๗. โสวรรณวฏังสกิยเถราปทาน (๒๒๗)
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
บาลีและคำแปล
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
สตฺตมํ โสวณฺณวฏํสกิยตฺเถราปทานํ (๒๒๗)
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๓๒ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๒๔ ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ โสวรรณวฏังสกิยเถราปทานที่ ๗ (๒๒๗) ว่าด้วยผลแห่งการถวายพวงมาลัย
|๒๒๙.๓๔| อุยฺยานภูมึ นิยฺยนฺโต อทฺทสํ โลกนายกํ วฏํสกํ คเหตฺวาน โสวณฺณํ สาธุนิมฺมิตํ ฯ |๒๒๙.๓๕| สีฆํ คโต สมารุยฺห หตฺถิกฺขนฺธคโต อหํ พุทฺธสฺส อภิโรเปสึ สิขิโน โลกพนฺธุโน ฯ |๒๒๙.๓๖| เอกตฺตึเส อิโต กปฺเป ยํ ปุปฺผมภิโรปยึ ทุคฺคตึ นาภิชานามิ พุทฺธปูชายิทํ ผลํ ฯ |๒๒๙.๓๗| สตฺตวีเส อิโต กปฺเป เอโก อาสึ ชนาธิโป มหาปตาโป นาเมน จกฺกวตฺติ มหพฺพโล ฯ |๒๒๙.๓๘| ปฏิสมฺภิทา จตสฺโส วิโมกฺขาปิจ อฏฺฐิเม ฉฬภิญฺญา สจฺฉิกตา กตํ พุทฺธสฺส สาสนนฺติ ฯ อิตฺถํ สุทํ อายสฺมา โสวณฺณวฏํสกิโย เถโร อิมา คาถาโย อภาสิตฺถาติ ฯ โสวณฺณวฏํสกิยตฺเถรสฺส อปทานํ สมตฺตํ ฯ
เราเดินอยู่ตามพื้นที่สวน ได้เห็นพระพุทธเจ้าผู้เป็นนายกของโลก เราได้ถือ มาลัยประดับศีรษะที่ทำด้วยทอง อันสร้าง (ตกแต่ง) อย่างดี ขึ้นคอช้าง ไปอย่างรีบด่วน บูชาแด่พระพุทธเจ้าพระนามว่าสิขี ผู้เป็นเผ่าพันธุ์ของโลก ในกัลปที่ ๓๑ แต่กัลปนี้ เราได้บูชาพระพุทธเจ้าด้วยดอกไม้ใด ด้วยการ บูชานั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งพุทธบูชา ในกัลปที่ ๒๗ แต่กัลปนี้ เราได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิพระองค์หนึ่ง เป็นจอมแห่งชน มีนามว่ามหาปตาปะ มีพลมาก คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งชัดแล้ว พระพุทธศาสนาเรา ได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้. ทราบว่า ท่านพระโสวรรณวฏังสกิยเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล. จบ โสวรรณวฏังสกิยเถราปทาน.
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · จับคู่ตามตำแหน่ง · เล่มนี้ทั้งสองฉบับแบ่งเรื่องเท่ากัน จึงเทียบตามลำดับได้ · ชื่อเรื่องไม่ตรงกัน จึงยังไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเรื่องเดียวกัน
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๒๓. อาลัมพนทายกวรรค] ๗. โสวัณณวฏังสกิยเถราปทาน ๗. โสวัณณวฏังสกิยเถราปทาน ประวัติในอดีตชาติของพระโสวัณณวฏังสกิยเถระ (พระโสวัณณวฏังสกิยเถระ เมื่อจะประกาศประวัติในอดีตชาติของตน จึงกล่าวว่า)
ข้าพเจ้าเดินอยู่ที่สวน ได้เห็นพระพุทธเจ้า ทรงเป็นผู้นำสัตว์โลก จึงได้ถือมาลัยประดับศีรษะ ที่ทำด้วยทองคำ ซึ่งประดิษฐ์อย่างงดงาม
ขึ้นขี่ช้างรีบไปบูชาพระพุทธเจ้า พระนามว่าสิขี ผู้เป็นเผ่าพันธุ์ของโลก
ในกัปที่ ๓๑ นับจากกัปนี้ไป ข้าพเจ้าได้ใช้ดอกไม้บูชาไว้ จึงไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งการบูชาพระพุทธเจ้า
ในกัปที่ ๒๗ นับจากกัปนี้ไป ได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิองค์หนึ่ง มีพระนามว่ามหาปตาปะ เป็นใหญ่ในหมู่ชน มีพลานุภาพมาก
คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ ข้าพเจ้าได้ทำให้แจ้งแล้ว คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ข้าพเจ้าก็ได้ทำสำเร็จแล้ว ดังนี้แล ได้ทราบว่า ท่านพระโสวัณณวฏังสกิยเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้โสวัณณวฏังสกิยเถราปทานที่ ๗ จบ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๒ หน้า : ๓๙๕}
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
อรรถกถาวรรคที่ ๒๑ เป็นต้น
เบื้องหน้าต่อแต่นี้ไป ทุกๆ เรื่องทั้งหมด ข้าพเจ้าจักทำการพรรณนาเฉพาะบทที่ยากเท่านั้น ส่วนในวรรคที่ ๒๑, ๒๒ และ ๒๓ ชื่อของพระเถระทั้งหมดได้แล้วด้วยบุญที่ตนเองได้กระทำไว้ จะต่างกันก็แต่เพียงบุญที่กระทำไว้เท่านั้น, ชื่อและพระนครที่ประทับอยู่ของพระพุทธเจ้าทุกๆ พระองค์ผู้ทรงให้พยากรณ์เหล่านั้น แม้ทั้งหมดก็ง่ายทั้งนั้นแล เพราะมีเนื้อความตามที่ได้กล่าวไว้แล้วในหนหลังแล.
ส่วนเนื้อความแห่งคาถาอปทาน บัณฑิตก็พอจะรู้ได้โดยง่ายทีเดียวด้วยการประกอบเทียบกับเนื้อความแล. -----------------------------------------------------
อรรถกถาที่มีมาก่อนหน้านี้ :- อรรถกถา ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๒๐. ตมาลปุปผิยวรรค ๖. กิสลยปูชกเถราปทาน (๑๙๖)