อ่านตัวบท · ไม่ตีความ

คลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

ฉบับแสดงอรรถกถา
ฉบับหลวง · ทั้งหมด · ตำแหน่งที่กำลังอ่าน ข้อ ๑๙

๗. อุปเสนวังคันตปุตตเถราปทาน (๑๗)

ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๑๙พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ 1 ข้อ / พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง 1 ข้อ / พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ 11 ข้อ4 ฉบับเทียบฉบับได้ข้อต่อข้อ

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง


บาลีและคำแปล

ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

สตฺตมํ อุปเสนวงฺคนฺตปุตฺตตฺเถราปทานํ (๑๗)

พระไตรปิฎก เล่มที่ ๓๒ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๒๔ ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ อุปเสนวังคันตปุตตเถราปทานที่ ๗ (๑๗) ว่าด้วยผลแห่งการถวายดอกกัณณิการ์

ข้อ ๑๙

|๑๙.๘๖| ปทุมุตฺตรํ ภควนฺตํ โลกเชฏฺฐํ นราสภํ ปพฺภารมฺหิ นิสินฺนํ ตํ อุปคญฺฉึ นรุตฺตมํ ฯ |๑๙.๘๗| กณิการํ ปุปฺผิตํ ทิสฺวา วณฺเฏ เฉตฺวาน ตํ ตทา อลงฺกริตฺวา ฉตฺตมฺหิ พุทฺธสฺส อภิโรปยึ ฯ |๑๙.๘๘| ปิณฺฑปาตญฺจ ปาทาสึ ปรมนฺนํ สุโภชนํ พุทฺเธน นวเม ตตฺถ สมเณ อฏฺฐ โภชยี ฯ |๑๙.๘๙| อนุโมทิ มหาวีโร สยมฺภู อคฺคปุคฺคโล อิมินา ฉตฺตทาเนน ปรมนฺนปเวจฺฉนา ฯ |๑๙.๙๐| เตน จิตฺตปฺปสาเทน สมฺปตฺตึ อนุโภสฺสสิ ตึสกฺขตฺตุํ จ เทวินฺโท เทวรชฺชํ กริสฺสติ ฯ |๑๙.๙๑| เอกวีสติกฺขตฺตุํ จ จกฺกวตฺติ ภวิสฺสติ ปเทสรชฺชํ วิปุลํ คณนาโต อสงฺขยํ ฯ |๑๙.๙๒| ยํ วทนฺติ สุเมโธติ ภูริปญฺญํ สุเมธสํ กปฺเปโต สตสหสฺเส โอกฺกากกุลสมฺภโว ฯ |๑๙.๙๓| โคตโม นาม โคตฺเตน เอโส พุทฺโธ ภวิสฺสติ สาสเน ทิปฺปมานมฺหิ มนุสฺสตฺตํ คมิสฺสติ ฯ |๑๙.๙๔| อุปเสโนติ นาเมน เหสฺสติ สตฺถุสาวโก จริมํ วตฺตเต มยฺหํ ภวา สพฺเพ สมูหตา ธาเรมิ อนฺติมํ เทหํ เชตฺวา มารํ สวาหนํ ฯ |๑๙.๙๕| ปฏิสมฺภิทา จตสฺโส วิโมกฺขาปิจ อฏฺฐิเม ฉฬภิญฺญา สจฺฉิกตา กตํ พุทฺธสฺส สาสนนฺติ ฯ อิตฺถํ สุทํ อายสฺมา อุปเสโน วงฺคนฺตปุตฺโต เถโร อิมา คาถาโย อภาสิตฺถาติ ฯ อุปเสนวงฺคนฺตปุตฺตตฺเถรสฺส อปทานํ สมตฺตํ ฯ ตติยภาณวารํ นิฏฺฐิตํ ฯ

เราได้เข้าเฝ้าพระผู้มีพระภาค พระนามว่าปทุมุตระเชษฐบุรุษของโลก เป็น นระผู้ประเสริฐ สูงสุดกว่านระ ประทับนั่งอยู่ที่เงื้อมเขา เวลานั้นเราได้ เห็นดอกกัณณิการ์กำลังบานจึงเด็ดขั้วมันแล้ว เอามาประดับที่ฉัตร โปรย (กั้น) ถวายแด่พระพุทธเจ้า และเราได้ถวายบิณฑบาตมีข้าวชั้นพิเศษ ที่จัดว่าเป็นโภชนะอย่างดี ได้นิมนต์พระ ๘ รูป เป็น ๙ รูป ทั้งพระ พุทธเจ้าให้ฉันที่บริเวณนั้น พระสยัมภูมหาวีรเจ้าผู้เป็นบุคคลผู้เลิศ ทรง อนุโมทนาว่า ด้วยการถวายฉัตรนี้ (และ) ด้วยจิตอันเลื่อมใสในการ ถวายข้าวชั้นพิเศษนั้น ท่านจักได้เสวยสมบัติ จักเป็นจอมเทวดาเสวย เทวรัชสมบัติ ๓๐ ครั้ง และจักได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิ ๒๑ ครั้ง จักได้ เป็นพระเจ้าประเทศราชอันไพบูลย์ โดยคณานับไม่ถ้วนในแสนกัลปแต่ กัลปนี้ วงศ์พระเจ้าโอกกากราชจักสมภพ ดาบสผู้มีปัญญากว้างขวางเสมอ ด้วยแผ่นดิน มีปัญญาดี มหาชนเรียกว่าสุเมธ จักเป็นพระพุทธเจ้าพระ นามว่าโคดมโดยพระโคตร เมื่อพระศาสนากำลังรุ่งเรือง ผู้นี้จักถึงความเป็น มนุษย์จักได้เป็นสาวกของพระศาสดา มีนามว่าอุปเสนะ เมื่อกาลเป็นไป ถึงที่สุด เราถอนภพได้ทั้งหมด เราชนะมารพร้อมทั้งพาหนะแล้ว ทรง กายอันเป็นที่สุดไว้ คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และ อภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งชัดแล้ว พระพุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้ว ฉะนี้แล. ทราบว่า ท่านพระอุปเสนวังคันตปุตตเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล. จบ อุปเสนวังคันตปุตตเถราปทาน. จบ ภาณวารที่ ๓. -----------------------------------------------------

ฉบับมหาจุฬาฯ

ชั้นตัวบทพุทธพจน์

หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องตรงกันทั้งสองฉบับ

เปิดหน้าของฉบับนี้

ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

๗. อุปเสนวังคันตปุตตเถราปทาน ประวัติในอดีตชาติของพระอุปเสนวังคันตบุตรเถระ (พระอุปเสนวังคันตบุตรเถระ เมื่อจะประกาศประวัติในอดีตชาติของตน จึงกล่าวว่า)

ข้อ ๘๖

ข้าพเจ้าได้เข้าเฝ้าพระผู้มีพระภาคพระนามว่าปทุมุตตระ ผู้เจริญที่สุดในโลก ผู้องอาจกว่านรชน ผู้สูงสุดแห่งนรชนพระองค์นั้น ประทับนั่งอยู่ ณ เงื้อมเขา

ข้อ ๘๗

ครั้งนั้น ข้าพเจ้าได้เห็นดอกกรรณิการ์กำลังบาน จึงเด็ดขั้วดอกกรรณิการ์นั้นมาประดับฉัตรแล้ว บูชาพระพุทธเจ้า

ข้อ ๘๘

ข้าพเจ้าได้ถวายอาหารบิณฑบาต เป็นข้าวสุกชั้นพิเศษ จัดว่าเป็นโภชนะชั้นดี ได้นิมนต์สมณะ ๘ รูป เป็น ๙ รูปรวมทั้งพระพุทธเจ้า ให้ฉัน ณ สถานที่วิเวกนั้น

ข้อ ๘๙

พระผู้มีพระภาคผู้ทรงมีความเพียรมาก ผู้เป็นพระสยัมภู ทรงเป็นบุคคลผู้เลิศ ทรงอนุโมทนาว่า ด้วยการถวายฉัตรและการถวายข้าวสุกชั้นดีนี้

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๒ หน้า : ๑๑๔}

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๒. สีหาสนิยวรรค] ๗. อุปเสนวังคันตปุตตเถราปทาน

ข้อ ๙๐

ด้วยจิตที่เลื่อมใสนั้น ท่านจักได้เสวยสมบัติ เขาจักเป็นจอมเทพ ครองเทวสมบัติ ๓๖ ชาติ

ข้อ ๙๑

จักเป็นพระเจ้าจักรพรรดิ ๒๑ ชาติ จักเป็นพระเจ้าประเทศราชอันไพบูลย์นับชาติไม่ถ้วน

ข้อ ๙๒

เหล่าบัณฑิต เรียกผู้มีปัญญาเหมือนแผ่นดิน มีปัญญาดีว่าสุเมธะ ในกัปที่ ๑๐๐,๐๐๐ (นับจากกัปนี้ไป) ผู้นั้นจักสมภพในราชตระกูลโอกกากราช

ข้อ ๙๓

ผู้นั้นจักเป็นพระพุทธเจ้าพระนามว่าโคดม ตามพระโคตร เมื่อศาสนารุ่งเรืองอยู่ เขาจักไปเกิดเป็นมนุษย์

ข้อ ๙๔

จักมีนามว่าอุปเสนะ เป็นสาวกของพระศาสดา จักดำรงอยู่ในตำแหน่งอันเลิศ เพราะเป็นผู้ทำให้ประชาชนรอบด้านเลื่อมใส

ข้อ ๙๕

อัตภาพสุดท้ายของข้าพเจ้ายังเป็นไปอยู่ ภพทั้งปวงข้าพเจ้าก็ถอนได้แล้ว ข้าพเจ้าชนะมารพร้อมทั้งพาหนะ(คือเสนามาร)แล้ว ทรงร่างกายซึ่งมีในภพสุดท้ายอยู่

ข้อ ๙๖

คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ ข้าพเจ้าได้ทำให้แจ้งแล้ว คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ข้าพเจ้าก็ได้ทำสำเร็จแล้ว ดังนี้แล ได้ทราบว่า ท่านพระอุปเสนวังคันตบุตรเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้อุปเสนวังคันตปุตตเถราปทานที่ ๗ จบ ภาณวารที่ ๓ จบ @เชิงอรรถ : @ คาถาที่ ๙๒-๙๓ แปลตามฉบับพม่าและ ขุ.เถร.อ. ๒/๒๒๕, ดูข้อ ๑๐๕ ถัดไปด้วย

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๒ หน้า : ๑๑๕}

อรรถกถา

ชั้นตัวบทอรรถกถาอธิบายพระไตรปิฎกเปิดหน้าของฉบับนี้

ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

๑๗. อรรถกถาอุปเสนวังคันตปุตตเถราปทาน

อปทานของท่านพระอุปเสนวังคันตปุตตเถระ มีคำเริ่มต้นว่า ปทุมุตฺตรํ ภควนฺตํ ดังนี้.

พระเถระแม้นี้ได้บำเพ็ญบุญญาธิการในพระพุทธเจ้าองค์ก่อนๆ สั่งสมบุญอันเป็นอุปนิสัยของพระนิพพานในภพนั้นๆในกาลแห่งพระผู้มีพระภาคเจ้าทรงพระนามว่าปทุมุตตระ บังเกิดในเรือนมีตระกูลในหังสวดีนคร เจริญวัยแล้วไปยังสำนักพระศาสดาฟังธรรมเห็นพระศาสดาทรงตั้งภิกษุรูปหนึ่งไว้ในตำแหน่งอันเลิศกว่าภิกษุผู้น่าเลื่อมใสทั้งหลาย กระทำกรรมคือการดูแลพระศาสดา ปรารถนาตำแหน่งนั้นบำเพ็ญกุศลจนตลอดชีวิต ท่องเที่ยวไปในเทวดาและมนุษย์ทั่งหลาย บังเกิดในครรภ์ของนางรูปสารีพราหมณี ในนาลันทคาม ในพุทธกาลนี้.

ท่านได้นามว่าอุปเสนะ. ท่านเจริญวัยแล้ว เรียนจบเวท ๓ ฟังธรรมในสำนักพระศาสดา กลับได้ศรัทธาบวชแล้ว มีพรรษาเดียวโดยอุปสมบทคิดว่าเราจะยังห้องแห่งพระอริยะให้เจริญ จึงให้กุลบุตรคนหนึ่งบวชในสำนักของตน แล้วไปเฝ้าพระศาสดากับกุลบุตรนั้น. ก็แลพระศาสดาทรงสดับว่า ภิกษุนั้นเป็นสัทธิวิหาริกของเธอผู้ไม่มีพรรษานั้น จึงทรงติเตียนว่า ดูก่อนโมฆบุรุษ เธอเป็นผู้เวียนมาเพื่อความมักมากเกินไปแลท่านคิดว่า บัดนี้ถ้าเราอาศัยบริษัทถูกพระศาสดาทรงติเตียน แต่เราจักอาศัยบริษัทนั้นแหละทำความเลื่อมใสในพระศาสดา ดังนี้แล้วจึงบำเพ็ญวิปัสสนา ไม่ช้านักก็บรรลุพระอรหัต.

ก็ท่านเป็นพระอรหันต์ สมาทานประพฤติธุดงคธรรมทั้งหมดแม้ด้วยตนเอง. ทั้งชวนผู้อื่นให้สมาทานเพื่อธุดงคธรรมนั้นด้วย. ด้วยเหตุนี้ พระผู้มีพระภาคเจ้าจึงทรงตั้งท่านไว้ในตำแหน่งอันเลิศแห่งภิกษุทั้งหลายผู้น่าเลื่อมใส.

ท่านอันภิกษุรูปหนึ่งประสงค์จะเว้นการทะเลาะกันถามว่า บัดนี้ความทะเลาะเกิดขึ้นแล้ว ภิกษุสงฆ์แตกเป็นสองพวก เราจะพึงปฏิบัติอย่างไรหนอ จึงแสดงข้อปฏิบัติแก่ท่านจำเดิมแต่การอยู่สงัด. พระเถระแสดงภาวะที่ตนปฏิบัติอย่างนั้น ด้วยการแสดงอ้างถึงการให้โอวาทแก่ภิกษุนั้น จึงพยากรณ์พระอรหัตผลด้วยประการฉะนี้.

ท่านได้ตำแหน่งเอตทัคคะอย่างนี้แล้ว ระลึกถึงบุพกรรมของตน เมื่อจะประกาศอปทานแห่งบุพจริยาด้วยอำนาจโสมนัส จึงกล่าวคำมีอาทิว่า ปทุมุตฺตรํ ภควนตํ ดังนี้.

บทว่า ปพฺภารมฺหิ นิสีทนฺตํ ความว่า เข้าไปเฝ้ายังที่ใกล้พระผู้มีพระภาคเจ้า ผู้ประทับนั่งที่เงื้อมเขาอันเกิดเอง ในท่ามกลางป่า ผู้สูงสุดกว่านระ ผู้ปรารถนาเงื้อมเขาที่ชื่อว่าน้อมไป โอนไป สู่ภาระข้างหน้าว่าเป็นสถานวิเวก.

บทว่า กณิการปุปฺผํ ทิสฺวา ความว่า เมื่อเข้าไปใกล้เช่นนั้น เห็นดอกกรรณิการ์บานสะพรั่งอยู่ในประเทศนั้น. บทว่า วณฺเฏ เฉตฺวานหํ ตทา ความว่า เด็ดดอกไม้นั้นที่ขั้วคือที่ก้านให้ขาด ในกาลที่พระตถาคตประทับอยู่นั้น.

คำว่า อลงฺกริตฺวาน ฉตฺตมฺหิ ความว่า ทำฉัตรให้สำเร็จด้วยดอกไม้นั้น.

บทว่า พุทฺธสฺส อภิโรปยึ ความว่า ได้ยกขึ้นกั้นไว้เบื้องบนพระเศียรของพระพุทธเจ้าผู้ประทับอยู่.

บทว่า ปิณฺฑปาตญฺจ ปาทาสึ ความว่า ได้ถวายบิณฑบาตแด่พระผู้มีพระภาคเจ้า ผู้ประทับอยู่ ณ ที่นั้นนั่นแลให้เสวยโดยประการทั่วถึง.

บทว่า ปรมนฺนํ สุโภชนํ ความว่า เป็นข้าวปรุงด้วยน้ำนม คือเป็นอาหารอันสงสุด กล่าวคือโภชนะอย่างดี

บทว่า พุทฺธน นวเม ตตฺถ ความว่า เราได้นิมนต์พระสมณะคือผู้ลอยบาป ได้แก่ภิกษุผู้ขีณาสพ ๘ รูป พร้อมด้วยพระพุทธเจ้าเป็นที่ ๙ ให้ฉันในที่อันสงัดนั้น.

บทว่า ยํ วทนฺติ สุเมโธ ความว่า ซึ่งพระสัมมาสัมพุทธเจ้าผู้โคตมะ ผู้มีปัญญาดังแผ่นดิน (กว้างขวาง) คือผู้มีปัญญาเสมอด้วยแผ่นดิน คือผู้มีปัญญาดีงาม ผู้มีปัญญามีสัพพัญญุตสญาณเป็นต้น. บัณฑิตทั้งหลายกล่าวว่า สุเมโธ แปลว่า ผู้มีปัญญาดี สุนฺทรปญฺโญ ผู้มีปัญญางาม เชื่อมความว่า ท่านผู้นี้จักเป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระนามว่า โคตมะ. ในแสนกัปนับแต่กัปนี้.

คำที่เหลือมีเนื้อความรู้ได้ง่ายทั้งนั้นแล. จบอรรถกถาอุปเสนวังคันตปุตตเถราปทาน -----------------------------------------------------

ฉบับที่ใช้และสัญญาอนุญาต

พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ

pli-siamrath · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ฉบับสยามรัฐ จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๔๖๘–๒๔๗๑ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมายhttps://84000.org/tipitaka/pali/

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง

th-chabab-luang · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๔

ฉบับหลวง จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๕๑๔ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมายhttps://84000.org/tipitaka/

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ

th-mahachula · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ผู้ดำเนินการแจ้ง ๒๕ ส.ค. ๖๙ ว่าได้รับอนุญาตจากมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยให้เผยแพร่ตัวบทฉบับนี้ · **เป็นคำยืนยันด้วยวาจา ยังไม่มีหนังสืออนุญาตประกอบ** ⇒ ฐานของการเผยแพร่คือวินิจฉัยของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่หลักฐานเอกสารและไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย · ข้อเท็จจริงที่ยังเป็นจริง: จัดพิมพ์ พ.ศ. ๒๕๓๙ งานที่นิติบุคคลเป็นเจ้าของคุ้มครอง ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา (พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒) ถึงราว พ.ศ. ๒๕๘๙ — การอนุญาตจึงจำเป็นและต้องเก็บเอกสารไว้ให้ได้docs/legal/PERMISSIONS.md#มจร

อรรถกถาแปลไทย

th-attha-84000 · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ผู้ดำเนินการแจ้ง ๒๕ ส.ค. ๖๙ ว่าได้รับอนุญาตให้เผยแพร่ตัวบทชุดนี้ · **เป็นคำยืนยันด้วยวาจา ยังไม่มีเอกสารประกอบ** ⇒ ฐานของการเผยแพร่คือวินิจฉัยของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่หลักฐานเอกสาร · สิ่งที่ยังไม่รู้และไม่ได้หายไปเพราะการอนุญาต: **หน้าเว็บไม่ระบุผู้แปล ผู้จัดพิมพ์ หรือปี** จึงยังไม่รู้ว่าเป็นฉบับพิมพ์ของใคร (ที่เชื่อกันคือชุดมหามกุฏราชวิทยาลัย ๙๑ เล่ม ราว พ.ศ. ๒๕๒๕) — การอนุญาตครอบคลุมใครและอะไร จึงยังระบุไม่ได้จนกว่าจะได้เอกสารdocs/legal/PERMISSIONS.md#อรรถกถา