๙. เอกัญชลิกเถราปทาน (๒๙)
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
บาลีและคำแปล
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
นวมํ เอกญฺชลิกตฺเถราปทานํ (๒๙)
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๓๒ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๒๔ ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เอกัญชลิกเถราปทานที่ ๙ (๒๙) ว่าด้วยผลแห่งการประนมอัญชลี
|๓๑.๑๘๒| สุวณฺณวณฺณํ สมฺพุทฺธํ คจฺฉนฺตํ อนฺตราปเณ วิปสฺสึ สตฺถวาหคฺคํ นรวีรํ วินายกํ ฯ |๓๑.๑๘๓| อทนฺตทมนํ ตาทึ มหาวาทึ มหามตึ ทิสฺวา ปสนฺโน สุมโน เอกญฺชลึ อกาสหํ ฯ |๓๑.๑๘๔| เอกนวุเต อิโต กปฺเป ยํ อญฺชลิมกรึ ตทา ทุคฺคตึ นาภิชานามิ อญฺชลิสฺส อิทํ ผลํ ฯ |๓๑.๑๘๕| ปฏิสมฺภิทา จตสฺโส วิโมกฺขาปิจ อฏฺฐิเม ฉฬภิญฺญา สจฺฉิกตา กตํ พุทฺธสฺส สาสนนฺติ ฯ อิตฺถํ สุทํ อายสฺมา เอกญฺชลิโก เถโร อิมา คาถาโย อภาสิตฺถาติ ฯ เอกญฺชลิกตฺเถรสฺส อปทานํ สมตฺตํ ฯ
เราได้เห็นพระสัมพุทธเจ้า ผู้มีพระฉวีวรรณเปล่งปลั่งดังทองพระนามว่า วิปัสสี เลิศกว่าผู้นำหมู่ เป็นนระผู้แกล้วกล้า ทรงแนะนำดี ทรงทรมานผู้ ที่ยังมิได้ทรมาน ผู้คงที่ ทรงมีวาทะมาก มีมติมาก เสด็จดำเนินไป ระหว่างตลาด จึงมีจิตเลื่อมใส มีใจโสมนัส ได้ประนมอัญชลีไหว้ ใน กัลปที่ ๙๑ แต่กัลปนี้ เราได้ประนมอัญชลีไหว้อันใด ในเวลานั้น ด้วย กรรมนั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งการประนมอัญชลีไหว้ คุณ วิเศษเหล่านี้ คือปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ เราทำให้แจ้ง ชัดแล้ว พระพุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้. ทราบว่า ท่านพระเอกัญชลิกเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล. จบ เอกัญชลิกเถราปทาน. -----------------------------------------------------
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องตรงกันทั้งสองฉบับ
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๓. สุภูติวรรค] ๙. เอกัญชลิกเถราปทาน ๙. เอกัญชลิกเถราปทาน ประวัติในอดีตชาติของพระเอกัญชลิกเถระ (พระเอกัญชลิกเถระ เมื่อจะประกาศประวัติในอดีตชาติของตน จึงกล่าวว่า)
พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ผู้มีพระฉวีวรรณดังทองคำ พระนามว่าวิปัสสี ทรงเปรียบด้วยนายเกวียนผู้เลิศ ผู้เป็นนรชนผู้ประเสริฐ ทรงเป็นผู้นำโดยวิเศษ กำลังเสด็จไปในระหว่างร้านตลาด
ทรงฝึกผู้ที่ยังไม่ได้รับการฝึก ผู้คงที่ เป็นเจ้าลัทธิใหญ่ มีปัญญามาก ข้าพระองค์ได้เห็นแล้วจึงเป็นผู้เลื่อมใส มีใจยินดีแล้วได้ประคองอัญชลี
ในกัปที่ ๙๑ นับจากกัปนี้ไป ข้าพเจ้าได้ประคองอัญชลีไว้ในครั้งนั้น จึงไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งการประคองอัญชลี
คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ ข้าพเจ้าได้ทำให้แจ้งแล้ว คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ข้าพเจ้าก็ได้ทำสำเร็จแล้ว ดังนี้แล ได้ทราบว่า ท่านพระเอกัญชลิกเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้เอกัญชลิกเถราปทานที่ ๙ จบ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๒ หน้า : ๑๔๗}
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๒๙. อรรถกถาเอกัญชลิกเถราปทาน
อปทานของท่านพระเอกัญชลิกเถระมีคำเริ่มต้นว่า สุวณฺณวณฺณํ ดังนี้.
พระเถระแม้นี้ได้บำเพ็ญบุญญาธิการไว้ในพระพุทธเจ้าองค์ก่อนๆ สั่งสมบุญทั้งหลายอันเป็นอุปนิสัยแห่งพระนิพพานในภพนั้นๆ ในกาลแห่งพระผู้มีพระภาคเจ้าพระนามว่าวิปัสสี บังเกิดในเรือนมีตระกูลแห่งหนึ่ง บรรลุนิติภาวะแล้ว เลื่อมใสในพระรัตนตรัย เห็นพระผู้มีพระภาคเจ้าพระนามว่าวิปัสสี กำลังเที่ยวบิณฑบาต มีจิตเลื่อมใส ได้ยืนประคองอัญชลีอยู่แล้ว.
ด้วยบุญกรรมนั้น เขาท่องเที่ยวไปในเทวดาและมนุษย์ทั้งหลาย เป็นผู้ควรแก่การบูชาในทุกสถาน เสวยสมบัติทั้งสอง.
ในพุทธุปบาทกาลนี้ บังเกิดในตระกูลผู้สมบูรณ์ด้วยสมบัติ เลื่อมใสในพระศาสนา บวชแล้วเจริญปัสสนา ดำรงอยู่ในพระอรหัตแล้ว. ด้วยอำนาจแห่งบุญที่บำเพ็ญมาในกาลก่อน ท่านจึงปรากฏนามว่า เอกัญชลิกเถระ ดังนี้.
ท่านระลึกถึงบุพกรรมของตน เห็นบุพกรรมนั้น เหมือนผลมะขามป้อมอยู่ในฝ่ามือ เมื่อจะประกาศปุพพจริตาปทาน จึงกล่าวคำมีอาทิว่า สุวณฺณวณฺณํ ดังนี้.
บทว่า วิปสฺสึ สตฺถวาหคฺคํ ความว่า ชื่อว่าสัตถาวาหะ เพราะนำพวกพ่อค้าเกวียนให้ข้ามกันดาร.
อธิบายว่า ให้ข้ามคือให้ข้ามขึ้น ให้ข้ามออก ให้ข้ามพ้นจากวาฬกันดาร โจรกันดาร ทุพภิกขกันดาร ยักขกันดาร อัปปภักขกันดาร (กันดารมีภักษาน้อย) ให้ถึงภูมิอันเป็นแดนเกษม.
ใครนั้น ชื่อว่าเป็นหัวหน้าใหญ่แห่งพ่อค้า พระผู้มีพระภาคเจ้าแม้นี้ ชื่อว่าสัตถวาหะ ผู้นำพวกพ่อค้าเกวียน เพราะเป็นผู้เสมือนผู้นำพวก.
จริงอย่างนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้านั้นย่อมยังเหล่าสัตว์ผู้ปรารถนาพระโพธิญาณ ๓ อย่าง ผู้ได้สร้างบุญสมภารไว้ ให้ข้ามคือให้ขึ้น ให้ข้ามออก ให้ข้ามพ้นจากชาติกันดาร จากพยาธิกันดาร จากมรณกันดารและจากโสกะปริเทวะ ทุกข์ โทมนัสและอุปายาสกันดาร จากสงสารกันดารทั้งปวง. อธิบายว่า ให้ถึงบกคือพระนิพพาน.
ชื่อว่า สตฺถวาหคฺโค เพราะท่านเป็นผู้นำหมู่พ่อค้าเกวียนผู้เลิศ ประเสริฐและเป็นประธาน.
เชื่อมความว่า ซึ่งพระสัมพุทธเจ้าพระนามว่าวิปัสสี ผู้นำหมู่พ่อค้าเกวียนผู้เลิศนั้น.
บทว่า นรวรํ วินายกํ ความว่า ซึ่งเป็นนระผู้แกล้วกล้า เพราะมีความบากบั่น ไม่ย่อหย่อน ในระหว่างแห่งนระทั้งหลาย. ซึ่งท่านผู้ชื่อว่านายกะ เพราะนำสัตว์ทั้งหลายผู้ได้สร้างบุญสมภารไว้โดยพิเศษ ให้ถึงนครคือนิพพานนั้น.
บทว่า อทนฺตทมนํ ตาทึ ซึ่งท่านผู้ชื่อว่าผู้ฝึกผู้อื่นผู้ยังไม่ฝึก เพราะฝึกเหล่าสัตว์ผู้ไม่ได้ฝึกด้วยกายทวาร วจีทวารและมโนทวารอันประกอบด้วยกิเลสมีราคะ โทสะและโมหะเป็นต้น. ซึ่งผู้ชื่อว่าคงที่ เพราะประกอบด้วยคุณมีความเป็นผู้ไม่หวั่นไหวในอิฏฐารมณ์และอนิฏฐารมณ์เป็นต้น.
บทว่า มหาวาทึ มหมตึ ความว่า ผู้ชื่อว่ามหาวาที เพราะมีปกติอยู่ด้วยบุคคลผู้ยิ่งกว่าตน ในระหว่างแห่งบุคคลผู้กล่าวถึงลัทธิของตนและลัทธิของบุคคลอื่น มติอันใหญ่อันเสมอด้วยแผ่นดิน และเสมอด้วยภูเขาสุเมรุของผู้ใดมีอยู่ ผู้นั้นชื่อว่ามีมติใหญ่.
คำว่า มหามติ นั้นเป็นตุลยาธิกรณพหุพพิหิสมาส โดยนัยมีอาทิว่า มหาวาที มหามตึ สมฺพุทฺธํ ดังนี้.
คำที่เหลือมีอรรถง่ายทั้งนั้นแล. จบอรรถกถาเอกัญชลิกเถราปทาน -----------------------------------------------------