราปทาน (๑๖๘)
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
บาลีและคำแปล
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
อฏฺฐมํ ทุสฺสทายกตฺเถราปทานํ (๑๖๘)
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๓๒ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๒๔ ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ ทุสสทายกเถราปทานที่ ๘ (๑๖๘) ว่าด้วยผลแห่งการถวายผ้า
|๑๗๐.๓๘| ติวรายํ ปุเร รมฺเม ราชปุตฺโต อหํ ตทา ปณฺณาการํ ลภิตฺวาน อุปสนฺตสฺสทาสหํ ฯ |๑๗๐.๓๙| อธิวาเสสิ ภควา วตฺถํ หตฺเถน อามสิ สิทฺธตฺโถ อธิวาเสตฺวา เวหาสํ นภมุคฺคมิ ฯ |๑๗๐.๔๐| พุทฺธสฺส คจฺฉมานสฺส ทุสฺสา ธาวนฺติ ปจฺฉโต ตตฺถ จิตฺตํ ปสาเทสึ พุทฺโธ โน อคฺคปุคฺคโล ฯ |๑๗๐.๔๑| จตุนวุเต อิโต กปฺเป ยํ ทุสฺสมททึ ตทา ทุคฺคตึ นาภิชานามิ ทุสฺสทานสฺสิทํ ผลํ ฯ |๑๗๐.๔๒| สตฺตสฏฺฐิมฺหิโต กปฺเป จกฺกวตฺติ ตทา อหุ ปริสุทฺโธติ นาเมน มนุชินฺโท มหพฺพโล ฯ |๑๗๐.๔๓| ปฏิสมฺภิทา จตสฺโส วิโมกฺขาปิจ อฏฺฐิเม ฉฬภิญฺญา สจฺฉิกตา กตํ พุทฺธสฺส สาสนนฺติ ฯ อิตฺถํ สุทํ อายสฺมา ทุสฺสทายโก เถโร อิมา คาถาโย อภาสิตฺถาติ ฯ ทุสฺสทายกตฺเถรสฺส อปทานํ สมตฺตํ ฯ
ในกาลนั้น เราเป็นพระราชโอรสอยู่ในพระนครอันรื่นรมย์ ชื่อติวรา เราได้ผ้าอันเป็นเครื่องบรรณาการแล้ว ได้ถวายแด่พระผู้มีพระภาคผู้สงบ ระงับ พระผู้มีพระภาคพระนามว่า สิทธัตถะทรงรับแล้ว ทรงลูบคลำผ้า ด้วยพระหัตถ์ ครั้นทรงรับแล้ว เสด็จเหาะขึ้นสู่นภากาศ เมื่อพระผู้มี พระภาคเสด็จไป ผ้าตามไปเบื้องหลังพระปฤษฎางค์ เรายังจิตให้เลื่อมใส ในพระองค์ว่า พระพุทธเจ้าเป็นอัครบุคคลหนอ ในกัลปที่ ๙๔ แต่กัลปนี้ เราได้ถวายผ้าใดในกาลนั้น ด้วยการถวายผ้านั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งการถวายผ้า ในกัลปที่ ๖๗ แต่กัลปนี้ ในกาลนั้น ได้มีพระเจ้าจักรพรรดิผู้เป็นจอมมนุษย์ มีพระนามว่าบริสุทธิ์ มีพลมาก คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ เราทำ ให้แจ้งชัดแล้ว พระพุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้. ทราบว่า ท่านพระทุสสทายกเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล. จบ ทุสสทายกเถราปทาน.
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องตรงกันทั้งสองฉบับ
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๘. ทุสสทายกเถราปทาน ประวัติในอดีตชาติของพระทุสสทายกเถระ (พระทุสสทายกเถระ เมื่อจะประกาศประวัติในอดีตชาติของตน จึงกล่าวว่า)
ครั้งนั้น ข้าพเจ้าเป็นราชโอรสอยู่ในติวรานครที่น่ารื่นรมย์ ได้เครื่องบรรณาการแล้ว จึงได้ถวายพระผู้มีพระภาค ผู้สงบระงับ
พระผู้มีพระภาคพระนามว่าสิทธัตถะ ทรงรับ(เครื่องบรรณาการ)แล้วใช้พระหัตถ์ลูบผ้า ครั้นทรงรับแล้ว ได้เสด็จเหาะขึ้นสู่นภากาศ
เมื่อพระพุทธเจ้ากำลังเสด็จไป ผ้าปลิวตามไปเบื้องพระปฤษฎางค์ ข้าพเจ้าทำจิตให้เลื่อมใสในพระองค์ว่า พระพุทธเจ้าของพวกเราทรงเป็นบุคคลผู้เลิศ
ในกัปที่ ๙๔ นับจากกัปนี้ไป ข้าพเจ้าได้ถวายผ้าไว้ในครั้งนั้น จึงไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งการถวายผ้า
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๒ หน้า : ๓๓๔}
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๑๗. สุปาริจริยวรรค] ๙. สมาทปกเถราปทาน
ในกัปที่ ๖๗ นับจากกัปนี้ไป ข้าพเจ้าได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิมีพระนามว่าปริสุทธะ เป็นจอมมนุษย์ มีพลานุภาพมาก
คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ ข้าพเจ้าได้ทำให้แจ้งแล้ว คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ข้าพเจ้าก็ได้ทำสำเร็จแล้ว ดังนี้แล ได้ทราบว่า ท่านพระทุสสทายกเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้ทุสสทายกเถราปทานที่ ๘ จบ
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๑๖๘. อรรถกถาทุสสทายกเถราปทาน
อปทานของท่านพระทุสสทายกเถระมีคำเริ่มต้นว่า ติวรายํ ปุเร รมฺเม ดังนี้.
พระเถระแม้นี้ก็ได้เคยบำเพ็ญกุศลมาแล้วในพระชินวรพุทธเจ้าพระองค์ก่อนๆ ทุกๆ ภพนั้นจะสั่งสมแต่บุญอันเป็นอุปนิสัยแห่งพระนิพพานเป็นประจำเสมอ.
ในกาลแห่งพระผู้มีพระภาคเจ้าทรงพระนามว่าสิทธัตถะ ท่านได้เกิดในราชสกุล พอทรงเจริญวัยแล้วได้รับตำแหน่งเป็นพระยุพราช มีชื่อเสียง ได้รับชนบทแห่งหนึ่ง เป็นใหญ่ปกครองชนบทนั้น ทรงบำเพ็ญสังคหวัตถุ ๔ ประการ คือ ทาน ปิยวาจา อัตถจริยาและสมานัตตตา แก่ชาวชนบททั้งหมด.
ในสมัยนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงพระนามว่าสิทธัตถะ พระองค์ได้เสด็จไปถึงยังชนบทนั้นแล้ว.
ครั้งนั้น พระยุพราชพระองค์นั้นทรงได้รับเครื่องบรรณาการแล้ว ทรงบูชาพระผู้มีพระภาคเจ้าด้วยผ้าเนื้อละเอียดในที่นั้น.
พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงเอาพระหัตถ์ลูบคลำผ้าผืนนั้นแล้ว เสด็จขึ้นสู่อากาศ. แม้ผ้าผืนนั้นก็ลอยติดตามพระผู้มีพระภาคเจ้าไปมิขาด.
ครั้นพอพระยุพราชพระองค์นั้นทอดพระเนตรเห็นความอัศจรรย์นั้นแล้ว เลื่อมใสยิ่งนัก ได้ประทับยืนประคองอัญชลีแล้ว ในสถานที่ที่พระผู้มีพระภาคเจ้าเสด็จไปถึงแล้ว ประชาชนทั้งหมดมองเห็นความอัศจรรย์นั้นแล้ว พากันคิดอัศจรรย์ใจ ได้ยืนประคองอัญชลีแล้ว
พระผู้มีพระภาคเจ้าได้เสด็จไปเฉพาะวิหารนั้นแล้ว.
ด้วยกุศลนั้นนั่นแล พระยุพราชนั้นจุติจากอัตภาพนั้นแล้ว ได้บังเกิดในเทวโลก เสวยทิพยสมบัติในเทวโลกนั้นแล้ว เกิดในมนุษย์โลกได้เสวยสมบัติมีจักรพรรดิสมบัติเป็นต้นแล้ว.
ในพุทธุปบาทกาลนี้ เขาได้เกิดในตระกูลแห่งหนึ่งซึ่งสมบูรณ์ด้วยสมบัติมากมาย บรรลุนิติภาวะแล้ว ดำรงอยู่ในเพศฆราวาส เลื่อมใสในพระรัตนตรัย ได้ฟังพระธรรมเทศนาของพระผู้มีพระภาคเจ้าแล้ว ได้มีศรัทธาบวชแล้วพยายามอยู่ไม่นานนักก็ได้เป็นพระอรหันต์.
วันหนึ่ง ท่านได้ระลึกถึงบุพกรรมของตน เกิดความโสมนัสใจ เมื่อจะประกาศถึงเรื่องราวที่ตนเคยได้ประพฤติมาแล้วในกาลก่อน จึงกล่าวคำเริ่มต้นว่า ติวรายํ ปุเร รมฺเม ดังนี้.
อธิบายว่า เราเป็นพระราชโอรสอยู่ในพระนครอันน่ารื่นรมย์ใจ ชื่อว่าติวรา นั้น ได้นำเอาผ้าไปบูชาพระผู้มีพระภาคเจ้าพระนามว่าสิทธัตถะแล้วแล.
คำที่เหลือมีเนื้อความพอจะรู้ได้โดยง่ายทีเดียวแล. จบอรรถกถาทุสสทายกเถราปทาน -----------------------------------------------------