อ่านตัวบท · ไม่ตีความ

คลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

ฉบับแสดงอรรถกถา
ฉบับหลวง · ทั้งหมด · ตำแหน่งที่กำลังอ่าน ข้อ ๒๒

๑๐. สุมังคลเถราปทาน (๒๐)

ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๒๒พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ 1 ข้อ / พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง 1 ข้อ / พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ 17 ข้อ4 ฉบับเทียบฉบับได้ข้อต่อข้อ

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง


บาลีและคำแปล

ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

ทสมํ สุมงฺคลตฺเถราปทานํ (๒๐)

พระไตรปิฎก เล่มที่ ๓๒ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๒๔ ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ สุมังคลเถราปทานที่ ๑๐ (๒๐) ว่าด้วยผลแห่งการถวายอาหาร

ข้อ ๒๒

|๒๒.๑๒๓| อาหุตึ ยิฏฺฐุกาโมหํ ปฏิยาเทตฺวาน โภชนํ พฺราหฺมเณ ปฏิมาเนนฺโต วิสาเล มาฬเก ฐิโต ฯ |๒๒.๑๒๔| อถทฺทสาสึ สมฺพุทฺธํ ปิยทสฺสึ มหายสํ สพฺพโลกํ วิเนตารํ สยมฺภุํ อคฺคปุคฺคลํ ฯ |๒๒.๑๒๕| ภควนฺตํ ชุติมนฺตํ สาวเกหิ ปุรกฺขตํ อาทิจฺจมิว โรจนฺตํ รถิยํ ปฏิปนฺนกํ ฯ |๒๒.๑๒๖| อญฺชลึ ปคฺคเหตฺวาน สกํ จิตฺตํ ปสาทยึ มนสาว นิมนฺเตสึ อาคจฺฉตุ มหามุนิ ฯ |๒๒.๑๒๗| มม สงฺกปฺปมญฺญาย สตฺถา โลเก อนุตฺตโร ขีณาสวสหสฺเสหิ มม ทฺวารํ อุปาคมิ ฯ |๒๒.๑๒๘| นโม เต ปุริสาชญฺญ นโม เต ปุริสุตฺตม ปาสาทํ อภิรูหิตฺวา สีหาสเน นิสีทตุ ฯ |๒๒.๑๒๙| ทนฺโต ทนฺตปริวาโร ติณฺโณ ตารยตํ วโร ปาสาทํ อภิรูหิตฺวา นิสีทิ ปวราสเน ฯ |๒๒.๑๓๐| ยํ เม อตฺถิ สเก เคเห อามิสํ ปจฺจุปฏฺฐิตํ ตาหํ พุทฺธสฺส ปาทาสึ ปสนฺโน เสหิ ปาณิภิ ฯ |๒๒.๑๓๑| ปสนฺนจิตฺโต สุมโน เวทชาโต กตญฺชลี พุทฺธเสฏฺฐํ นมสฺสามิ อโห พุทฺธสฺสุฬารตา ฯ |๒๒.๑๓๒| อฏฺฐนฺนํ ปยิรุปาสตํ ภุญฺชํ ขีณาสวา พหู ตุยฺเหเวโส อานุภาโว สรณนฺตํ อุเปมหํ ฯ |๒๒.๑๓๓| ปิยทสฺสี จ ภควา โลกเชฏฺโฐ นราสโภ ภิกฺขุสงฺเฆ นิสีทิตฺวา อิมา คาถา อภาสถ ฯ |๒๒.๑๓๔| โย โส สงฺฆํ อโภเชสิ อุชุภูตํ สมาหิตํ ตถาคตญฺจ สมฺพุทฺธํ สุณาถ มม ภาสโต ฯ |๒๒.๑๓๕| สตฺตวีสติกฺขตฺตุํ โส เทวรชฺชํ กริสฺสติ สกกมฺมาภิรทฺโธ โส เทวโลเก รมิสฺสติ ฯ |๒๒.๑๓๖| ทส จ อฏฺฐกฺขตฺตุํ โส จกฺกวตฺติ ภวิสฺสติ ปฐพฺยา รชฺชํ ปญฺจสตํ วสุธํ อาวสิสฺสติ ฯ |๒๒.๑๓๗| อรญฺญํ วนโมคฺคยฺห กานนํ พฺยคฺฆเสวิตํ ปธานํ ปทหิตฺวาน กิเลสา ฌาปิตา มยา ฯ |๒๒.๑๓๘| อฏฺฐารเส กปฺปสเต ยํ ทานมททึ ตทา ทุคฺคตึ นาภชานามิ ภตฺตทานสฺสิทํ ผลํ ฯ |๒๒.๑๓๙| ปฏิสมฺภิทา จตสฺโส วิโมกฺขาปิจ อฏฺฐิเม ฉฬภิญฺญา สจฺฉิกตา กตํ พุทฺธสฺส สาสนนฺติ ฯ อิตฺถํ สุทํ อายสฺมา สุมงฺคโล เถโร อิมา คาถาโย อภาสิตฺถาติ ฯ สุมงฺคลตฺเถรสฺส อปทานํ สมตฺตํ ฯ อุทฺทานํ สีหาสนี เอกตฺถมฺภี นนฺโท จ จุลฺลปนฺถโก ปิลินฺทราหุโล เจว วงฺคนฺโต รฏฺฐปาลโก ฯ โสปาโก มงฺคโล เจว ทเสว ทุติเย วคฺเค สตญฺจ สตฺตตึสา จ คาถา เจตฺถ ปกาสิตา ฯ สีหาสนิยวคฺโค ทุติโย ฯ -----------

เราประสงค์จะบูชาเครื่องเซ่นสรวง จึงให้ตกแต่งโภชนาหารยืนอยู่ที่โรง- ใหญ่ คอยต้อนรับพราหมณ์ทั้งหลาย ครั้งนั้นเราได้เห็นพระผู้มีพระภาค สัมพุทธเจ้า พระนามว่าปิยทัสสีทรงมียศมาก ทรงนำโลกทั้งปวงให้วิเศษ เป็นสยัมภูอัครบุคคลผู้โชติช่วง อันพระสาวกทั้งหลายแวดล้อม รุ่งเรือง ดังพระอาทิตย์ เสด็จดำเนินไปในถนน จึงประนมอัญชลียังจิตของตนให้ เลื่อมใส นิมนต์ด้วยใจเท่านั้นว่า ขอเชิญพระมหามุนีเสด็จมา พระ ศาสดาผู้ยอดเยี่ยมในโลก ทรงทราบความดำริของเราเสด็จมาสู่ประตู (เรือน) เรากับพระขีณาสพหนึ่งพัน (เราทูลว่า) ขอนอบน้อมแด่พระองค์ผู้บุรุษ อาชาไนย ขอนอบน้อมแด่พระองค์ผู้อุดมบุรุษ ขอเชิญเสด็จขึ้นปราสาท ประทับนั่งบนอาสนะอันอุดมเถิด พระเจ้าข้า พระผู้มีพระภาคทรงฝึกพระ องค์แล้ว มีบริวารอันฝึกแล้วทรงข้ามพ้นแล้ว ประเสริฐกว่าบรรดาผู้ข้าม เสด็จขึ้นปราสาทแล้ว ประทับนั่งบนอาสนะอันประเสริฐ อามิสใดที่เรา รวบรวมไว้อันมีอยู่ในเรือนตน เรามีจิตเลื่อมใส ได้ถวายอามิสนั้น แด่ พระพุทธเจ้าด้วยมือทั้งสองของตนโดยเคารพ เรามีจิตเลื่อมใส มีใจ ผ่องแผ้ว เกิดโสมนัส ประนมอัญชลีนมัสการพระพุทธเจ้าผู้ประเสริฐสุด ว่า โอ พระพุทธเจ้าผู้ประเสริฐ ในระหว่างพระอริยบุคคล ๘ นั่งฉันอยู่ มีพระขีณาสพเป็นอันมาก อานุภาพนี้ของท่านทั้งหลาย เรานับถือพระผู้มี พระภาคนั้นเป็นสรณะ พระผู้มีพระภาคพระนามว่าปิยทัสสี เชษฐบุรุษ ของโลกประเสริฐกว่านระ ประทับนั่งในท่ามกลางภิกษุสงฆ์แล้วได้ตรัส พระคาถาเหล่านี้ว่า ผู้ใดได้นิมนต์สงฆ์ผู้ซื่อตรง มีจิตมั่นคง และพระ ตถาคตสัมพุทธเจ้าให้ฉัน เราจักพยากรณ์ผู้นั้น ท่านทั้งหลายจงฟังเรา กล่าว ผู้นั้นจักได้เสวยเทวราชสมบัติ ๒๗ ครั้ง จักปรารภในกรรมของตน รื่นรมย์อยู่ในเทวโลก จักได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิ ๘๐ ครั้ง จักได้เป็น พระราชาในแผ่นดินครอบครองพสุธา ๕๐๐ ครั้ง เราเข้าป่าไพรวันอันสัตว์ ร้าย (เสือโคร่ง) อาศัยอยู่ เริ่มตั้งความเพียรแล้ว เผากิเลสได้ ในกัลป ที่ ๑๘๐๐ เราได้ให้ทานใดในเวลานั้น ด้วยผลแห่งทานนั้น เราไม่รู้ทุคติ เลย นี้เป็นผลแห่งการถวายอาหาร คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งชัดแล้ว พระพุทธศาสนาเราได้ ทำเสร็จแล้ว ฉะนี้แล. ทราบว่า ท่านพระสุมังคลเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล. จบ สุมังคลเถราปทาน ----------------------------------------------------- รวมอปทานที่มีในวรรคนี้ คือ ๑. สีหาสนทายกเถราปทาน ๒. เอกถัมภิกเถราปทาน ๓. นันทเถราปทาน ๔. จุลลปันถกเถราปทาน ๕. ปิลินทวัจฉเถราปทาน ๖. ราหุลเถราปทาน ๗. อุปเสนวังคันตปุตตเถราปทาน ๘. รัฏฐปาลเถราปทาน ๙. โสปากเถราปทาน ๑๐. สุมังคลเถราปทานในวรรคนี้ท่านประกาศคาถาไว้ ๑๓๗ คาถา. จบ สีหาสนิยวรรคที่ ๒. -----------------------------------------------------

ฉบับมหาจุฬาฯ

ชั้นตัวบทพุทธพจน์

หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องตรงกันทั้งสองฉบับ

เปิดหน้าของฉบับนี้

ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

๑๐. สุมังคลเถราปทาน ประวัติในอดีตชาติของพระสุมังคลเถระ (พระสุมังคลเถระ เมื่อจะประกาศประวัติในอดีตชาติของตน จึงกล่าวว่า)

ข้อ ๑๒๔

ข้าพเจ้าประสงค์จะถวายเครื่องบูชาสักการะ จึงให้จัดเตรียมโภชนาหาร ยืนต้อนรับพราหมณ์ทั้งหลายอยู่ที่โรงกว้างใหญ่

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๒ หน้า : ๑๑๙}

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๒. สีหาสนิยวรรค] ๑๐. สุมังคลเถราปทาน

ข้อ ๑๒๕

ครั้งนั้น ข้าพเจ้าได้เห็นพระผู้มีพระภาคสัมมาสัมพุทธเจ้า พระนามว่าปิยทัสสี ผู้มีพระยศยิ่งใหญ่ ผู้ทรงแนะนำสัตว์โลกทั้งปวงโดยวิเศษ ผู้เป็นพระสยัมภู ทรงเป็นบุคคลผู้เลิศ

ข้อ ๑๒๖

ผู้โชติช่วง มีหมู่สาวกห้อมล้อม รุ่งเรืองดังดวงอาทิตย์เสด็จพุทธดำเนินไปที่ถนน

ข้อ ๑๒๗

ข้าพเจ้าจึงประคองอัญชลี ทำจิตของตนให้เลื่อมใส ทูลนิมนต์ด้วยใจเท่านั้นว่า ขอเชิญพระมหามุนีเสด็จมาเถิด

ข้อ ๑๒๘

พระศาสดาผู้ยอดเยี่ยมในโลก ทรงทราบความดำริของข้าพเจ้าแล้ว ได้เสด็จมายังประตูเรือนของข้าพเจ้า พร้อมกับพระขีณาสพ ๑,๐๐๐ รูป

ข้อ ๑๒๙

ข้าแต่พระองค์ผู้เป็นบุรุษอาชาไนย ข้าพระองค์ขอนอบน้อมพระองค์ ข้าแต่พระองค์ผู้สูงสุดแห่งบุรุษ ข้าพระองค์ขอนอบน้อมพระองค์ ขอเชิญเสด็จขึ้นปราสาท ประทับนั่งบนอาสนะสูงสุดเถิด พระพุทธเจ้าข้า

ข้อ ๑๓๐

พระผู้มีพระภาคผู้ทรงฝึกพระองค์แล้ว มีบริวารที่ฝึกแล้ว ทรงข้ามพ้นแล้ว ประเสริฐกว่าเจ้าลัทธิทั้งหลาย เสด็จขึ้นปราสาทแล้ว ประทับนั่งบนอาสนะที่ประเสริฐ

ข้อ ๑๓๑

อามิสใดที่ข้าพเจ้าจัดเตรียมไว้ มีอยู่ในเรือนตน ข้าพเจ้าเป็นผู้เลื่อมใสได้ถวายอามิสนั้น แด่พระพุทธเจ้าด้วยมือทั้ง ๒ ของตน

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๒ หน้า : ๑๒๐}

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๒. สีหาสนิยวรรค] ๑๐. สุมังคลเถราปทาน

ข้อ ๑๓๒

ข้าพเจ้าเป็นผู้มีจิตเลื่อมใส มีใจยินดี เกิดโสมนัส จึงประนมมือ นอบน้อมพระพุทธเจ้าผู้ประเสริฐที่สุดว่า โอหนอ พระพุทธเจ้ายิ่งใหญ่จริงหนอ

ข้อ ๑๓๓

บรรดาพระอริยบุคคล ๘ ผู้นั่งฉันอยู่ มีพระขีณาสพจำนวนมาก นี้คืออานุภาพของพระองค์ ข้าพระองค์ขอถึงพระองค์ว่าเป็นสรณะ

ข้อ ๑๓๔

และพระผู้มีพระภาคพระนามว่าปิยทัสสี ผู้เจริญที่สุดในโลก ทรงองอาจกว่านรชน ประทับนั่งในท่ามกลางหมู่ภิกษุแล้วได้ตรัสพระคาถาเหล่านี้ว่า

ข้อ ๑๓๕

เราจักพยากรณ์ผู้ที่ได้นิมนต์พระสงฆ์ผู้ซื่อตรง มีจิตมั่นคงและพระตถาคตสัมมาสัมพุทธเจ้าให้ฉัน ท่านทั้งหลายจงฟังเรากล่าวเถิด

ข้อ ๑๓๖

ผู้นั้นจักครองเทวสมบัติ ๒๗ ชาติ เขาจักพอใจกรรมของตน รื่นรมย์อยู่ในเทวโลก

ข้อ ๑๓๗

ผู้นั้นจักเกิดเป็นพระเจ้าจักรพรรดิ ๑๘ ชาติ จักเป็นพระเจ้าแผ่นดินครองแผ่นดิน ๕๐๐ ชาติ

ข้อ ๑๓๘

กิเลสทั้งหลายอันข้าพเจ้าเข้าไปยังป่าดงทึบ ที่เสือโคร่งอาศัยอยู่ ตั้งความเพียร เผาได้แล้ว

ข้อ ๑๓๙

ในกัปที่ ๑๑๘ (นับจากกัปนี้ไป) ข้าพเจ้าได้ถวายทานไว้ในครั้งนั้น จึงไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งการถวายภัตตาหาร

ข้อ ๑๔๐

คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ ข้าพเจ้าได้ทำให้แจ้งแล้ว คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ข้าพเจ้าก็ได้ทำสำเร็จแล้ว ดังนี้แล ได้ทราบว่า ท่านพระสุมังคลเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้สุมังคลเถราปทานที่ ๑๐ จบ สีหาสนิยวรรคที่ ๒ จบบริบูรณ์

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๒ หน้า : ๑๒๑}

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๒. สีหาสนิยวรรค] รวมอปทานที่มีในวรรค รวมอปทานที่มีในวรรคนี้ คือ ๑. สีหาสนทายกเถราปทาน ๒. เอกถัมภิกเถราปทาน ๓. นันทเถราปทาน ๔. จูฬปันถกเถราปทาน ๕. ปิลินทวัจฉเถราปทาน ๖. ราหุลเถราปทาน ๗. อุปเสนวังคันตปุตตเถราปทาน ๘. รัฏฐปาลเถราปทาน ๙. โสปากเถราปทาน ๑๐. สุมังคลเถราปทาน ในวรรคที่ ๒ มี ๑๐ เรื่องเท่านั้น ในวรรคนี้ท่านประกาศคาถาไว้ ๑๓๘ คาถา

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๒ หน้า : ๑๒๒}

อรรถกถา

ชั้นตัวบทอรรถกถาอธิบายพระไตรปิฎกเปิดหน้าของฉบับนี้

ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

๒๐. อรรถกถาสุมังคลเถราปทาน

อปทานของท่านพระสุมังคลเถระมีคำเริ่มต้นว่า อาหุตึ ยิฏฺฐุกาโมหํ ดังนี้.

แม้ท่านสุมังคละนี้ได้บำเพ็ญบุญญาธิการในพระพุทธเจ้าองค์ก่อนๆ สั่งสมบุญทั้งหลายอันเป็นอุปนิสัยแห่งพระนิพพานในภพนั้นๆ ในกาลแห่งพระผู้มีพระภาคเจ้าพระนามว่าปิยทัสสี บังเกิดเป็นรุกขเทวดา.

วันหนึ่ง ท่านเห็นพระศาสดาทรงสรงสนาน มีจีวรผืนเดียวประทับยืน ถึงโสมนัสปรบมือ. ด้วยบุญนั้นท่านท่องเที่ยวไปในเทวดาและมนุษย์ ในพุทธุปบาทกาลนี้ บังเกิดในตระกูลแห่งคนเข็ญใจ ด้วยวิบากเครื่องไหลออกแห่งกรรมเช่นนั้น ในหมู่บ้านตำบลหนึ่ง ไม่ไกลแต่กรุงสาวัตถี.

ท่านได้มีชื่อว่า สุมังคละ ดังนี้. ท่านเจริญวัยแล้ว เป็นผู้มีเคียว มีไถ มีจอบอันเป็นสมบัติของคนค่อมเป็นบริขาร เลี้ยงชีพด้วยการไถ.

วันหนึ่ง เมื่อพระเจ้าปเสนทิโกศลทรงบำเพ็ญมหาทานให้เป็นไปแก่พระผู้มีพระภาคเจ้าและภิกษุสงฆ์ เขาถือหม้อนมส้มเดินรวมกันกับมนุษย์ทั้งหลายผู้ถือเอาเครื่องอุปกรณ์ทานเดินมา เห็นเครื่องสักการะและสัมมานะของพระผู้มีพระภาคเจ้า ของภิกษุทั้งหลาย จึงคิดว่าสมณศากยบุตรเหล่านี้นุ่งผ้าเนื้อละเอียด เสวยโภชนะดีๆ อยู่ในที่สงัดลม ไฉนหนอ แม้เราก็จะพึงบวช จึงเข้าไปหาพระเถระรูปหนึ่งแล้วแจ้งความประสงค์ของตน.

พระมหาเถระนั้นมีความกรุณาท่าน จึงให้ท่านบวชแล้วบอกกรรมฐาน.

ท่านอยู่ในป่าเบื่อหน่ายกระสันในที่อยู่ผู้เดียว ใคร่จะสึก จึงไปบ้านญาติ เห็นมนุษย์ในระหว่างทางต่างถกกระเบนไถนาอยู่ นุ่งผ้าปอนๆ มีร่างกายเปื้อนด้วยธุลีโดยรอบซูบซีดด้วยลมและแดดไถนาอยู่ จึงได้ความสังเวชว่า สัตว์เหล่านี้เสวยทุกข์มีชีวิตเป็นเครื่องหมายอย่างใหญ่หนอ.

ก็เพราะญาณของท่านแก่รอบ กรรมฐานตามที่ท่านถือเอา จึงปรากฏแก่ท่าน. ท่านเข้าไปยังโคนไม้แห่งหนึ่งได้ความสงัด มนสิการโดยแยบคายอยู่ เจริญวิปัสสนาก็บรรลุพระอรหัตตามลำดับแห่งมรรค.

ท่านบรรลุพระอรหัตผลอย่างนี้แล้ว ระลึกถึงบุพกรรมของตน เมื่อจะประกาศปุพพจริตาปทานด้วยอำนาจโสมนัส จึงกล่าวคำมีอาทิว่า อาหุตึ ยิฏฺฐุกาโมหํ ดังนี้.

บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า อาหุตึ ได้แก่ เครื่องอุปกรณ์บูชาและสักการะมิใช่น้อย มีข้าวและน้ำเป็นต้น.

บทว่า ยิฏฺฐุกาโม แปลว่า ผู้ใคร่เพื่อจะบูชา, ข้าพเจ้าเป็นผู้ใคร่จะให้ทาน.

บทว่า ปฏิยาเทตฺวาน โภชนํ ความว่า จัดแจงอาหารให้สำเร็จ.

บทว่า พฺราหฺมเณ ปฏิมาเนนฺโต ความว่า แสวงหาปฏิคาหกคือบรรพชิตผู้บริสุทธิ์.

บทว่า วิสาเล มาฬเก ฐิโต ความว่า ยืนอยู่ในโรงอันกว้างขวาง มีพื้นทรายขาวสะอาดน่ารื่นรมย์ยิ่ง.

บทว่า อถทฺทสาสึ สมฺพุทฺธํ เชื่อมความว่า เราได้เห็นพระสัมพุทธเจ้าทรงพระนามว่าปิยทัสสี ผู้มียศใหญ่ มีบริวารมาก ผู้แนะนำโลกทั้งปวง คือสัตว์โลกทั้งสิ้น คือนำไปโดยพิเศษ ให้สัตว์ถึงพระนิพพาน เป็นพระสยัมภูผู้เป็นเอง ผู้ไม่มีอาจารย์ ผู้เป็นบุคคลเลิศ เป็นบุคคลประเสริฐ เป็นผู้จำแนกแจกธรรม ผู้ประกอบด้วยคุณมีความเป็นผู้มีภคยธรรม มีความรุ่งเรือง สมบูรณ์ด้วยรัศมีมีสีเขียวและสีเหลืองเป็นต้น แวดล้อมไปด้วยสาวกทั้งหลาย รุ่งโรจน์งดงามเหมือนพระอาทิตย์ คือเหมือนพระสุริโยทัย ดำเนินไปในถนนคือในวิถี.

บทว่า อญฺชลึ ปคฺคเหตฺวาน ความว่า เราประคองวางหม้อน้ำไว้บนศีรษะประคองอัญชลี กระทำจิตใจของเราให้เลื่อมใส ในคุณของพระผู้มีพระภาคเจ้าผู้เป็นเช่นนี้.

อธิบายว่า ทำจิตให้เลื่อมใส.

บทว่า มนสา ว นิมนฺเตสึ แปลว่า ทูลอาราธนาด้วยใจ.

บทว่า อาคจฺฉตุ มหามุนิ ความว่า พระผู้มีพระภาคเจ้าเป็นผู้ควรแก่การบูชาในแผ่นดิน เป็นมุนี ขอเชิญเสด็จมาสู่นิเวศน์ของข้าพระองค์เถิด.

บทว่า มม สงฺกปฺปมญฺญาย ความว่า พระศาสดาไม่มีผู้ยิ่งกว่า คือเว้นจากผู้ยิ่งกว่าในโลก คือในสัตวโลก ทรงทราบความดำริแห่งจิตของเราแล้ว แวดล้อมด้วยพระขีณาสพ ๑,๐๐๐ องค์ คือพระอรหันต์ ๑,๐๐๐ องค์ เสด็จเข้าไปใกล้คือเสด็จถึงประตูของเรา คือประตูเรือนของเรา.

เราได้กระทำนมัสการอย่างนี้แด่พระศาสดาผู้ถึงพร้อมแล้วนั้น. ข้าแต่พระองค์ผู้บุรุษอาชาไนย คือผู้อาชาไนย ผู้ประเสริฐของบุรุษทั้งหลาย ขอความนอบน้อมของเราด้วยดีจงมีแด่ท่าน. ข้าแต่พระองค์ผู้เป็นบุรุษสูงสุด คือสูงสุดประเสริฐด้วยคุณยิ่งของบุรุษทั้งหลาย ขอความนอบน้อมของเราจงมีแด่ท่าน.

อธิบายว่า เราขอเชื้อเชิญซึ่งพระองค์ขึ้นสู่ปราสาทอันเป็นที่น่าเลื่อมใสคือยังความเลื่อมใสให้เกิด แล้วประทับนั่งบนสีหาสนะ คือบนอาสนะอันสูงสุด.

บทว่า ทนฺโต ทนฺตปริวาโร ความว่า พระผู้มีพระภาคเจ้าผู้ฝึกพระองค์แล้วด้วยทวารทั้ง ๓ ด้วยพระองค์เอง ทรงแวดล้อมไปด้วยบริษัท ๔ คือภิกษุ ภิกษุณี อุบาสกและอุบาสิกา ผู้ฝึกแล้วเหมือนกัน.

บทว่า ติณฺโณ ตารยตํ วโร ความว่า พระองค์เองทรงข้ามแล้ว คือข้ามขึ้นแล้วจากสงสารออกไปแล้ว พระผู้มีพระภาคเจ้าเป็นผู้ประเสริฐสูงสุดกว่าบุรุษผู้วิเศษผู้ข้ามอยู่ เสด็จขึ้นปราสาทด้วยการอาราธนาของเรา ประทับนั่งคือสำเร็จการนั่ง บนอาสนะอันประเสริฐ คือสูงสุด.

บทว่า ยํ เม อตฺถิ สเก เคเห ความว่า อามิสใดที่เรารวบรวมไว้ที่มีปรากฏอยู่ในเรือนตน.

บทว่า ตาหํ พุทฺธสฺส ปาทาสึ ความว่า เรามีจิตเลื่อมใสได้ถวายอามิสนั้นแด่พระสงฆ์มีพระพุทธเจ้าเป็นประธาน โดยเคารพ หรือโดยเอื้อเฟื้อ.

บทว่า ปสนฺโน เสหิ ปาณิภิ ความว่า เรามีจิตเลื่อมใส มีจิตผ่องใสถือเอาอามิสถวายด้วยมือทั้งสองของตน. เรามีจิตเลื่อมใส มีความดำริแห่งใจอันผ่องใสแล้ว มีใจดี มีใจงาม.

อธิบายว่า เราเกิดความปลื้มใจ เกิดโสมนัสกระทำอัญชลี ประคองอัญชลีไว้เหนือเศียรเกล้า นอบน้อมพระพุทธเจ้าผู้ประเสริฐ.

บทว่า อโห พุทธสฺสุฬารตา ความว่า ภาวะที่พระศาสดาผู้ตรัสรู้อริยสัจ ๔ เป็นภาวะที่ยิ่งใหญ่ น่าอัศจรรย์หนอ.

บทว่า อฏฺฐนฺนํ ปยิรุปาสตํ ความว่า ในระหว่างพระอริยบุคคล ๘ นั่งฉันอยู่ มีพระขีณาสพอรหันต์เป็นอันมาก.

บทว่า ตุยฺเหเวโส อานุภาโว ความว่า พระองค์เท่านั้นมีอานุภาพ คือมีการเที่ยวไปในอากาศและผุดขึ้นดำลงเป็นต้น. ไม่ใช่คนเหล่าอื่น.

บทว่า สรณํ ตํ อุเปมหํ ความว่า เราขอถึง คือถึงหรือทราบว่า ท่านผู้เป็นเช่นนี้นั้นเป็นที่พึ่ง เป็นที่ต้านทาน เป็นที่เร้น เป็นที่ไปในเบื้องหน้า.

อธิบายว่า พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงพระนามว่าปิยทัสสี เป็นผู้ประเสริฐกว่าสัตว์โลกเป็นนระผู้องอาจ ประทับนั่ง ณ ท่ามกลางภิกษุสงฆ์ ได้ภาษิต คือตรัสพยากรณ์คาถาเหล่านี้.

คำที่เหลือง่ายทั้งนั้นแล. จบอรรถกถาสุมังคลเถราปทาน จบอรรถกถาสีหาสนิยวรรคที่ ๒ -----------------------------------------------------

รวมอปทานที่มีในวรรคนี้ คือ

๑. สีหาสนทายกเถราปทาน

๒. เอกถัมภิกเถราปทาน

๓. นันทเถราปทาน

๔. จุลลปันถกเถราปทาน

๕. ปิลินทวัจฉเถราปทาน

๖. ราหุลเถราปทาน

๗. อุปเสนวังคันตปุตตเถราปทาน

๘. รัฏฐปาลเถราปทาน

๙. โสปากเถราปทาน

๑๐. สุมังคลเถราปทาน

ในวรรคนี้ท่านประกาศคาถาไว้ ๑๓๗ คาถา. จบ สีหาสนิยวรรคที่ ๒. -----------------------------------------------------

ฉบับที่ใช้และสัญญาอนุญาต

พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ

pli-siamrath · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ฉบับสยามรัฐ จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๔๖๘–๒๔๗๑ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมายhttps://84000.org/tipitaka/pali/

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง

th-chabab-luang · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๔

ฉบับหลวง จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๕๑๔ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมายhttps://84000.org/tipitaka/

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ

th-mahachula · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ผู้ดำเนินการแจ้ง ๒๕ ส.ค. ๖๙ ว่าได้รับอนุญาตจากมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยให้เผยแพร่ตัวบทฉบับนี้ · **เป็นคำยืนยันด้วยวาจา ยังไม่มีหนังสืออนุญาตประกอบ** ⇒ ฐานของการเผยแพร่คือวินิจฉัยของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่หลักฐานเอกสารและไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย · ข้อเท็จจริงที่ยังเป็นจริง: จัดพิมพ์ พ.ศ. ๒๕๓๙ งานที่นิติบุคคลเป็นเจ้าของคุ้มครอง ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา (พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒) ถึงราว พ.ศ. ๒๕๘๙ — การอนุญาตจึงจำเป็นและต้องเก็บเอกสารไว้ให้ได้docs/legal/PERMISSIONS.md#มจร

อรรถกถาแปลไทย

th-attha-84000 · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ผู้ดำเนินการแจ้ง ๒๕ ส.ค. ๖๙ ว่าได้รับอนุญาตให้เผยแพร่ตัวบทชุดนี้ · **เป็นคำยืนยันด้วยวาจา ยังไม่มีเอกสารประกอบ** ⇒ ฐานของการเผยแพร่คือวินิจฉัยของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่หลักฐานเอกสาร · สิ่งที่ยังไม่รู้และไม่ได้หายไปเพราะการอนุญาต: **หน้าเว็บไม่ระบุผู้แปล ผู้จัดพิมพ์ หรือปี** จึงยังไม่รู้ว่าเป็นฉบับพิมพ์ของใคร (ที่เชื่อกันคือชุดมหามกุฏราชวิทยาลัย ๙๑ เล่ม ราว พ.ศ. ๒๕๒๕) — การอนุญาตครอบคลุมใครและอะไร จึงยังระบุไม่ได้จนกว่าจะได้เอกสารdocs/legal/PERMISSIONS.md#อรรถกถา