๔. สัตตปทุมิยเถราปทาน (๓๑๔)
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
บาลีและคำแปล
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
จตุตฺถํ สตฺตปทุมิยตฺเถราปทานํ (๓๑๔)
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๓๒ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๒๔ ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ สัตตปทุมิยเถราปทานที่ ๔ (๓๑๔) ว่าด้วยผลแห่งพุทธบูชา
|๓๑๖.๑๔| นทีกูเล วสามหํ เนสาโท นาม พฺราหฺมโณ สตฺตปตฺเตหิ ปุปฺเผหิ สมฺมชฺชิตฺวาน อสฺสมํ ฯ |๓๑๖.๑๕| สุวณฺณวณฺณํ สมฺพุทฺธํ สิทฺธตฺถํ โลกนายกํ ทิสฺวา วเนน คจฺฉนฺตํ หาโส เม อุปปชฺชถ ฯ |๓๑๖.๑๖| ปจฺจุคฺคนฺตฺวาน สมฺพุทฺธํ โลกเชฏฺฐํ นราสภํ อสฺสมํ อตินาเมตฺวา ชลชคฺเคหิ โอกิรึ ฯ |๓๑๖.๑๗| จตุนวุเต อิโต กปฺเป ยํ ปุปฺผมภิปูชยึ ทุคฺคตึ นาภิชานามิ พุทฺธปูชายิทํ ผลํ ฯ |๓๑๖.๑๘| อิโต เต สตฺตเม กปฺเป จตุโร ปาทปาวรา สตฺตรตนสมฺปนฺนา จกฺกวตฺตี มหพฺพลา ฯ |๓๑๖.๑๙| ปฏิสมฺภิทา จตสฺโส วิโมกฺขาปิจ อฏฺฐิเม ฉฬภิญฺญา สจฺฉิกตา กตํ พุทฺธสฺส สาสนนฺติ ฯ อิตฺถํ สุทํ อายสฺมา สตฺตปทุมิโย เถโร อิมา คาถาโย อภาสิตฺถาติ ฯ สตฺตปทุมิยตฺเถรสฺส อปทานํ สมตฺตํ ฯ
เราเป็นพราหมณ์นามว่าเนสาท อยู่ใกล้ฝั่งแม่น้ำ เรากวาดอาศรมด้วย ดอกไม้ (ดอกปทุม) มีกลีบ ๗ กลีบ ความชื่นชมเกิดขึ้นแก่เรา เพราะได้ เห็นพระสัมพุทธเจ้าพระนามว่าสิทธัตถะ ผู้มีพระฉวีวรรณดังทองคำ เป็น นายกของโลก กำลังเสด็จไปทางป่า เราต้อนรับพระสัมพุทธเจ้าเชษฐบุรุษ ของโลก ประเสริฐกว่านระ นำพระองค์มายังอาศรมแล้ว บูชาด้วย ดอกบัวอันสวยงาม ในกัลปที่ ๙๔ แต่กัลปนี้ เราได้บูชาพระพุทธเจ้า ด้วยดอกไม้ใด ด้วยการบูชานั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่ง พุทธบูชา ในกัลปที่ ๗ แต่กัลปนี้ ได้มีพระเจ้าจักรพรรดิ ๔ พระองค์ ทรงพระนามว่ามหาปาสภะ มีพลมาก คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งชัดแล้ว พระพุทธศาสนาเราได้ ทำเสร็จแล้ว ดังนี้. ทราบว่า ท่านพระสัตตปทุมิยเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล. จบ สัตตปทุมิยเถราปทาน.
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องตรงกันทั้งสองฉบับ
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๔. สัตตปทุมิยเถราปทาน ประวัติในอดีตชาติของพระสัตตปทุมิยเถระ (พระสัตตปทุมิยเถระ เมื่อจะประกาศประวัติในอดีตชาติของตน จึงกล่าวว่า)
ข้าพเจ้าเป็นพราหมณ์มีนามว่าเนสาทะ ใช้ดอกไม้ร้อยกลีบกวาดอาศรม อาศัยอยู่ที่ฝั่งแม่น้ำ
ความชื่นชมเกิดขึ้นแก่ข้าพเจ้า เพราะได้เห็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระนามว่าสิทธัตถะ ผู้มีพระฉวีวรรณดังทองคำ ทรงเป็นผู้นำสัตว์โลก กำลังเสด็จไปทางป่า
ข้าพเจ้าต้อนรับพระสัมมาสัมพุทธเจ้าผู้เจริญที่สุดในโลก ทรงองอาจกว่านรชน จึงนำเสด็จพระองค์มายังอาศรมแล้ว บูชาด้วยดอกบัวงาม
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๒ หน้า : ๔๗๔}
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๓๒. อารักขาทายกวรรค] ๕. ปุปผาสนทายกเถราปทาน
ในกัปที่ ๙๔ นับจากกัปนี้ไป ข้าพเจ้าได้ใช้ดอกไม้บูชาไว้ จึงไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งการบูชาพระพุทธเจ้า
ในกัปที่ ๗ นับจากกัปนี้ไป ได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิ ๔ ชาติ พระนามว่าปาทปาวระ สมบูรณ์ด้วยรัตนะ ๗ ประการ มีพลานุภาพมาก
คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ ข้าพเจ้าได้ทำให้แจ้งแล้ว คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ข้าพเจ้าก็ได้ทำสำเร็จแล้ว ดังนี้แล ได้ทราบว่า ท่านพระสัตตปทุมิยเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้สัตตปทุมิยเถราปทานที่ ๔ จบ
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๓๑๔. อรรถกถาสัตตปทุมิยเถราปทาน
พึงทราบเรื่องราวในอปทานที่ ๔ ดังต่อไปนี้ :-
บทว่า ชลชคฺเคหิ โอกิรึ ความว่า เราได้เอาดอกไม้ทั้งหลายมีดอกอุบลและดอกปทุมเป็นต้นที่สูงสุด เกิดในน้ำมาเกลี่ยบูชาแล้วแล. จบอรรถกถาสัตตปทุมิยเถราปทาน -----------------------------------------------------