๘. มณิปูชกเถราปทาน (๑๗๘)
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
บาลีและคำแปล
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
อฏฺฐมํ มณิปูชกตฺเถราปทานํ (๑๗๘)
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๓๒ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๒๔ ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ มณิปูชกเถราปทานที่ ๘ (๑๗๘) ว่าด้วยผลแห่งพุทธบูชา
|๑๘๐.๓๔| โอเรน หิมวนฺตสฺส นทิกา สมฺปวตฺตถ ตสฺสา จานูปเขตฺตมฺหิ สยมฺภู วสเต ตทา ฯ |๑๘๐.๓๕| มณึ ปคฺคยฺห ปลฺลงฺกํ สาธุจิตฺตํ มโนรมํ ปสนฺนจิตฺโต สุมโน พุทฺธสฺส อภิโรปยึ ฯ |๑๘๐.๓๖| จตุนวุเต อิโต กปฺเป ยํ มณึ อภิโรปยึ ทุคฺคตึ นาภิชานามิ พุทฺธปูชายิทํ ผลํ ฯ |๑๘๐.๓๗| อิโต จ ทฺวาทเส กปฺเป สตรํสีสนามกา อฏฺฐ เต ราชาโน อาสุํ จกฺกวตฺตี มหพฺพลา ฯ |๑๘๐.๓๘| ปฏิสมฺภิทา จตสฺโส วิโมกฺขาปิจ อฏฺฐิเม ฉฬภิญฺญา สจฺฉิกตา กตํ พุทฺธสฺส สาสนนฺติ ฯ อิตฺถํ สุทํ อายสฺมา มณิปูชโก เถโร อิมา คาถาโย อภาสิตฺถาติ ฯ มณิปูชกตฺเถรสฺส อปทานํ สมตฺตํ ฯ
แม่น้ำสายหนึ่งไหลผ่านไปภายในภูเขาหิมวันต์ ในกาลนั้น พระสยัมภูพุทธ- เจ้าประทับอยู่ในเขตใกล้แม่น้ำนั้น เรามีจิตเลื่อมใส มีใจโสมนัส ได้เอา บัลลังก์แก้วอันวิจิตรด้วยดี เป็นที่รื่นรมย์ใจ ไปบูชาแด่พระพุทธเจ้า ใน กัลปที่ ๙๔ แต่กัลปนี้ เราได้บูชาบัลลังก์แก้วใด ด้วยการบูชานั้น เราไม่ รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งพุทธบูชา และในกัลปที่ ๑๒ แต่กัลปนี้ ได้มี พระเจ้าจักรพรรดิราช ๘ พระองค์ ทรงพระนามเหมือนกันว่าสตรังสี มีพล มาก คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งชัดแล้ว พระพุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้. ทราบว่า พระมณิปูชกเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล. จบมณิปูชกเถราปทาน.
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องตรงกันทั้งสองฉบับ
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๑๘. กุมุทวรรค] ๙. ติกิจฉกเถราปทาน ๘. มณิปูชกเถราปทาน ประวัติในอดีตชาติของพระมณิปูชกเถระ (พระมณิปูชกเถระ เมื่อจะประกาศประวัติในอดีตชาติของตน จึงกล่าวว่า)
แม่น้ำสายหนึ่งไหลผ่านไปภายในภูเขาหิมพานต์ ครั้งนั้น พระสยัมภูพุทธเจ้าประทับอยู่ริมฝั่งแม่น้ำนั้น
ข้าพเจ้ามีจิตเลื่อมใส มีใจยินดี ได้ประคองบัลลังก์แก้วอันวิจิตรด้วยดี เป็นที่น่ารื่นรมย์ใจ บูชาพระพุทธเจ้า
ในกัปที่ ๙๔ นับจากกัปนี้ไป ข้าพเจ้าได้ใช้แก้วมณีบูชาไว้ จึงไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งการบูชาพระพุทธเจ้า
และในกัปที่ ๑๒ นับจากกัปนี้ไป ได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิ ๘ ชาติ มีพระนามว่าสตรังสี มีพลานุภาพมาก
คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ ข้าพเจ้าได้ทำให้แจ้งแล้ว คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ข้าพเจ้าก็ได้ทำสำเร็จแล้ว ดังนี้แล ได้ทราบว่า ท่านพระมณิปูชกเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้มณิปูชกเถราปทานที่ ๘ จบ
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๑๗๘. อรรถกถามณิปูชกเถราปทาน
อปทานของท่านพระมณิปูชกเถระมีคำเริ่มต้นว่า โอเรน หิมวนฺตสฺส ดังนี้.
พระเถระแม้นี้ก็ได้เคยบำเพ็ญกุศลมาแล้วในพระพุทธเจ้าพระองค์ก่อนๆ ทุกๆ ภพนั้นจะสั่งสมแต่บุญอันเป็นอุปนิสัยแห่งพระนิพพานเป็นประจำเสมอ.
ในกาลแห่งพระผู้มีพระภาคเจ้าทรงพระนามว่าปทุมุตตระ ท่านได้เกิดในตระกูลแห่งหนึ่ง ดำรงอยู่ในเพศฆราวาส เห็นโทษในเพศฆราวาสนั้น จึงละเพศฆราวาสออกบวชเป็นดาบส สร้างบรรณศาลาอยู่ใกล้แม่น้ำแห่งหนึ่ง ในส่วนภายใต้ภูเขาหิมวันต์ ได้พบพระผู้มีพระภาคเจ้าพระนามว่าปทุมุตตระ ซึ่งเสด็จเข้าไปในที่นั้น เพราะทรงมีพระประสงค์จะสงบสงัด และเพราะเพื่อจะทรงอนุเคราะห์แก่เขา มีใจเลื่อมใส ได้เอาบัลลังก์แก้วมณีบูชาแด่พระผู้มีพระภาคเจ้า.
พระผู้มีพระภาคเจ้าประทับนั่งบนบัลลังก์นั้น เพื่อจะทรงเจริญความเลื่อมใสแก่เขา เขามีความเลื่อมใสโดยประมาณยิ่ง ได้กระทำความปรารถนาเพื่อบรรลุพระนิพพาน พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสอนุโมทนาแล้วก็เสด็จหลีกไป.
ด้วยบุญกรรมนั้น เขาจึงได้ท่องเที่ยวไปในเทวโลกและมนุษยโลก ได้รับแต่การบูชาในที่ทั้งปวง ได้เสวยความสุขแล้ว.
ในพุทธุปบาทกาลนี้ ได้บังเกิดในตระกูลที่สมบูรณ์ด้วยสมบัติในกรุงสาวัตถี ดำรงอยู่ในเพศฆราวาส.
วันหนึ่งได้ฟังพระธรรมเทศนาของพระศาสดาแล้ว ได้มีศรัทธาบวชแล้ว ไม่นานนักก็ได้เป็นพระอรหันต์.
วันหนึ่ง ท่านได้ระลึกถึงกุศลกรรมที่ตนกระทำไว้ได้เกิดความโสมนัสใจ เมื่อจะประกาศถึงเรื่องราวที่ตนเคยได้ประพฤติมาแล้วในกาลก่อน จึงกล่าวคำเริ่มต้นว่า โอเรน หิมวนฺตสฺส ดังนี้.
บรรดาบทเหล่านั้น บทว่าโอเรน ความว่า ภายใต้ส่วนอื่นแห่งภูเขาหิมวันต์.
คำนั้นเป็นตติยาวิภัตติลงในอรรถแห่งสัตตมีวิภัตติ ได้แก่ ในทิสาภาคภายใต้.
บทว่า นทิกา สมฺปวตฺตถ ความว่า แม้น้ำสายหนึ่งซึ่งไม่ปรากฏชื่อไหลเป็นไป คือได้หลั่งไหลไปเป็นสายด้วยดี.
บทว่า สตฺสา จานุปเขตฺตมฺหิ ความว่า ในเขตใกล้แม่น้ำนั้น คือใกล้ฝั่ง.
บทว่า สยมฺภู วสเต ตทา ความว่า ในคราวใด เราเอาบัลลังก์แก้วมณีบูชา ในคราวนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้ามิได้มีอาจารย์ ทรงเป็นพระพุทธเจ้าด้วยพระองค์เองทีเดียวประทับอยู่.
บทว่า มณี ในบทว่า มณึ ปคฺคยฺห ปลฺลงฺกํ นี้มีวิเคราะห์ว่า
ชื่อว่ามณี เพราะทำให้เกิดความดีใจ คือทำความโสมนัสใจให้.
อีกอย่างหนึ่ง ชื่อว่ามณี เพราะนับประมาณค่า ทำให้เป็นเครื่องอาภรณ์.
อีกอย่างหนึ่ง ชื่อว่ามณี เพราะอิสรชนมีพระราชาและพระยุพราชเป็นต้น ถึงแม้จะตายก็ไม่ยอมสละแก้วมณีนั้น คือย่อมทำสงครามกันเพื่อต้องการแก้วมณีอันนั้น.
อธิบายว่า เราได้ประคองบัลลังก์ที่ทำด้วยแก้วมณีอันน่ารื่นรมย์ใจวิจิตรงดงามอย่างดีนั้น ยกขึ้นบูชาแด่พระพุทธเจ้าผู้ประเสริฐ.
คำที่เหลือทั้งหมดนั้นมีเนื้อความง่ายทั้งนั้นแล. จบอรรถกถามณิปูชกเถราปทาน -----------------------------------------------------