๓. สาลปุปผิยเถราปทาน (๒๓๓)
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
บาลีและคำแปล
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
ตติยํ สาลปุปฺผิยตฺเถราปทานํ (๒๓๓)
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๓๒ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๒๔ ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ สาลปุปผิยเถราปทานที่ ๓ (๒๓๓) ว่าด้วยผลแห่งการถวายดอกสาละ
|๒๓๕.๙| อรุณวติยา นคเร อโหสึ ปุวิโก ตทา มม ทฺวาเรน คจฺฉนฺตํ สิขินํ อทฺทสํ ชินํ ฯ |๒๓๕.๑๐| พุทฺธสฺส ปตฺตํ ปคฺคยฺห สาลปุปฺผํ อทาสหํ สมฺมคฺคตสฺส พุทฺธสฺส วิปฺปสนฺเนน เจตสา ฯ |๒๓๕.๑๑| เอกตฺตึเส อิโต กปฺเป ยํ ปุปฺผมภิทาสหํ ทุคฺคตึ นาภิชานามิ สาลปุปฺผสฺสิทํ ผลํ ฯ |๒๓๕.๑๒| อิโต จุทฺทสกปฺปมฺหิ อโหสึ อมิตญฺชโล สตฺตรตนสมฺปนฺโน จกฺกวตฺติ มหพฺพโล ฯ |๒๓๕.๑๓| ปฏิสมฺภิทา จตสฺโส วิโมกฺขาปิจ อฏฺฐิเม ฉฬภิญฺญา สจฺฉิกตา กตํ พุทฺธสฺส สาสนนฺติ ฯ อิตฺถํ สุทํ อายสฺมา สาลปุปฺผิโย เถโร อิมา คาถาโย อภาสิตฺถาติ ฯ สาลปุปฺผิยตฺเถรสฺส อปทานํ สมตฺตํ ฯ
ในกาลนั้น เราเป็นคนทำขนมขายอยู่ในนครอรุณวดี เราได้เห็นพระชินเจ้า พระนามว่าสิขี เสด็จไปทางประตูบ้านเรา เรามีใจผ่องใสรับบาตรของพระ พุทธเจ้าซึ่งเสด็จมาถึงพอดี แล้วได้ถวายดอกสาละแก่พระองค์ ในกัลปที่๓๑ แต่กัลปนี้ เราได้ถวายดอกไม้ใด ด้วยการถวายดอกไม้นั้น เราไม่รู้ จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งการถวายดอกสาละ ในกัลปที่ ๑๔ แต่กัลปนี้ เราได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิมีนามว่าอมิตัญชละ สมบูรณ์ด้วยแก้ว ๗ ประการ มีพลมาก คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งชัดแล้ว พระพุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้. ทราบว่า ท่านพระสาลปุปผิยเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล. จบ สาลปุปผิยเถราปทาน
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องตรงกันทั้งสองฉบับ
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๓. สาลปุปผิยเถราปทาน ประวัติในอดีตชาติของพระสาลปุปผิยเถระ (พระสาลปุปผิยเถระ เมื่อจะประกาศประวัติในอดีตชาติของตน จึงกล่าวว่า)
ครั้งนั้น ข้าพเจ้าเป็นคนทำขนมขายอยู่ในกรุงอรุณวดี ข้าพเจ้าได้เห็นพระชินเจ้าพระนามว่าสิขี กำลังเสด็จไปทางประตู(เรือน)ของข้าพเจ้า
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๒ หน้า : ๔๐๐}
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๒๔. อุทกาสนทายกวรรค] ๔. กิลัญชทายกเถราปทาน
ข้าพเจ้ามีใจผ่องใสจึงรับบาตรของพระพุทธเจ้า ซึ่งเสด็จมาถึงพอดีแล้วได้ถวายดอกสาละแด่พระองค์
ในกัปที่ ๓๑ นับจากกัปนี้ไป ข้าพเจ้าได้ถวายดอกไม้ไว้ จึงไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งการถวายดอกสาละ
ในกัปที่ ๑๔ นับจากกัปนี้ไป ได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิพระนามว่าอมิตัญชละ สมบูรณ์ด้วยรัตนะ ๗ ประการ มีพลานุภาพมาก
คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ ข้าพเจ้าได้ทำให้แจ้งแล้ว คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ข้าพเจ้าก็ได้ทำสำเร็จแล้ว ดังนี้แล ได้ทราบว่า ท่านพระสาลปุปผิยเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้สาลปุปผิยเถราปทานที่ ๓ จบ
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๒๓๓. อรรถกถาสาลปุปผิยเถราปทาน
พึงทราบเรื่องราวในอปทานที่ ๓ ดังต่อไปนี้ :-
บทว่า อรุณวติยา นคเร มีวิเคราะห์ว่า
ชื่อว่าอรุณ เพราะผุดขึ้นกระทำแสงสว่างไปรอบด้าน.
ชื่อว่าอรุณวดี เพราะอรุณนั้นมีอยู่ในพระนครนั้น.
อธิบายว่า พระอาทิตย์โผล่ขึ้นทำแสงสว่างไปทั่วพระนครนั้น.
แม้ในพระนครที่เหลือก็มีพระอาทิตย์ขึ้นเหมือนกัน แต่พึงทราบว่า ท่านมุ่งกล่าวให้เป็นคำพิเศษ ดุจคำว่า ชื่อว่า มหึส (กระบือ) เพราะย่อมนอนบนแผ่นดิน ทั้งๆ ที่สัตว์สี่เท้าทั้งหมดก็นอนบนแผ่นดินเหมือนกัน แต่พึงทราบว่าท่านมุ่งกล่าวด้วยอำนาจรุฬหีศัพท์.
อีกอย่างหนึ่ง ชื่อว่าอรุณวดี อันมีแสงสว่างดุจการขึ้นไปแห่งอรุณ ประกอบด้วยแสงสว่างแห่งรัตนะ ๗ ประการ เช่น ทองคำ เงิน แก้วมณีและแก้วมุกดาเป็นต้น ส่องสว่างไปในที่เช่น กำแพง ปราสาทและถ้ำเป็นต้น.
อธิบายว่า ข้าพเจ้าได้เลี้ยงชีวิตอยู่ด้วยการทำขนมขาย อยู่ในพระนครอรุณวดีนั่นแล. จบอรรถกถาสาลปุปผิยเถราปทาน -----------------------------------------------------