อ่านตัวบท · ไม่ตีความ

คลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

ฉบับแสดงอรรถกถา
ฉบับหลวง · ทั้งหมด · ตำแหน่งที่กำลังอ่าน ข้อ ๒๔

๒. อุปวาณเถราปทาน (๒๒)

ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๒๔พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ 1 ข้อ / พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง 1 ข้อ / พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ 54 ข้อ4 ฉบับเทียบฉบับได้ข้อต่อข้อ

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง


บาลีและคำแปล

ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

ทุติยํ อุปวาณตฺเถราปทานํ (๒๒)

พระไตรปิฎก เล่มที่ ๓๒ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๒๔ ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ อุปวาณเถราปทานที่ ๒ (๒๒) ว่าด้วยผลแห่งการถวายธง

ข้อ ๒๔

|๒๔.๕๓| ปทุมุตฺตโร นาม ชิโน สพฺพธมฺมาน ปารคู ชลิตฺวา อคฺคิกฺขนฺโธว สมฺพุทฺโธ ปรินิพฺพุโต ฯ |๒๔.๕๔| มหาชนา สมาคมฺม ปูชยิตฺวา ตถาคตํ จิตํ กตฺวาน สุกตํ สรีรํ อภิโรปยุํ ฯ |๒๔.๕๕| สรีรกิจฺจํ กตฺวาน ธาตุํ ตตฺถ สมานยุํ สเทวมนุสฺสา สพฺเพ พุทฺธถูปํ อกํสุ เต ฯ |๒๔.๕๖| ปฐมา กญฺจนมยา ทุติยาปิ มณีมยา ตติยา รูปิยมยา จตุตฺถา ผลิกามยา ฯ |๒๔.๕๗| ตตฺถ ปญฺจมิ ยา ภูมิ โลหิตงฺคมยา อหุ ฉฏฺฐา มสารคลฺลสฺส สพฺพรตนมยูปริ ฯ |๒๔.๕๘| ชงฺฆา มณิมยา อาสิ เวทิกา รตนามยา สพฺพโสณฺณมโย ถูโป อุทฺธํ โยชนมุคฺคโต ฯ |๒๔.๕๙| เทวา ตตฺถ สมาคนฺตฺวา เอกโต มนฺตยุํ ตทา มยํปิ ถูปํ กริสฺสาม โลกนาถสฺส ตาทิโน ฯ |๒๔.๖๐| ธาตุ อาเวณิกา นตฺถิ สรีรํ เอกปิณฺฑิตํ อิมมฺหิ พุทฺธถูปสฺมึ กริสฺสาม กญฺจุกํ มยํ ฯ |๒๔.๖๑| เทวา สตฺตรตเนหิ อญฺญํ วฑฺเฒสุ โยชนํ ถูโป ทฺวิโยชนุพฺเพโธ ติมิรํ พฺยปหนฺติ โย ฯ |๒๔.๖๒| นาคา ตตฺถ สมาคนฺตฺวา เอกโต มนฺตยุํ ตทา มนุสฺสา เจว เทวา จ พุทฺธถูปํ อกํสุ เต ฯ |๒๔.๖๓| มา โน ปมตฺตา อสฺสุมฺหา อปฺปมตฺตา สเทวกา มยมฺปิ ถูปํ กริสฺสาม โลกนาถสฺส ตาทิโน ฯ |๒๔.๖๔| อินฺทนีลํ มหานีลํ อโถ โชติรสํ มณึ เอกโต สนฺนิปาเตตฺวา พุทฺธถูปํ อฉาทยุํ ฯ |๒๔.๖๕| สพฺพํ มณิมยํ อาสิ ตาวตา พุทฺธเจติยํ ติโยชนสมุพฺพิทฺธํ อาโลกกรณํ ตทา ฯ |๒๔.๖๖| ครุฬา จ สมาคนฺตฺวา เอกโต มนฺตยุํ ตทา มนุสฺสา เทวนาคา จ พุทฺธถูปํ อกํสุ เต ฯ |๒๔.๖๗| มา โน ปมตฺตา อสฺสุมฺหา อปฺปมตฺตา สเทวกา มยมฺปิ ถูปํ กริสฺสาม โลกนาถสฺส ตาทิโน ฯ |๒๔.๖๘| สพฺพํ มณิมยํ ถูปํ อกรุํ ตาว กญฺจุกํ โยชนํ เตปิ วฑฺเฒสุํ อายตํ พุทฺธเจติยํ ฯ |๒๔.๖๙| จตุโยชนมุพฺเพโธ พุทฺธถูโป วิโรจติ โอภาเสติ ทิสา สพฺพา สตรํสีว อุคฺคโต ฯ |๒๔.๗๐| กุมฺภณฺฑา จ สมาคนฺตฺวา เอกโต มนฺตยุํ ตทา มนุสฺสา เจว เทวา จ นาคา จ ครุฬา ตทา ฯ |๒๔.๗๑| ปจฺเจกํ พุทฺธเสฏฺฐสฺส อกํสุ ถูปมุตฺตมํ มา โน ปมตฺตา อสฺสุมฺหา อปฺปมตฺตา สเทวกา ฯ |๒๔.๗๒| มยมฺปิ ถูปํ กริสฺสาม โลกนาถสฺส ตาทิโน รตเนหิ ฉาทยิสฺสาม อายตํ พุทฺธเจติยํ ฯ |๒๔.๗๓| โยชนนฺเตปิ วฑฺเฒสุํ อายตํ พุทฺธเจติยํ ปญฺจโยชนมุพฺเพโธ ถูโป โอภาสตี ตทา ฯ |๒๔.๗๔| ยกฺขา ตตฺถ สมาคนฺตฺวา เอกโต มนฺตยุํ ตทา มนุชา เทวตา นาคา กุมฺภณฺฑา ครุฬา ตทา ฯ |๒๔.๗๕| ปจฺเจกํ พุทฺธเสฏฺฐสฺส อกํสุ ถูปมุตฺตมํ มา โน ปมตฺตา อสฺสุมฺหา อปฺปมตฺตา สเทวกา ฯ |๒๔.๗๖| มยํปิ ถูปํ กริสฺสาม โลกนาถสฺส ตาทิโน ผลิกา ฉาทยิสฺสาม อายตํ พุทฺธเจติยํ ฯ |๒๔.๗๗| โยชนนฺเตปิ วฑฺเฒสุํ อายตํ พุทฺธเจติยํ ฉโยชนานิ อุพฺพิทฺโธ ถูโป โอภาสตี ตทา ฯ |๒๔.๗๘| คนฺธพฺพา จ สมาคนฺตฺวา เอกโต มนฺตยุํ ตทา มนุชา เทวตา นาคา ครุฬา กุมฺภยกฺขกา ฯ |๒๔.๗๙| กตา พุทฺธถูปํ มยเมตฺถ อการกา มยมฺปิ ถูปํ กริสฺสาม โลกนาถสฺส ตาทิโน ฯ |๒๔.๘๐| เวทิโย สตฺต กตฺวาน ยาว ชงฺฆา อกํสุ เต สพฺพโสวณฺณมยํ ถูปํ คนฺธพฺพา การยุํ ตทา ฯ |๒๔.๘๑| สตฺตโยชนมุพฺเพโธ ถูโป โอภาสเต ตทา รตฺตินฺทิวา น ญายนฺติ อาโลกา โหนฺติ สพฺพทา ฯ |๒๔.๘๒| อภิโภนฺติ น ตสฺสาภา จนฺทสูรา สตารกา สมนฺตา โยชนสเต ปทีโป ปน ปชฺชลิ ฯ |๒๔.๘๓| เตน กาเลน เยเกจิ ถูปํ ปูเชนฺติ มานุสา น เต ถูปํ อารุหนฺติ อมฺพเร อุกฺขิปนฺติ เต ฯ |๒๔.๘๔| เทเวหิ ฐปิโต ยกฺโข อภิสมฺมตนามโก ธชํ วา ปุปฺผทามํ วา อภิโรเปติ อุตฺตริ ฯ |๒๔.๘๕| น เต ปสฺสนฺติ ตํ ยกฺขํ ทามํ ปสฺสนฺติ คจฺฉโต เอตํ ปสฺสิตฺวา คจฺฉนฺติ สพฺเพ คจฺฉนฺติ สุคฺคตึ ฯ |๒๔.๘๖| วิรุทฺธา เย ปาวจเน ปสนฺนา เย จ สาสเน ปาฏิหิรํ ทฏฺฐุกามา ถูปํ ปูเชนฺติ มานุสา ฯ |๒๔.๘๗| นคเร หํสวติยา อโหสึ วรโก ตทา อาโมทิตํ ชนํ ทิสฺวา เอวํ จินฺเตสหํ ตทา ฯ |๒๔.๘๘| โอฬาโร ภควา เอโส ยสฺส ธาตุฆเรทิสํ อิมา จ ชนตา ตุฏฺฐา การํ กุพฺพํ น ตปฺปเร ฯ |๒๔.๘๙| อหํปิ การํ กริสฺสามิ โลกนาถสฺส ตาทิโน ตสฺส ธมฺเมสุ ทายาโท ภวิสฺสามิ อนาคเต ฯ |๒๔.๙๐| สุโธตํ รชเกนาหํ อุตฺตเรยฺย ปฏํ มม เวฬุคฺเค อาลคฺเคตฺวาน ธชํ อุกฺขิปิ อมฺพเร ฯ |๒๔.๙๑| อภิสมฺมตโก คยฺห อมฺพเร หาสิ เม ธชํ วาเตริตํ ธชํ ทิสฺวา ภิยฺโย หาสํ ชเนสหํ ฯ |๒๔.๙๒| ตตฺถ จิตฺตํ ปสาเทตฺวา สมณํ อุปสงฺกมึ ตํ ภิกฺขุํ อภิวาเทตฺวา วิปากํ ปุจฺฉหํ ธเช ฯ |๒๔.๙๓| โส เม กเถสิ อานนฺท ปีติสญฺชนนํ มม ตสฺส ธชสฺส วิปากํ อนุโภสฺสสิ สพฺพทา ฯ |๒๔.๙๔| หตฺถี อสฺสา รถา ปตฺตี เสนา จ จตุรงฺคินี ปริวาเรสฺสนฺติ ตํ นิจฺจ ธชทานสฺสิทํ ผลํ ฯ |๒๔.๙๕| สฏฺฐี ตุริยสหสฺสานิ เภริโย สมลงฺกตา ปริวาเรสฺสนฺติ ตํ นิจฺจ ธชทานสฺสิทํ ผลํ ฯ |๒๔.๙๖| ฉฬาสีติสหสฺสานิ นาริโย สมลงฺกตา วิจิตฺตวตฺถาภรณา อามุตฺตมณิกุณฺฑลา ฯ |๒๔.๙๗| อาฬารมุขา หสุลา สุสญฺญา ตนุมชฺฌิมา ปริวาเรสฺสนฺติ ตํ นิจฺจ ธชทานสฺสิทํ ผลํ ฯ |๒๔.๙๘| ตึสกปฺปสหสฺสานิ เทวโลเก รมิสฺสสิ อสีติกฺขตฺตุํ เทวินฺโท เทวราชฺชํ กริสฺสสิ ฯ |๒๔.๙๙| สหสฺสกฺขตฺตุํ ราชาปิ จกฺกวตฺติ ภวิสฺสสิ ปเทสรชฺชํ วิปุลํ คณนาโต อสงฺขยํ ฯ |๒๔.๑๐๐| กปฺปสตสหสฺสมฺหิ โอกฺกากกุลสมฺภโว โคตโม นาม นาเมน สตฺถา โลเก ภวิสฺสติ ฯ |๒๔.๑๐๑| เทวโลกา จวิตฺวาน สุกฺกมูเลน โจทิโต ปุญฺญกมฺเมน สํยุตฺโต พฺรหฺมพนฺธุ ภวิสฺสสิ ฯ |๒๔.๑๐๒| อสีติโกฏึ ฉฑฺเฑตฺวา ทาสกมฺมกเร พหู โคตมสฺส ภควโต สาสเน ปพฺพชิสฺสสิ ฯ |๒๔.๑๐๓| อาราธยิตฺวา สมฺพุทฺธํ โคตมํ สกฺยปุงฺควํ อุปวาโณติ นาเมน เหสฺสสิ สตฺถุสาวโก ฯ |๒๔.๑๐๔| สตสหสฺเส กตํ กมฺมํ ผลํ ทสฺเสสิ เม อิธ สุมุตฺโต สรเวโคว กิเลเส ฌาปยึ มมํ ฯ |๒๔.๑๐๕| จกฺกวตฺติสฺส สนฺตสฺส จาตุทีปิสฺสรสฺส เม ตีณิโยชนสมนฺตา อุสฺสิสฺสนฺติ ธชา สทา ฯ |๒๔.๑๐๖| สตสหสฺเส อิโต กปฺเป ยํ กมฺมมกรึ ตทา ทุคฺคตึ นาภิชานามิ ธชทานสฺสิทํ ผลํ ฯ |๒๔.๑๐๗| ปฏิสมฺภิทา จตสฺโส วิโมกฺขาปิจ อฏฺฐิเม ฉฬภิญฺญา สจฺฉิกตา กตํ พุทฺธสฺส สาสนนฺติ ฯ อิตฺถํ สุทํ อายสฺมา อุปวาโณ เถโร อิมา คาถาโย อภาสิตฺถาติ ฯ อุปวาณตฺเถรสฺส อปทานํ สมตฺตํ ฯ

พระสัมพุทธชินเจ้าพระนามว่าปทุมุตระ ทรงรู้จบธรรมทั้งปวง ทรงรุ่งเรือง ดังกองไฟ เสด็จปรินิพพานแล้ว มหาชนมาประชุมกันบูชาพระตถาคต กระทำจิตกาธารอย่างสวยงามแล้วปลงพระสรีระ มหาชนทั้งหมดพร้อมทั้ง เทวดาและมนุษย์ ทำสรีรกิจเสร็จแล้ว รวบรวมพระธาตุไว้ ณ ที่นั้น ได้ สร้างพระพุทธสถูปไว้ชั้นที่ ๑ แห่งพระพุทธสถูปนั้นสำเร็จด้วยทอง ชั้นที่ ๒ สำเร็จด้วยแก้วมณี ชั้นที่ ๓ สำเร็จด้วยเงิน ชั้นที่ ๔ สำเร็จด้วยแก้วผลึก ชั้นที่ ๕ ในพระพุทธสถูปนั้น สำเร็จด้วยแก้วทับทิม ชั้นที่ ๖ สำเร็จด้วย แก้วลาย (เพชรตาแมว) ชั้นบนสำเร็จด้วยรัตนล้วน ทางเดินสำเร็จด้วย แก้วมณี ไพรทีสำเร็จด้วยรัตนะ พระสถูปสำเร็จด้วยทองล้วนๆ สูงสุด หนึ่งโยชน์ เวลานั้น เทวดาทั้งหลายมาร่วมประชุมปรึกษากัน ณ ที่นั้นว่า แม้พวกเราก็จักสร้างพระสถูปถวายแด่พระโลกนาถผู้คงที่ พระธาตุจะได้ไม่ เรี่ยราย พระสรีระจะรวมกันเป็นอันเดียว เราทั้งหลายจักทำกุญแจใส่ใน พระพุทธสถูปนี้ เทวดาทั้งหลายจึงยังโยชน์อื่นให้เจริญด้วยรัตนะ ๗ ประการ (เทวดาทั้งหลายจึงนิรมิตพระสถูปให้สูงเพิ่มขึ้นอีกโยชน์หนึ่ง ด้วยรัตนะ ๗ ประการ) พระสถูปจึงสูง ๒ โยชน์ สว่างไสวขจัดความมืดได้ นาค ทั้งหลายมาประชุมร่วมปรึกษากัน ณ ที่นั้นในเวลานั้นว่า มนุษย์และเทวดา ได้สร้างพระพุทธสถูปแล้ว เราทั้งหลายอย่าได้ประมาทเลย ดังมนุษย์กับ เทวดาไม่ประมาท แม้พวกเราก็จักสร้างพระสถูปถวายแด่พระโลกนาถผู้คงที่ นาคเหล่านั้น จึงร่วมกันรวบรวมแก้วอินทนิล แก้วมหานิล และแก้วมณี มีรัศมีโชติช่วงปกปิดพระพุทธสถูป พระพุทธเจดีย์ประมาณเท่านั้น สำเร็จ ด้วยแก้วมณีล้วน สูงสุด ๓ โยชน์ ส่งแสงสว่างไสวในเวลานั้น ฝูงครุฑ มาประชุมร่วมปรึกษากันในเวลานั้นว่า มนุษย์เทวดาและนาคได้สร้างพระ- พุทธสถูปแล้ว เราทั้งหลายอย่าประมาทเลย ดังมนุษย์เป็นต้นกับเทวดา ไม่ประมาท แม้พวกเราก็จักสร้างสถูปถวายแด่พระโลกนาถผู้คงที่ ฝูงครุฑ จึงได้สร้างสถูปอันสำเร็จด้วยแก้วมณีล้วน และกุญแจก็เช่นนั้น ได้สร้าง พระพุทธเจดีย์ต่อขึ้นไปให้สูงอีกโยชน์หนึ่ง พระพุทธสถูปสูงสุด ๔ โยชน์ รุ่งเรืองอยู่ ยังทิศทั้งปวงให้สว่างไสว ดังพระอาทิตย์อุทัยฉะนั้น และพวก กุมภัณฑ์ก็มาประชุมร่วมปรึกษากันในเวลานั้นว่า พวกมนุษย์และพวกเทวดา ฝูงนาคและฝูงครุฑ ได้สร้างสถูปอันอุดม ถวายเฉพาะแด่พระพุทธเจ้าผู้ ประเสริฐ พวกเราอย่าได้ประมาทเลย ดังมนุษย์เป็นต้นกับเทวดาไม่ ประมาท แม้พวกเราก็จักสร้างสถูปถวาย แต่พระโลกนาถผู้คงที่ พวก เราจักปกปิดพระพุทธเจดีย์ต่อขึ้นไปด้วยรัตนะ พวกกุมภัณฑ์ได้สร้าง พระพุทธเจดีย์ต่อขึ้นไปในที่สุดอีกโยชน์หนึ่ง เวลานั้นพระสถูปสูงสุด ๕ โยชน์ สว่างไสวอยู่ พวกยักษ์มาประชุมร่วมปรึกษากัน ณ ที่นั้นใน เวลานั้นว่า เวลานั้น มนุษย์ เทวดา นาค กุมภัณฑ์ (และ) ครุฑ ได้พากันสร้างสถูปอันอุดมถวายเฉพาะแด่พระพุทธเจ้าผู้ประเสริฐสุด พวก เราอย่าได้ประมาทเลย ดังมนุษย์เป็นต้น พร้อมกับเทวดาไม่ประมาท แม้พวกเราก็จักสร้างสถูปถวายแด่พระโลกนาถผู้คงที่ พวกเราจักปกปิด พระพุทธเจดีย์ต่อขึ้นไปด้วยแก้วผลึก พวกยักษ์จึงสร้างพระพุทธเจดีย์ ต่อขึ้นไป ในที่สุดอีกโยชน์หนึ่ง เวลานั้น พระสถูปจึงสูงสุด ๖ โยชน์ สว่างไสวอยู่ พวกคนธรรพ์พากันมาประชุมร่วมปรึกษากันในเวลานั้นว่า สัตว์ทั้งปวง คือ มนุษย์ เทวดา นาค ครุฑ กุมภัณฑ์และยักษ์ พากันสร้างพระสถูปแล้ว บรรดาสัตว์เหล่านี้ พวกเรายังไม่ได้สร้าง แม้พวกเราก็จักสร้างสถูปถวายต่อพระโลกนาถผู้คงที่ พวกคนธรรพ์ จึงพากันสร้างไพรที ๗ ชั้น ได้สร้างตลอดทางเดิน เวลานั้น พวก คนธรรพ์ได้สร้างสถูปสำเร็จด้วยทองคำล้วน ในกาลนั้น พระสถูปจึง สูงสุด ๗ โยชน์ สว่างไสวอยู่ กลางคืนกลางวันไม่ปรากฏ แสง สว่างมีอยู่เสมอไป พระจันทร์พระอาทิตย์พร้อมทั้งดาวครอบงำรัศมีพระ- สถูปนั้นไม่ได้ ก็แสงสว่างโพลงไปไกลร้อยโยชน์โดยรอบ (พระสถูป) ในเวลานั้น มนุษย์เหล่าใดจะบูชาพระสถูป พวกเขาไม่ต้องขึ้นพระสถูป พวกเขายกขึ้นไว้ในอากาศ ยักษ์ตนหนึ่งพวกเทวดาตั้งไว้ ชื่อว่าอภิสมมต มันยกธงหรือพวงดอกไม้ขึ้นไปในเบื้องสูง มนุษย์เหล่านั้นมองไม่เห็นยักษ์ เห็นแต่พวงดอกไม้ขึ้นไป ครั้นเห็นเช่นนี้แล้วกลับไป มนุษย์ทั้งหมด ย่อมไปสู่สุคติ มนุษย์เหล่าใดชอบใจในปาพจน์ และเหล่าใดเลื่อมใส ในพระศาสนา ต้องการจะเห็นปาฏิหาริย์ ย่อมบูชาพระสถูป เวลานั้น เราเป็นคนยากไร้อยู่ในเมืองหงสวดี เราได้เห็นหมู่ชนเบิกบาน จึงคิด อย่างนี้ในเวลานั้นว่า เรือนพระธาตุเช่นนี้ ของพระผู้มีพระภาคพระองค์ใด พระผู้มีพระภาคพระองค์นี้โอฬาร ก็หมู่ชนเหล่านี้มีใจยินดีไม่รู้จักอิ่มใน สักการะที่ทำอยู่ แม้เราก็จักทำสักการะแด่พระโลกนาถผู้คงที่บ้าง เราจักเป็น ทายาทในธรรมของพระองค์ในอนาคต เราจึงเอาเชือกผูกผ้าห่มของเราอัน ซักขาวสะอาดแล้ว คล้องไว้ที่ยอดไม้ไผ่ ยกเป็นธงขึ้นไว้ในอากาศ ยักษ์ อภิสมมตจับธงของเรานำขึ้นไปในอัมพร เราเห็นธงอันลมสะบัด ได้เกิด ความยินดีอย่างยิ่ง เรายังจิตให้เลื่อมใสในพระสถูปนั้นแล้ว เข้าไปหา ภิกษุรูปหนึ่ง กราบไหว้ภิกษุนั้นแล้ว ได้สอบถามถึงผลในการถวายธง ท่านยังความเพลิดเพลินและปีติให้เกิดแก่เรา กล่าวแก่เราว่า ท่านจักได้ เสวยวิบากของธงนั้นในกาลทั้งปวง จตุรงคเสนา คือ พลช้าง พลม้า พลรถ และพลเดินเท้า จักแวดล้อมท่านอยู่เป็นนิตย์ นี้เป็นผลแห่งการ ถวายธง ดนตรีละ ๖ หมื่น และกลองเภรีอันประดับสวยงามจะประโคม แวดล้อมท่านเป็นนิตย์ นี้เป็นผลแห่งการถวายธง หญิงสาวแปดหมื่น หกพัน อันประดับงดงาม มีผ้าและอาภรณ์วิจิตร สวมใส่แก้วมณี และ- กุณฑล หน้าแฉล้ม แย้มยิ้ม มีตะโพกผึ่งผาย เอวเล็ก เอวบาง จักแวดล้อม (บำเรอ) ท่านเป็นนิตย์ นี้เป็นผลแห่งการถวายธง ท่านจักรื่นรมย์อยู่ใน เทวโลกตลอด ๓ หมื่นกัลป จักได้เป็นจอมเทวดาเสวยเทวรัชสมบัติอยู่ ๘๐ ครั้ง จักได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิ ๑๐๐๐ ครั้ง จักได้เป็นพระเจ้า ประเทศราชอันไพบูลย์โดยคณานับมิได้ ในแสนกัลป พระศาสดาทรง พระนามว่าโคดม ซึ่งมีสมภพในวงศ์พระเจ้าโอกกากราช จักเสด็จอุบัติ ในโลก ท่านอันกุศลมูลตักเตือน เคลื่อนจากเทวโลกแล้ว ประกอบ ด้วยบุญกรรม จักเกิดเป็นบุตรพราหมณ์ ท่านจักละทรัพย์ ๘๐ โกฏิ ทาสและกรรมกร เป็นอันมากออกบวชในพระศาสนาของพระผู้มีพระภาค พระนามว่าโคดม ท่านจักยังพระสัมพุทธเจ้า พระนามว่าโคดมศากยบุตร ผู้ประเสริฐให้โปรดปราณแล้ว จักได้เป็นพระสาวกของพระศาสดา มีชื่อ ว่าอุปวาณะ กรรมที่เราทำแล้วในแสนกัลป ให้ผลแก่เราในที่นี้แล้ว เราเผากิเลสของเราแล้ว ดุจกำลังลูกศรพ้นแล่งไปแล้ว เมื่อเราเป็น พระเจ้าจักรพรรดิ เป็นใหญ่ในทวีปทั้ง ๔ เธอทั้งหลายจักยกขึ้นโดยรอบ ๓ โยชน์ทุกเมื่อ ในแสนกัลปแต่กัลปนี้ เราได้ทำกรรมใดไว้ในเวลานั้น ด้วยผลแห่งกรรมนั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งการถวายธง คุณ วิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และแม้อภิญญา ๖ เราทำ ให้แจ้งชัดแล้ว พระพุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้ว ฉะนี้แล ทราบว่า ท่านพระอุปวาณเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการ ฉะนี้แล. จบ อุปวาณเถราปทาน. -----------------------------------------------------

ฉบับมหาจุฬาฯ

ชั้นตัวบทพุทธพจน์

หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องตรงกันทั้งสองฉบับ

เปิดหน้าของฉบับนี้

ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

๒. อุปวาณเถราปทาน ประวัติในอดีตชาติของพระอุปวาณเถระ (พระอุปวาณเถระ เมื่อจะประกาศประวัติในอดีตชาติของตน จึงกล่าวว่า)

ข้อ ๕๒

พระสัมพุทธชินเจ้าพระนามว่าปทุมุตตระ ทรงถึงความสำเร็จ แห่งธรรมทั้งปวง รุ่งเรืองดังกองไฟ เสด็จดับขันธปรินิพพานแล้ว

ข้อ ๕๓

มหาชนมาประชุมกันบูชาพระตถาคต สร้างจิตกาธานอย่างงดงามแล้วช่วยกันยกสรีระขึ้นวางไว้

ข้อ ๕๔

ชนเหล่านั้นทั้งหมดพร้อมทั้งเทวดาและมนุษย์ ทำพระสรีรกิจแล้วได้รวบรวมพระธาตุ พากันสร้างพระพุทธสถูปไว้ ณ ที่นั้น

ข้อ ๕๕

สถูปชั้นที่ ๑ ทำด้วยทองคำ ชั้นที่ ๒ ทำด้วยแก้วมณี ชั้นที่ ๓ ทำด้วยเงิน ชั้นที่ ๔ ทำด้วยแก้วผลึก @เชิงอรรถ : @ ถึงความสำเร็จ ในที่นี้หมายถึงนิพพาน (ขุ.อป.อ. ๒/๕๒/๔๕)

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๒ หน้า : ๑๒๙}

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๓. สุภูติวรรค] ๒. อุปวาณเถราปทาน

ข้อ ๕๖

ที่พระสถูปนั้น ชั้นที่ ๕ ทำด้วยแก้วทับทิม ชั้นที่ ๖ ทำด้วยแก้วลาย ชั้นบนทำด้วยรัตนะทุกอย่าง

ข้อ ๕๗

ร่างร้านทำด้วยแก้วมณี แท่นไพทีทำด้วยรัตนะ พระสถูปทำด้วยทองคำล้วนสูง ๑ โยชน์

ข้อ ๕๘

ครั้งนั้น หมู่เทวดาได้มาร่วมประชุมปรึกษากัน ณ ที่นั้นว่า แม้พวกเราก็จักสร้างพระสถูปถวายพระโลกนาถผู้คงที่บ้าง

ข้อ ๕๙

พระสารีริกธาตุ ไม่แยกกัน คือรวมเป็นกลุ่มเดียวกัน พวกเราจักสร้างพระสถูปครอบไว้ที่พระพุทธสถูปนี้

ข้อ ๖๐

หมู่เทวดาได้ขยายพระสถูป ให้สูงขึ้นไปอีกหนึ่งโยชน์ด้วยแก้ว ๗ ประการ พระสถูปนั้นจึงมีความสูง ๒ โยชน์ ซึ่งส่องแสงสว่างขจัดความมืดได้

ข้อ ๖๑

พวกนาคได้มาร่วมประชุมปรึกษากัน ณ ที่นี้ว่า มนุษย์และเทวดาเหล่านั้นได้สร้างพระพุทธสถูปแล้ว

ข้อ ๖๒

พวกเราอย่าได้ประมาทเลย พวกมนุษย์กับเทวดาไม่ประมาทกันแล้ว แม้พวกเราก็จักสร้างพระสถูปถวายพระโลกนาถผู้คงที่บ้าง

ข้อ ๖๓

พวกนาคเหล่านั้นพากันรวบรวมแก้วอินทนิล แก้วมหานิล และแก้วมณีโชติ ช่วยกันประดับพระพุทธสถูปไว้

ข้อ ๖๔

พระพุทธเจดีย์ประมาณเท่านั้น สร้างด้วยแก้วมณีล้วนสูง ๓ โยชน์ ส่องแสงสว่างไสวในเวลานั้น

ข้อ ๖๕

ฝูงครุฑได้มาร่วมประชุมปรึกษากันในครั้งนั้นว่า มนุษย์ เทวดา และนาคเหล่านั้นได้สร้างพระพุทธสถูปแล้ว

ข้อ ๖๖

พวกเราอย่าได้ประมาทเลย พวกมนุษย์พร้อมเทวดาไม่ประมาทกันแล้ว

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๒ หน้า : ๑๓๐}

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๓. สุภูติวรรค] ๒. อุปวาณเถราปทาน แม้พวกเราก็จักสร้างพระสถูปถวายพระผู้มีพระภาค ผู้ทรงเป็นที่พึ่งของสัตว์โลก ผู้คงที่บ้าง

ข้อ ๖๗

ฝูงครุฑแม้เหล่านั้นได้สร้างพระสถูป สำเร็จด้วยแก้วมณีล้วน และผ้าคลุมก็เหมือนกัน ได้สร้างพระพุทธเจดีย์ต่อขึ้นไปให้สูงอีก ๑ โยชน์

ข้อ ๖๘

พระพุทธสถูปสูงขึ้นไป ๔ โยชน์ รุ่งเรืองอยู่ ส่องทิศทั้งปวงให้สว่างไสว เหมือนดวงอาทิตย์อุทัย ฉะนั้น

ข้อ ๖๙

ครั้งนั้น พวกกุมภัณฑ์ได้มาร่วมประชุมปรึกษากันว่า พวกมนุษย์ เทวดา นาค และครุฑก็เป็นเหมือนกันหมด ต่างก็ได้พากันสร้างพระสถูปที่อุดม บูชาพระพุทธเจ้าผู้ประเสริฐที่สุด

ข้อ ๗๐

พวกเราอย่าได้ประมาทเลย พวกมนุษย์พร้อมเทวดาไม่ประมาทกันแล้ว ถึงพวกเราก็จักสร้างพระสถูปบูชาพระโลกนาถ ผู้คงที่บ้าง จักใช้รัตนะทั้งหลายประดับพระพุทธเจดีย์ให้กว้างออกไป

ข้อ ๗๑

พวกกุมภัณฑ์แม้เหล่านั้น ได้ขยายพระพุทธเจดีย์ให้กว้างออกไปอีก ๑ โยชน์ ในครั้งนั้น พระสถูปสูงขึ้นไปเป็น ๕ โยชน์ สว่างไสวอยู่

ข้อ ๗๒

ครั้งนั้น พวกยักษ์ได้มาร่วมประชุมปรึกษากัน ณ ที่นั้นว่า พวกมนุษย์ เทวดา นาค กุมภัณฑ์ และครุฑ

ข้อ ๗๓

ต่างได้พากันสร้างสถูปที่ประเสริฐที่สุด บูชาพระพุทธเจ้าผู้ประเสริฐที่สุด พวกเราอย่าได้ประมาทเลย พวกมนุษย์พร้อมเทวดาไม่ประมาทกันแล้ว

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๒ หน้า : ๑๓๑}

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๓. สุภูติวรรค] ๒. อุปวาณเถราปทาน

ข้อ ๗๔

แม้พวกเราก็จักสร้างพระสถูปบูชาพระโลกนาถ ผู้คงที่บ้าง นำแก้วผลึกมาประดับพระพุทธเจดีย์ให้กว้างออกไปอีก

ข้อ ๗๕

ยักษ์แม้เหล่านั้นได้ขยายพระพุทธเจดีย์ให้กว้างออกไปอีก ๑ โยชน์ ครั้งนั้น พระสถูปสูงขึ้นไปเป็น ๖ โยชน์ สว่างไสวอยู่

ข้อ ๗๖

ครั้งนั้น พวกคนธรรพ์มาร่วมประชุมปรึกษากันว่า พวกมนุษย์ เทวดา นาค ครุฑ กุมภัณฑ์ และยักษ์ก็เหมือนกัน

ข้อ ๗๗

พวกเขาทั้งหมดได้พากันสร้างพระพุทธสถูปแล้ว ในเรื่องพระสถูปนี้ พวกเรายังไม่ได้สร้างเลย แม้พวกเราก็จักสร้างพระสถูปบูชาพระโลกนาถ ผู้คงที่บ้าง

ข้อ ๗๘

ครั้งนั้น พวกคนธรรพ์เหล่านั้น ได้สร้างแท่นไพที ๗ แห่ง จนถึงทางเดิน พวกคนธรรพ์สร้างพระสถูปด้วยทองคำล้วน

ข้อ ๗๙

ในครั้งนั้น พระสถูปสูงขึ้นไปเป็น ๗ โยชน์ ส่องแสงสว่างไสว จนไม่รู้กลางคืนหรือกลางวัน เพราะมีแสงสว่างตลอดเวลา

ข้อ ๘๐

ดวงจันทร์และดวงอาทิตย์พร้อมทั้งดวงดาว ครอบงำรัศมีของพระสถูปนั้นไม่ได้ ในที่ประมาณ ๑๐๐ โยชน์โดยรอบ แม้ประทีปก็ไม่โชติช่วง

ข้อ ๘๑

โดยกาลนั้น มนุษย์พวกใดพวกหนึ่งจะบูชาพระสถูป พวกเขาไม่ต้องขึ้นพระสถูป เพียงโยนเครื่องสักการะขึ้นไปบนอากาศ

ข้อ ๘๒

ยักษ์ตนหนึ่งชื่อว่าอภิสัมมตะ ที่พวกเทวดาแต่งตั้งไว้ คอยรับธงหรือพวงดอกไม้ไปบูชาให้ยิ่งขึ้น

ข้อ ๘๓

ชนเหล่านั้นมองไม่เห็นยักษ์ตนนั้น เห็นแต่พวงดอกไม้ของยักษ์ที่ลอยไปอยู่ ครั้นเห็นเช่นนี้แล้วจึงไป มนุษย์ทั้งหมดย่อมไปเกิดยังสุคติ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๒ หน้า : ๑๓๒}

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๓. สุภูติวรรค] ๒. อุปวาณเถราปทาน

ข้อ ๘๔

พวกมนุษย์ที่ไม่เชื่อในคำสอน และพวกที่เลื่อมใสในศาสนา มีความต้องการจะเห็นปาฏิหาริย์ จึงพากันบูชาพระสถูป

ข้อ ๘๕

ครั้งนั้น ข้าพเจ้าเป็นลูกจ้างอยู่ในกรุงหงสวดี เห็นชนพากันรื่นเริงบันเทิงใจ จึงคิดอย่างนี้ในครั้งนั้นว่า

ข้อ ๘๖

ชุมชนเหล่านี้ พากันดีใจ ไม่อิ่มถึงสักการะที่ควรทำ ซึ่งปรากฏที่เรือนแห่งพระธาตุของพระผู้มีพระภาคผู้ยิ่งใหญ่

ข้อ ๘๗

แม้เราก็จักทำสักการะแด่พระโลกนาถ ผู้คงที่ จักเป็นธรรมทายาทของพระองค์ในอนาคต

ข้อ ๘๘

ข้าพเจ้าจึงเอาผ้าห่มของข้าพเจ้าที่ช่างย้อมซักไว้อย่างดี คล้องไว้ที่ปลายไม้ไผ่ แล้วยกเป็นธงไว้ในท้องฟ้า

ข้อ ๘๙

ยักษ์อภิสัมมตะจับธงของข้าพเจ้านำไปในท้องฟ้า ข้าพเจ้าเห็นแต่ธงถูกลมสะบัดได้ทำให้เกิดความร่าเริงอย่างยิ่ง

ข้อ ๙๐

ข้าพเจ้าทำจิตให้เลื่อมใสในธงนั้นแล้ว เข้าไปหาภิกษุผู้เป็นสมณะรูปหนึ่ง อภิวาทท่านแล้วได้สอบถามถึงผลในการถวายธง

ข้อ ๙๑

ภิกษุรูปนั้นกล่าวถึงการที่ข้าพเจ้า เกิดความเอิบอิ่มใจในการถวายธงให้ข้าพเจ้าฟังว่า ท่านจักได้เสวยวิบากแห่งการถวายธงนั้นในกาลทุกเมื่อ

ข้อ ๙๒

กองทัพ ๔ เหล่า คือพลช้าง พลม้า พลรถ และพลเดินเท้า จักแวดล้อมท่านเป็นนิตย์ นี้เป็นผลแห่งการถวายธง

ข้อ ๙๓

เครื่องดนตรี ๖๐,๐๐๐ ชิ้น กลองที่ประดับตกแต่งอย่างสวยงาม แวดล้อมท่านเป็นนิตย์ นี้เป็นผลแห่งการถวายธง

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๒ หน้า : ๑๓๓}

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๓. สุภูติวรรค] ๒. อุปวาณเถราปทาน

ข้อ ๙๔

สาวรุ่น ๘๖,๐๐๐ นาง ล้วนประดับตกแต่งอย่างสวยงาม สวมใส่ผ้าอาภรณ์อันงดงาม ห้อยตุ้มหูแก้วมณี

ข้อ ๙๕

มีตากลมโต มีปกติร่าเริง รูปร่างงาม เอวเล็กเอวบาง จักแวดล้อมท่านเป็นนิตย์ นี้เป็นผลแห่งการถวายธง

ข้อ ๙๖

ท่านจักรื่นรมย์ในเทวโลกตลอด ๓๐,๐๐๐ กัป จักเกิดเป็นจอมเทพครองเทวสมบัติ ๘๐ ชาติ

ข้อ ๙๗

จักเป็นพระเจ้าจักรพรรดิ ๑,๐๐๐ ชาติ จักเป็นพระเจ้าประเทศราชอันไพบูลย์นับชาติไม่ถ้วน

ข้อ ๙๘

ในกัปที่ ๑๐๐,๐๐๐ (นับจากกัปนี้ไป) พระศาสดาพระนามว่าโคดม ตามพระโคตร ทรงสมภพในราชสกุลโอกกากราช จักอุบัติขึ้นในโลก

ข้อ ๙๙

ท่านจุติจากเทวโลกแล้ว ถูกกุศลมูลตักเตือน ประกอบด้วยบุญกรรม จักเกิดเป็นบุตรของพราหมณ์

ข้อ ๑๐๐

ท่านจักละสมบัติประมาณ ๘๐ โกฏิ ทั้งทาสและกรรมกรจำนวนมาก บวชในศาสนาของพระผู้มีพระภาคพระนามว่าโคดม

ข้อ ๑๐๑

ท่านจักให้พระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระนามว่าโคดมศากยะ ผู้ประเสริฐ ทรงพอพระทัยแล้ว เป็นสาวกมีนามว่าอุปวาณะ ของพระศาสดา

ข้อ ๑๐๒

กรรมที่ข้าพเจ้าได้ทำไว้ในกัปที่ ๑๐๐,๐๐๐ ได้แสดงผลแก่ข้าพเจ้าแล้วในอัตภาพนี้ ข้าพเจ้าพ้นดีแล้ว (จากกิเลส)

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๒ หน้า : ๑๓๔}

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๓. สุภูติวรรค] ๓. ติสรณคมนิยเถราปทาน ดุจความเร็วแห่งลูกศรที่หลุดจากแล่งไปดีแล้ว ฉะนั้น เผากิเลสทั้งหลายได้แล้ว

ข้อ ๑๐๓

เมื่อข้าพเจ้าเป็นพระเจ้าจักรพรรดิ เป็นใหญ่ในทวีปทั้ง ๔ ธงทั้งหลายจักตั้งขึ้นรอบๆ ตลอด ๓ โยชน์ ในกาลทุกเมื่อ

ข้อ ๑๐๔

ในกัปที่ ๑๐๐,๐๐๐ นับจากกัปนี้ไป ข้าพเจ้าได้ทำกรรมไว้ในครั้งนั้น จึงไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งการถวายธง

ข้อ ๑๐๕

คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ ข้าพเจ้าได้ทำให้แจ้งแล้ว คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ข้าพเจ้าก็ได้ทำสำเร็จแล้ว ดังนี้แล ได้ทราบว่า ท่านพระอุปวาณเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้อุปวาณเถราปทานที่ ๒ จบ

อรรถกถา

ชั้นตัวบทอรรถกถาอธิบายพระไตรปิฎกเปิดหน้าของฉบับนี้

ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

๒๒. อรรถกถาอุปวาณเถราปทาน

อปทานของท่านพระอุปวาณเถระมีคำเริ่มต้นว่า ปทุมุตฺตโร นาม ชิโน ดังนี้.

ท่านอุปวาณเถระแม้นี้ได้บำเพ็ญบุญญาธิการไว้ในพระพุทธเจ้าองค์ก่อนๆ สั่งสมบุญทั้งหลายอันเป็นอุปนิสัยแห่งพระนิพพานในภพนั้นๆ ในกาลแห่งพระผู้มีพระภาคเจ้าพระนามว่าปทุมุตตระ บังเกิดในตระกูลแห่งคนขัดสน บรรลุนิติภาวะแล้ว เมื่อพระผู้มีพระภาคเจ้าปรินิพพาน เมื่อมนุษย์ เทวดา นาค ครุฑ กุมภัณฑ์ ยักษ์และคนธรรพ์ทั้งหลายต่างถือเอาพระธาตุของพระองค์มากระทำพระสถูปสำเร็จด้วยรัตนะทั้ง ๗ สูง ๗ โยชน์ เขาได้เอาผ้าอุตราสงค์ของตนซึ่งขาวสะอาดบริสุทธิ์ ผูกปลายไม้ไผ่ทำเป็นธงแล้วทำการบูชา.

ยักษ์เสนาบดีนามว่าอภิสัมมตกะ อันเทวดาทั้งหลายแต่งตั้งไว้เพื่ออารักขาสถานที่บูชาพระเจดีย์ มีกายไม่ปรากฏ ถือธงในอากาศกระทำประทักษิณพระเจดีย์ ๓ รอบ.

เขาเห็นดังนั้นได้เป็นผู้มีใจเลื่อมใสเกินประมาณ ด้วยบุญกรรมนั้น เขาท่องเที่ยวไปในเทวดาและมนุษย์ทั้งหลาย. เกิดในตระกูลพราหมณ์ ในพุทธุปบาทกาลนี้ ได้นามว่าอุปวาณะ เจริญวัยแล้ว เห็นพุทธานุภาพในคราวทรงรับมอบพระเชตวันวิหาร เป็นผู้ได้ศรัทธาบวชแล้ว กระทำกรรมในวิปัสสนา บรรลุพระอรหัตแล้ว ได้เป็นผู้มีอภิญญา ๖.

ในกาลใด ความไม่ผาสุกได้มีแก่พระผู้มีพระภาคเจ้า ในกาลนั้น พระเถระได้น้อมนำน้ำร้อน น้ำปานะและเภสัช เห็นปานนั้นเข้าไปถวายพระผู้มีพระภาคเจ้า. ด้วยเหตุนั้น พระโรคของพระศาสดานั่นจึงสงบ. พระศาสดาได้ทรงกระทำอนุโมทนาแก่ท่าน.

ท่านได้บรรลุอรหัตผล ได้รับตำแหน่งเอตทัคคะอย่างนี้แล้ว ระลึกถึงบุพกรรมของตน เมื่อจะประกาศปุพพจริตาปทาน จึงกล่าวคำมีอาทิว่า ปทุมุตฺตโร นาม ชิโน ดังนี้.

เชื่อมความว่า พระชินเจ้าคือพระผู้มีพระภาคเจ้า ผู้ทรงชำระมาร ๕ พระนามว่าปทุมุตตระ ผู้ถึงฝั่งคือโลกิยธรรมและโลกุตตรธรรมทั้งปวงในที่นั้น บรรลุถึงที่สุดคือพระนิพพาน ทรงโพลงพระพุทธรัศมีมีพรรณะ ๖ ให้สว่างไสวดุจกองเพลิง ทรงยังสัตวโลกทั้งปวงให้สว่างไสวด้วยความโชติช่วงคือพระสัทธรรม เป็นพระสัมพุทธะคือเป็นผู้ตรัสรู้ดี ทรงปลุกหมู่สัตว์ผู้ตกอยู่ในความหลับคืออวิชชา ให้ตื่นจากกิเลสนิทราพร้อมทั้งวาสนา ทรงมีพระเนตรเบิกบานเต็มที่ ดุจดอกบัวแย้มบาน ทรงปรินิพพานคือปรินิพพานด้วยกิเลสนิพพาน ถึงสถานที่ใครๆ ไม่เห็น.

บทว่า ชงฺฆา ความว่า มีบันไดที่ผูกพันไว้เพื่อประโยชน์แก่อันตั้งไว้ซึ่งอิฐที่จะพึงก่อในเวลากระทำพระเจดีย์.

บทว่า สุโธตํ รชเกนาหํ ความว่า เราได้ทำผ้าอุตราสงค์ที่บุรุษผู้ซักผ้าซักดีแล้วที่ปลายไม้ไผ่ แล้วโยนขึ้นไปให้เป็นธง.

อธิบายว่า ให้ยกขึ้นไว้ในอัมพรอากาศ.

คำที่เหลือรู้ได้ง่ายทั้งนั้น. จบอรรถกถาอุปวาณเถราปทาน -----------------------------------------------------

ฉบับที่ใช้และสัญญาอนุญาต

พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ

pli-siamrath · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ฉบับสยามรัฐ จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๔๖๘–๒๔๗๑ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมายhttps://84000.org/tipitaka/pali/

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง

th-chabab-luang · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๔

ฉบับหลวง จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๕๑๔ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมายhttps://84000.org/tipitaka/

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ

th-mahachula · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ผู้ดำเนินการแจ้ง ๒๕ ส.ค. ๖๙ ว่าได้รับอนุญาตจากมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยให้เผยแพร่ตัวบทฉบับนี้ · **เป็นคำยืนยันด้วยวาจา ยังไม่มีหนังสืออนุญาตประกอบ** ⇒ ฐานของการเผยแพร่คือวินิจฉัยของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่หลักฐานเอกสารและไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย · ข้อเท็จจริงที่ยังเป็นจริง: จัดพิมพ์ พ.ศ. ๒๕๓๙ งานที่นิติบุคคลเป็นเจ้าของคุ้มครอง ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา (พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒) ถึงราว พ.ศ. ๒๕๘๙ — การอนุญาตจึงจำเป็นและต้องเก็บเอกสารไว้ให้ได้docs/legal/PERMISSIONS.md#มจร

อรรถกถาแปลไทย

th-attha-84000 · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ผู้ดำเนินการแจ้ง ๒๕ ส.ค. ๖๙ ว่าได้รับอนุญาตให้เผยแพร่ตัวบทชุดนี้ · **เป็นคำยืนยันด้วยวาจา ยังไม่มีเอกสารประกอบ** ⇒ ฐานของการเผยแพร่คือวินิจฉัยของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่หลักฐานเอกสาร · สิ่งที่ยังไม่รู้และไม่ได้หายไปเพราะการอนุญาต: **หน้าเว็บไม่ระบุผู้แปล ผู้จัดพิมพ์ หรือปี** จึงยังไม่รู้ว่าเป็นฉบับพิมพ์ของใคร (ที่เชื่อกันคือชุดมหามกุฏราชวิทยาลัย ๙๑ เล่ม ราว พ.ศ. ๒๕๒๕) — การอนุญาตครอบคลุมใครและอะไร จึงยังระบุไม่ได้จนกว่าจะได้เอกสารdocs/legal/PERMISSIONS.md#อรรถกถา