๔. อโสกปูชกเถราปทาน (๑๙๔)
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
บาลีและคำแปล
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
จตุตฺถํ อโสกปูชกตฺเถราปทานํ (๑๙๔)
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๓๒ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๒๔ ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ อโสกปูชกเถราปทานที่ ๔ (๑๙๔) ว่าด้วยผลแห่งการบูชาด้วยดอกอโศก
|๑๙๖.๑๗| ติปุรายํ ปุเร รมฺเม ราชุยฺยานํ อหุ ตทา อุยฺยานปาโล ตตฺถาสึ รญฺโญ ปฏฺฐจโร อหํ ฯ |๑๙๖.๑๘| ปทุโม นาม นาเมน สยมฺภู สปฺปโต อหุ นิสินฺนํ ปุณฺฑรีกมฺหิ ฉายา น ชหิตํ มุนึ ฯ |๑๙๖.๑๙| อโสกํ ปุปฺผิตํ ทิสฺวา ปิณฺฑิภารํ สุทสฺสนํ พุทฺธสฺส อภิโรเปสึ ชลชุตฺตมนามิโน ฯ |๑๙๖.๒๐| จตุนวุเต อิโต กปฺเป ยํ ปุปฺผํ อภิโรปยึ ทุคฺคตึ นาภิชานามิ พุทฺธปูชายิทํ ผลํ ฯ |๑๙๖.๒๑| สตฺตติมฺหิ อิโต กปฺเป โสฬส อรณญฺชหา สตฺตรตนสมฺปนฺนา จกฺกวตฺตี มหพฺพลา ฯ |๑๙๖.๒๒| ปฏิสมฺภิทา จตสฺโส วิโมกฺขาปิจ อฏฺฐิเม ฉฬภิญฺญา สจฺฉิกตา กตํ พุทฺธสฺส สาสนนฺติ ฯ อิตฺถํ สุทํ อายสฺมา อโสกปูชโก เถโร อิมา คาถาโย อภาสิตฺถาติ ฯ อโสกปูชกตฺเถรสฺส อปทานํ สมตฺตํ ฯ
ในกาลนั้น มีพระราชอุทยานอยู่ในพระนครติปุระ อันน่ารื่นรมย์ เราเป็นคน รักษาพระราชอุทยานอยู่ในนครนั้น เป็นคนรับใช้ของพระราชา พระสยัมภู มีพระนามชื่อว่าปทุม เป็นง่อยเปลี้ย (สปฺปโต) พระฉายาไม่ละพระองค์ ผู้เป็นมุนี ซึ่งประทับนั่งบนดอกบัวขาว เราเห็นอโศก มีดอกบานเป็นกลุ่มๆ (พวงช่อ) น่าดูนัก จึง (หัก) บูชาแด่พระพุทธเจ้าพระนามว่าปทุม ผู้อุดม ในกัลปที่ ๙๔ แต่กัลปนี้ เราได้บูชาพระพุทธเจ้าด้วยดอกไม้ใด ด้วยการ บูชานั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งพุทธบูชา ในกัลปที่ ๗๐ แต่ กัลปนี้ ได้มีพระเจ้าจักรพรรดิ ๑๖ พระองค์ ทรงพระนามว่าอรณัญชหะ สมบูรณ์ด้วยแก้ว ๗ ประการ มีพลมาก คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งชัดแล้ว พระพุทธศาสนาเรา ได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้. ทราบว่า ท่านพระอโสกปูชกเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล. จบ อโสกปูชกเถราปทาน.
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องตรงกันทั้งสองฉบับ
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๒๐. ตมาลปุปผิยวรรค] ๔. อโสกปูชกเถราปทาน ๔. อโสกปูชกเถราปทาน ประวัติในอดีตชาติของพระอโสกปูชกเถระ (พระอโสกปูชกเถระ เมื่อจะประกาศประวัติในอดีตชาติของตน จึงกล่าวว่า)
ครั้งนั้น ได้มีพระราชอุทยานอยู่ในนครติปุระ น่ารื่นรมย์ ข้าพเจ้าเป็นคนรักษาพระราชอุทยานอยู่ในนครนั้น เป็นคนรับใช้ของพระราชา
ได้มีพระสยัมภูพุทธเจ้า ผู้มีพระรัศมี พระนามว่าปทุมะ พระฉายาไม่ละพระองค์ผู้เป็นมุนี ผู้ประทับนั่งอยู่บนดอกบัวขาว
ข้าพเจ้าเห็นต้นอโศกมีดอกบานเป็นพวง น่าดูนัก จึงบูชาพระพุทธเจ้าพระนามว่าปทุมุตตระ ผู้ประเสริฐ
ในกัปที่ ๙๔ นับจากกัปนี้ไป ข้าพเจ้าได้ใช้ดอกไม้บูชาไว้ จึงไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งการบูชาพระพุทธเจ้า
ในกัปที่ ๗๐ นับจากกัปนี้ไป ได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิ ๑๖ ชาติ พระนามว่าอรณัญชหะ สมบูรณ์ด้วยรัตนะ ๗ ประการ มีพลานุภาพมาก
คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ ข้าพเจ้าได้ทำให้แจ้งแล้ว คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ข้าพเจ้าก็ได้ทำสำเร็จแล้ว ดังนี้แล ได้ทราบว่า ท่านพระอโสกปูชกเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้อโสกปูชกเถราปทานที่ ๔ จบ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๒ หน้า : ๓๖๑}
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๑๙๔. อรรถกถาอโสกปูชกเถราปทาน
พึงทราบอปทานของท่านพระเถระรูปที่ ๔ ดังต่อไปนี้ :-
บทว่า รญฺโญ ปฏฺฐจโร อหํ ความว่า เราได้เป็นคนรับใช้ คือเป็นคนทำงานของพระราชา (ข้าราชการ).
บทว่า ชลชุตฺตมนามิโน ความว่า ดอกไม้ที่เกิดในชลธารคือในน้ำ ชื่อว่าชลชะ.
ดอกไม้ชนิดนั้นทำไมถึงชื่อว่าดอกปทุม เพราะพระผู้มีพระภาคเจ้าพระนามว่าปทุมุตตระ มีพระนามเสมอด้วยดอกปทุม.
อีกอย่างหนึ่ง มีอธิบายว่า เพราะพระผู้มีพระภาคเจ้ามีพระนามว่าปทุมะ ซึ่งเป็นดอกไม้สูงสุด. จบอรรถกถาอโสกปูชกเถราปทาน -----------------------------------------------------