๖. อาสนถวิกเถราปทาน (๓๑๖)
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
บาลีและคำแปล
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
ฉฏฺฐํ อาสนตฺถวิกตฺเถราปทานํ (๓๑๖)
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๓๒ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๒๔ ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ อาสนถวิกเถราปทานที่ ๖ (๓๑๖) ว่าด้วยผลแห่งการสรรเสริญ
|๓๑๘.๒๖| เจติยํ อุตฺตมํ นาม สิขิโน โลกพนฺธุโน อรญฺเญ อิริเณ วิวเน อนฺวาหิณฺฑามหํ ตทา ฯ |๓๑๘.๒๗| ปวนา นิกฺขมนฺเตน ทิฏฺฐํ สีหาสนํ มยา เอกํสํ อญฺชลึ กตฺวา สนฺถวึ โลกนายกํ ฯ |๓๑๘.๒๘| ทิวสภาคํ ถวิตฺวาน พุทฺธํ โลกคฺคนายกํ หฏฺโฐ หฏฺเฐน จิตฺเตน อิมํ วาจมุทีรยึ ฯ |๓๑๘.๒๙| นโม เต ปุริสาชญฺญ นโม เต ปุริสุตฺตม สพฺพญฺญูสิ มหาวีร โลกเชฏฺฐ นราสภ ฯ |๓๑๘.๓๐| อภิตฺถวิตฺวา สิขินํ นิมิตฺตกรเณนหํ อาสนํ อภิวาเทตฺวา ปกฺกามึ อุตฺตรามุโข ฯ |๓๑๘.๓๑| เอกตฺตึเส อิโต กปฺเป ยํ ถวึ วทตํ วรํ ทุคฺคตึ นาภิชานามิ โถมนาย อิทํ ผลํ ฯ |๓๑๘.๓๒| สตฺตวีเส อิโต กปฺเป อตุลฺยา สตฺต อาสุ เต สตฺตรตนสมฺปนฺนา จกฺกวตฺตี มหพฺพลา ฯ |๓๑๘.๓๓| ปฏิสมฺภิทา จตสฺโส วิโมกฺขาปิจ อฏฺฐิเม ฉฬภิญฺญา สจฺฉิกตา กตํ พุทฺธสฺส สาสนนฺติ ฯ อิตฺถํ สุทํ อายสฺมา อาสนตฺถวิโก เถโร อิมา คาถาโย อภาสิตฺถาติ ฯ อาสนตฺถวิกตฺเถรสฺส อปทานํ สมตฺตํ ฯ
ในกาลนั้น เราเที่ยวค้นหาพระเจดีย์ อันชื่อว่าอุตตมะ ของพระพุทธเจ้า พระนามว่าสิขี ผู้เป็นเผ่าพันธุ์ของโลก ในไพรวันอันเป็นป่าใหญ่ เรา ออกจากป่าใหญ่ จึงได้พบพระที่นั่งทอง เราทำหนังสัตว์เฉวียงบ่าข้างหนึ่ง ประนมกรอัญชลีสรรเสริญพระพุทธเจ้าผู้นายกของโลก ครั้นสรรเสริญ พระพุทธเจ้าผู้อัครนายกของโลกในส่วนกลางวันแล้ว มีจิตโสมนัสยินดี ได้เปล่งวาจานี้ว่า ขอนอบน้อมแด่พระองค์ บุรุษอาชาไนย ขอนอบน้อม แด่พระองค์ อุดมบุรุษ ข้าแต่พระมหาวีรเจ้า เชษฐบุรุษของโลก ประเสริฐกว่านระ พระองค์เป็นสัพพัญญู ครั้นเราสรรเสริญพระพุทธเจ้า พระนามว่าสิขี ด้วยการทำนิมิตกราบไหว้อาสนะแล้ว บ่ายหน้ากลับไป ทางทิศอุดร ในกัลปที่ ๓๑ แต่กัลปนี้ เราได้สรรเสริญพระพุทธเจ้าผู้ ประเสริฐกว่าชน ด้วยการสรรเสริญนั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผล แห่งการสรรเสริญ ในกัลปที่ ๒๗ แต่กัลปนี้ ได้มีพระเจ้าจักรพรรดิ ๗ พระองค์ ทรงพระนามว่าอดุลยะ ทรงสมบูรณ์ด้วยแก้ว ๗ ประการ มี พลมาก คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งชัดแล้ว พระพุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้. ทราบว่า ท่านพระอาสนถวิกเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล. จบ อาสนถวิกเถราปทาน.
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · จับคู่ตามตำแหน่ง · เล่มนี้ทั้งสองฉบับแบ่งเรื่องเท่ากัน จึงเทียบตามลำดับได้ · ชื่อเรื่องไม่ตรงกัน จึงยังไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเรื่องเดียวกัน
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๖. อาสนสันถวิกเถราปทาน ประวัติในอดีตชาติของพระอาสนสันถวิกเถระ (พระอาสนสันถวิกเถระ เมื่อจะประกาศประวัติในอดีตชาติของตน จึงกล่าวว่า)
ครั้งนั้น ข้าพเจ้าเป็นผู้บอด เที่ยวค้นหาพระเจดีย์ชื่อว่าอุตตมะ ของพระพุทธเจ้าพระนามว่าสิขี ผู้เป็นเผ่าพันธุ์ของโลก ในไพรวันซึ่งเป็นป่าใหญ่
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๒ หน้า : ๔๗๖}
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๓๒. อารักขาทายกวรรค] ๖. อาสนสันถวิกเถราปทาน
ข้าพเจ้าออกจากป่าใหญ่ ได้พบพระแท่นสีหาสน์ จึงทำหนังสัตว์เฉวียงบ่าข้างหนึ่ง ประนมมือสรรเสริญพระพุทธเจ้า ผู้ทรงเป็นผู้นำสัตว์โลก
ครั้นสรรเสริญพระพุทธเจ้าซึ่งเป็นผู้นำชั้นเลิศของโลก ในส่วนกลางวันแล้ว ก็มีจิตร่าเริง เบิกบาน ได้เปล่งวาจานี้ว่า
ข้าแต่พระองค์ผู้เป็นบุรุษอาชาไนย ขอนอบน้อมแด่พระองค์ ข้าแต่พระองค์ผู้เป็นบุรุษผู้สูงสุด ขอนอบน้อมแด่พระองค์ ข้าแต่พระผู้มีพระภาคผู้มีความเพียรมาก ผู้เจริญที่สุดในโลก ทรงองอาจกว่านรชน พระองค์เป็นพระสัพพัญญู
ข้าพเจ้าได้สรรเสริญพระพุทธเจ้า พระนามว่าสิขี ด้วยการทำนิมิตอภิวาทอาสนะแล้ว บ่ายหน้าหลีกไปทางทิศเหนือ
ในกัปที่ ๓๑ นับจากกัปนี้ไป ข้าพเจ้าได้สรรเสริญพระพุทธเจ้า ผู้ประเสริญกว่าเจ้าลัทธิทั้งหลายไว้ จึงไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งการสรรเสริญ
ในกัปที่ ๒๗ นับจากกัปนี้ไป ได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิ ๗ ชาติ พระนามว่าอตุลยะ สมบูรณ์ด้วยรัตนะ ๗ ประการ มีพลานุภาพมาก
คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ ข้าพเจ้าได้ทำให้แจ้งแล้ว คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ข้าพเจ้าก็ได้ทำสำเร็จแล้ว ดังนี้แล ได้ทราบว่า ท่านพระอาสนสันถวิกเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้อาสนสันถวิกเถราปทานที่ ๖ จบ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๒ หน้า : ๔๗๗}
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๓๑๖. อรรถกถาอาสนถวิกเถราปทาน
พึงทราบเรื่องราวในอปทานที่ ๖ ดังต่อไปนี้ :-
บทว่า เจติยํ อุตฺตมํ นาม สิขิโน โลกพนฺธุโน ได้แก่ พระเจดีย์อันชื่อว่าอุตตมะ ของพระผู้มีพระภาคเจ้าพระนามว่าสิขี ผู้เป็นเผ่าพันธุ์คือเป็นญาติของชาวโลกหมดทั้ง ๓ โลก.
เชื่อมความว่า ได้มีในทุ่งที่ไร้ประโยชน์ คือปราศจากผู้คนสัญจรไปมา เป็นป่าใหญ่ปราศจากความสับสนอลหม่านแห่งหมู่มนุษย์.
บทว่า อนฺธาหิณฺฑามหํ ตทา ความว่า ในกาลนั้น เราเป็นผู้มืดเพราะหลงทางในป่า มิใช่มืดเพราะตาบอด จึงกล่าวว่า เราเที่ยวไปค้นหาหนทางดังนี้.
บทว่า ปวนา นิกฺขมนฺเตน ความว่า เราออกจากป่าใหญ่จึงได้พบสีหาสนะ คืออาสนะชั้นยอดเยี่ยม.
อีกอย่างหนึ่ง หมายความว่า เราได้เห็นอาสนะของพระผู้มีพระภาคเจ้าพระนามว่า สีหะ.
บทว่า เอกํสํ อญฺชลึ กตฺวา ความว่า เราทำการเฉวียงบ่าข้างหนึ่งด้านซ้าย แล้วประคองอัญชลีไว้เหนือเศียร.
บทว่า สนฺถวึ โลกนายกํ ความว่า เราได้ทำการชมเชยสรรเสริญพระผู้นำของชาวโลกพระองค์นั้น ผู้ยังชาวโลกทั้ง ๓ โลกให้บรรลุถึงพระนิพพานได้. จบอรรถกถาอาสนถวิกเถราปทาน -----------------------------------------------------