อ่านตัวบท · ไม่ตีความ

คลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

ฉบับแสดงอรรถกถา
ฉบับหลวง · ทั้งหมด · ตำแหน่งที่กำลังอ่าน ข้อ ๓๓๒

๑๐. สปริวารฉัตตทายกเถราปทาน (๓๓๐)

ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๓๓๒พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ 1 ข้อ / พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง 1 ข้อ / พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ 24 ข้อ4 ฉบับเทียบฉบับได้ข้อต่อข้อ

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง


บาลีและคำแปล

ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

ทสมํ สปริวารฉตฺตทายกตฺเถราปทานํ (๓๓๐)

พระไตรปิฎก เล่มที่ ๓๒ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๒๔ ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ สปริวารฉัตตทายกเถราปทานที่ ๑๐ (๓๓๐) ว่าด้วยผลแห่งการถวายฉัตร

ข้อ ๓๓๒

|๓๓๒.๘๓| ปทุมุตฺตโร โลกวิทู อาหุตีนํ ปฏิคฺคโห อากาเส ชลวุฏฺฐีว วสฺสเต ธมฺมวุฏฺฐิยา ฯ |๓๓๒.๘๔| ตมทฺทสาสึ สมฺพุทฺธํ เทเสนฺตํ อมตํ ปทํ สกํ จิตฺตํ ปสาเทตฺวา อคมาสึ สกํ ฆรํ ฯ |๓๓๒.๘๕| ฉตฺตํ อลงฺกตํ คยฺห อุปคญฺฉึ นรุตฺตมํ หฏฺโฐ หฏฺเฐน จิตฺเตน อากาเส อุกฺขิปึ อหํ ฯ |๓๓๒.๘๖| สุสงฺคหิตยานํว ทนฺโตว สาวกุตฺตโม อุปคนฺตฺวาน สมฺพุทฺธํ มตฺถเก สมฺปติฏฺฐหิ ฯ |๓๓๒.๘๗| อนุกมฺปโก การุณิโก พุทฺโธ โลกคฺคนายโก ภิกฺขุสงฺเฆ นิสีทิตฺวา อิมา คาถา อภาสถ ฯ |๓๓๒.๘๘| เยน ฉตฺตมิทํ ทินฺนํ อลงฺกตํ มโนรมํ เตน จิตฺตปฺปสาเทน ทุคฺคตึ โส น คจฺฉติ ฯ |๓๓๒.๘๙| สตฺตกฺขตฺตุํ จ เทเวสุ เทวรชฺชํ กริสฺสติ ทฺวตฺตึสกฺขตฺตุํ ราชา จ จกฺกวตฺติ ภวิสฺสติ ฯ |๓๓๒.๙๐| กปฺปสตสหสฺสมฺหิ โอกฺกากกุลสมฺภโว โคตโม นาม นาเมน สตฺถา โลเก ภวิสฺสติ ฯ |๓๓๒.๙๑| ตสฺส ธมฺเมสุ ทายาโท โอรโส ธมฺมนิมฺมิโต สพฺพาสเว ปริญฺญาย นิพฺพายิสฺสตินาสโว ฯ |๓๓๒.๙๒| พุทฺธสฺส คิรมญฺญาย วาจาสภิมุทีริตํ ปสนฺนจิตฺโต สุมโน ภิยฺโย หาสํ ชเนสหํ ฯ |๓๓๒.๙๓| ชหิตฺวา มานุสํ โยนึ ทิพฺพโยนึ สมชฺฌคํ วิมานมุตฺตมํ มยฺหํ อพฺภุคฺคตํ มโนรมํ ฯ |๓๓๒.๙๔| วิมานา นิกฺขมนฺตสฺส เสตจฺฉตฺตํ ธรียติ ตทา สญฺญํ ปฏิลภามิ ปุพฺพกมฺมสฺสิทํ ผลํ ฯ |๓๓๒.๙๕| เทวโลกา จวิตฺวาน มนุสฺสตฺตญฺจ อาคมึ ฉตฺตึสกฺขตฺตุํ จกฺกวตฺติ สตฺตกปฺปสตมฺหิโต ฯ |๓๓๒.๙๖| ตมฺหา กายา จวิตฺวาน อาคจฺฉึ ติทสํ ปุรํ สํสริตฺวานุปุพฺเพน มานุสํ ปุนราคมึ ฯ |๓๓๒.๙๗| โอกฺกนฺตํ มาตุกุจฺฉึ มํ เสตจฺฉตฺตํ อธารยุํ ชาติยา สตฺตวสฺโสหํ ปพฺพชึ อนคาริยํ ฯ |๓๓๒.๙๘| สุนนฺโท นาม นาเมน พฺราหฺมโณ มนฺตปารคู ผลิกํ ฉตฺตมาทาย สาวกคฺคสฺส โส อทา ฯ |๓๓๒.๙๙| อนุโมทิ มหาวีโร สารีปุตฺโต มหากถี สุตฺวานุโมทนํ ตสฺส ปุพฺพกมฺมํ อนุสฺสรึ ฯ |๓๓๒.๑๐๐| อญฺชลึ ปคฺคเหตฺวาน สกํ จิตฺตํ ปสาทยึ สริตฺวา ปุริมํ กมฺมํ อรหตฺตํ อปาปุณึ ฯ |๓๓๒.๑๐๑| อุฏฺฐาย อาสนา ตมฺหา สิเร กตฺวาน อญฺชลึ สมฺพุทฺธํ อภิวาเทตฺวา อิมํ วาจมุทีรยึ ฯ |๓๓๒.๑๐๒| สตสหสฺเส อิโต กปฺเป พุทฺโธ โลเก อนุตฺตโร ปทุมุตฺตโร โลกวิทู อาหุตีนํ ปฏิคฺคโห ฯ |๓๓๒.๑๐๓| ตสฺส ฉตฺตํ มยา ทินฺนํ วิจิตฺตํ สมลงฺกตํ อุโภหตฺเถหิ ปคฺคณฺหิ สยมฺภู อคฺคปุคฺคโล ฯ |๓๓๒.๑๐๔| อโห พุทฺโธ อโห ธมฺโม อโห โน สตฺถุสมฺปทา เอกฉตฺตสฺส ทาเนน ทุคฺคตึ นูปปชฺชหํ ฯ |๓๓๒.๑๐๕| กิเลสา ฌาปิตา มยฺหํ ภวา สพฺเพ สมูหตา สพฺพาสเว ปริญฺญาย วิหรามิ อนาสโว ฯ |๓๓๒.๑๐๖| ปฏิสมฺภิทา จตสฺโส วิโมกฺขาปิจ อฏฺฐิเม ฉฬภิญฺญา สจฺฉิกตา กตํ พุทฺธสฺส สาสนนฺติ ฯ อิตฺถํ สุทํ อายสฺมา สปริวารฉตฺตทายโก เถโร อิมา คาถาโย อภาสิตฺถาติ ฯ สปริวารฉตฺตทายกตฺเถรสฺส อปทานํ สมตฺตํ ฯ อุทฺทานํ อุมฺมาปุปฺผญฺจ ปุฬินํ หาโส ยญฺโญ นิมิตฺตโก สํสาวโก นิคฺคุณฺฑิ จ สุมนา ปุปฺผฉตฺตโก สปริวารฉตฺโต จ คาถา สตฺตสตุตฺตรา ฯ อุมฺมาปุปฺผิยวคฺโค เตตฺตึโส ฯ -----------

พระพุทธเจ้าพระนามว่าปทุมุตระ ทรงรู้แจ้งโลก สมควรรับเครื่องบูชา ทรงยังฝนคือธรรมให้ตกอยู่ เหมือนน้ำฝนในอากาศ ข้าพระองค์ได้เห็น พระสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น ทรงแสดงอมฤตบทอยู่ ยังจิตของตนให้เลื่อม ใสแล้วได้ไปสู่เรือนของตน ข้าพระองค์ถือเอาฉัตรที่ประดับแล้ว เข้าไป เฝ้าพระสัมพุทธเจ้าผู้อุดมกว่านระ ข้าพระองค์มีจิตโสมนัสยินดีโยนฉัตร ขึ้นไปบนอากาศ บรรดาพระสาวกผู้สงเคราะห์ดี พระสาวกผู้อุดมฝึกตน แล้วเข้าไปเฝ้าพระสัมพุทธเจ้าแล้ว ตั้งฉัตรไว้เหนือพระเศียร พระพุทธเจ้า ผู้อนุเคราะห์ กอปรด้วยพระกรุณา อัครนายกของโลก ประทับนั่งท่าม กลางภิกษุสงฆ์แล้ว ได้ตรัสพระคาถาเหล่านี้ว่า ผู้ใดถวายฉัตรอันประดับ แล้วเป็นที่รื่นรมย์ใจนี้ ด้วยความเลื่อมใสแห่งจิตนั้น ผู้นั้นจะไม่ไปสู่ ทุคติเลย จักได้เสวยเทวรัชสมบัติในเทวดา ๗ ครั้ง และจะได้เป็นพระเจ้า จักรพรรดิราช ๓๒ ครั้ง ในแสนกัลป แต่กัลปนี้ พระศาสดามีพระนาม ชื่อว่าโคดม ซึ่งมีสมภพในวงศ์พระเจ้าโอกกากราช จักเสด็จอุบัติในโลก ผู้นั้นจักเป็นโอรสผู้รับมรดกในธรรมของพระศาสดาพระองค์นั้น อันธรรม นิรมิต จักรู้ทั่วถึงพระดำรัสที่พระพุทธเจ้าเปล่งเป็นอาสภิวาจา กำหนดรู้ อาสวะทั้งปวงแล้ว จักเป็นผู้ไม่มีอาสวะนิพพาน ข้าพระองค์มีจิตเลื่อมใส โสมนัส ยังความยินดีให้เกิดโดยยิ่ง ข้าพระองค์ละกำเนิดมนุษย์แล้ว ได้ไปสู่กำเนิดทิพย์ วิมานของข้าพระองค์สวยงาม สูงเยี่ยม เป็นที่ รื่นรมย์ใจ เมื่อข้าพระองค์ออกจากวิมาน เทวดาทั้งหลายย่อมกั้นฉัตรขาวให้ ข้าพระองค์กลับได้สัญญาในกาลนั้น นี้เป็นผลแห่งบุรพกรรม ข้าพระ- องค์จุติจากเทวโลกแล้ว ได้มาสู่ความเป็นมนุษย์ ในกัลปที่ ๗๐๐ แต่ กัลปนี้ ข้าพระองค์ได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิ ๓๖ ครั้ง จุติจากกายนั้นแล้ว ได้ไปสู่ไตรทศบุรี ท่องเที่ยวไปโดยลำดับแล้ว ได้มาสู่ความเป็นมนุษย์ อีก ชนทั้งหลายได้กั้นฉัตรขาวให้ข้าพระองค์ผู้ลงสู่ครรภ์มารดา ข้าพระองค์ มีอายุ ๗ ปีแต่กำเนิด ออกบวชเป็นบรรพชิต พราหมณ์ มีนามว่าสุนันทะ รู้จบมนต์ เขาได้ถือเอาฉัตรมีสีดังแก้วผลึกมาถวายแก่อัครสาวก พระสารี บุตรมหาวีระ ผู้มีวาจาน่าบูชา อนุโมทนา ข้าพระองค์ฟังอนุโมทนาของ ท่านแล้ว ระลึกถึงบุรพกรรมได้ จึงประนมกรอัญชลี ยังจิตของตนให้ เลื่อมใส ระลึกถึงกรรมเก่าได้แล้วได้บรรลุอรหัต ลุกจากอาสนะนั้นแล้ว ประนมกรอัญชลีเหนือเศียร ถวายบังคมพระสัมพุทธเจ้าแล้ว เปล่งวาจา นี้ว่า ในกัลปที่แสนแต่กัลปนี้ ข้าพระองค์ได้ถวายฉัตรอันวิจิตรประดับ สวยงามแด่พระพุทธเจ้า ผู้ยอดเยี่ยมในโลก พระนามว่าปทุมุตระ ทรงรู้ แจ้งโลก สมควรรับเครื่องบูชา พระสยัมภูอัครบุคคลทรงรับด้วยพระหัตถ์ ทั้งสอง โอ พระพุทธเจ้า โอ พระธรรม โอหนอ ความถึงพร้อมแห่ง ศาสดา ด้วยการถวายฉัตรคันหนึ่ง ข้าพระองค์ไม่เข้าถึงทุคติเลย ข้า- พระองค์เผากิเลสทั้งหลายแล้ว ถอนภพทั้งปวงขึ้นได้แล้ว กำหนดรู้อาสวะ ทั้งปวงแล้ว เป็นผู้ไม่มีอาสวะอยู่ คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ ข้าพระองค์ทำให้แจ้งชัดแล้ว พระพุทธ- ศาสนาข้าพระองค์ได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้. ทราบว่า ท่านพระสปริวารฉัตตทายกเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล. จบ สปริวารฉัตตทายกเถราปทาน. ----------------------------------------------------- รวมอปทานที่มีในวรรคนี้ คือ ๑. อุมมาปุปผิยเถราปทาน ๒. ปุฬินปูชกเถราปทาน ๓. หาสชนกเถราปทาน ๔. ยัญญสามิกเถราปทาน ๕. นิมิตตสัญญกเถราปทาน ๖. อันนสังสาวกเถราปทาน ๗. นิคุณฑิปุปผิยเถราปทาน ๘. สุมนาเวฬิยเถราปทาน ๙. ปุปผฉัตติยเถราปทาน ๑๐. สปริวารฉัตตทายกเถราปทานมีคาถา ๑๐๗ คาถา. จบ อุมมาปุปผิยวรรคที่ ๓๓ -----------------------------------------------------

ฉบับมหาจุฬาฯ

ชั้นตัวบทพุทธพจน์

หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องตรงกันทั้งสองฉบับ

เปิดหน้าของฉบับนี้

ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

๑๐. สปริวารฉัตตทายกเถราปทาน ประวัติในอดีตชาติของพระสปริวารฉัตตทายกเถระ (พระสปริวารฉัตตทายกเถระ เมื่อจะประกาศประวัติในอดีตชาติของตน จึงกล่าวว่า)

ข้อ ๘๒

พระพุทธเจ้าพระนามว่าปทุมุตตระ ผู้ทรงรู้แจ้งโลก ผู้สมควรรับเครื่องบูชา ทรงโปรยฝนคือธรรมให้ตกอยู่ เหมือนน้ำฝนในอากาศ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๒ หน้า : ๔๙๕}

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๓๓. อุมาปุปผิยวรรค] ๑๐. สปริวารฉัตตทายกเถราปทาน

ข้อ ๘๓

ข้าพเจ้าได้เห็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า พระองค์นั้นทรงแสดงอมตบทอยู่ จึงทำจิตของตนให้เลื่อมใสแล้วได้กลับไปยังเรือนของตน

ข้อ ๘๔

ข้าพเจ้าถือฉัตรที่ประดับแล้ว เข้าเฝ้าพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ทรงเป็นนรชนผู้สูงสุด ข้าพเจ้ามีจิตร่าเริงเบิกบาน ได้โยนฉัตรขึ้นไปในอากาศ

ข้อ ๘๕

สาวกผู้ล้ำเลิศ ฝึกตนดุจยานที่ควบคุมดีแล้ว เข้าเฝ้าพระสัมมาสัมพุทธเจ้า กั้นฉัตรไว้เหนือเศียรเกล้า

ข้อ ๘๖

พระพุทธเจ้าผู้อนุเคราะห์ ประกอบด้วยพระกรุณา ทรงเป็นผู้นำชั้นเลิศของโลก ประทับนั่งในท่ามกลางหมู่ภิกษุแล้ว ได้ตรัสพระคาถาเหล่านี้ว่า

ข้อ ๘๗

ผู้ใดถวายฉัตรที่ประดับแล้วเป็นที่รื่นรมย์ใจนี้ ด้วยจิตที่เลื่อมใสนั้น ผู้นั้นจะไม่ไปเกิดยังทุคติเลย

ข้อ ๘๘

จักได้ครองเทวสมบัติในหมู่เทวดาตลอด ๗ ชาติ และจักได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิ ๓๒ ชาติ

ข้อ ๘๙

ต่อจากนี้ไปอีก ๑๐๐,๐๐๐ กัป พระศาสดาพระนามว่าโคดม ตามพระโคตร จักทรงสมภพในราชสกุลโอกกากราช จักอุบัติขึ้นในโลก

ข้อ ๙๐

ผู้นั้นจักเป็นธรรมทายาทของพระศาสดา พระองค์เป็นโอรสที่ธรรมเนรมิต จักกำหนดรู้อาสวะทั้งปวง เป็นผู้ไม่มีอาสวะแล้วนิพพาน

ข้อ ๙๑

ข้าพเจ้าทราบพระพุทธดำรัสที่ทรงเปล่งออกมา เป็นอาสภิวาจาแล้วก็มีจิตเลื่อมใส มีใจยินดี จึงเกิดความร่าเริงอย่างยิ่ง

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๒ หน้า : ๔๙๖}

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๓๓. อุมาปุปผิยวรรค] ๑๐. สปริวารฉัตตทายกเถราปทาน

ข้อ ๙๒

ข้าพเจ้าละกำเนิดมนุษย์แล้วได้ไปเกิดในกำเนิดเทวดา วิมานของข้าพเจ้าสวยงาม สูงตระหง่าน เป็นที่รื่นรมย์ใจ

ข้อ ๙๓

เมื่อข้าพเจ้าออกจากวิมาน เทวดาทั้งหลายย่อมกั้นฉัตรขาวให้ ข้าพเจ้ากลับได้ความทรงจำในครั้งนั้น นี้เป็นผลแห่งบุพกรรม

ข้อ ๙๔

ข้าพเจ้าจุติจากเทวโลกแล้ว ได้มาเกิดเป็นมนุษย์ ในกัปที่ ๑๐๗ นับจากกัปนี้ไป ข้าพเจ้าได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิ ๓๖ ชาติ

ข้อ ๙๕

จุติจากกายนั้นแล้วได้ไปสู่สวรรค์ชั้นดาวดึงส์ ท่องเที่ยวไปโดยลำดับแล้ว ได้มาเกิดเป็นมนุษย์อีก

ข้อ ๙๖

ชนทั้งหลายได้กั้นฉัตรขาวให้ข้าพเจ้า ผู้ลงมาปฏิสนธิในครรภ์มารดา ข้าพเจ้ามีอายุ ๗ ขวบ ก็ได้ออกบวชเป็นบรรพชิต

ข้อ ๙๗

พราหมณ์มีนามว่าสุนันทะ จบมนตร์ เขาได้ถือฉัตรมีสีดังแก้วผลึกมาถวายพระอัครสาวก

ข้อ ๙๘

พระสารีบุตรผู้มีความเพียรมาก ผู้มีวาจาน่าบูชา อนุโมทนาแล้ว ข้าพเจ้าฟังอนุโมทนาของท่านแล้ว ระลึกถึงบุพกรรมได้

ข้อ ๙๙

จึงประนมมือ ทำจิตของตนให้เลื่อมใส ระลึกถึงกรรมเก่าแล้วได้บรรลุอรหัตตผล

ข้อ ๑๐๐

ลุกจากอาสนะนั้นแล้วประนมมือไว้เหนือเศียรเกล้า ถวายอภิวาทพระสัมมาสัมพุทธเจ้าแล้ว เปล่งวาจานี้ว่า

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๒ หน้า : ๔๙๗}

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๓๓. อุมาปุปผิยวรรค] ๑๐. สปริวารฉัตตทายกเถราปทาน

ข้อ ๑๐๑

ในกัปที่ ๑๐๐,๐๐๐ นับจากกัปนี้ไป พระพุทธเจ้าผู้ยอดเยี่ยมในโลกพระนามว่าปทุมุตตระ ผู้ทรงรู้แจ้งโลก ผู้สมควรรับเครื่องบูชา

ข้อ ๑๐๒

ข้าพเจ้าถวายไตรจีวรที่สวยงามตกแต่งดีแล้วแด่พระองค์ พระสยัมภูพุทธเจ้า ผู้เป็นบุคคลผู้เลิศ ทรงรับด้วยพระหัตถ์ทั้ง ๒

ข้อ ๑๐๓

ช่างน่าอัศจรรย์ พระพุทธเจ้า ช่างน่าอัศจรรย์ พระธรรม ช่างน่าอัศจรรย์ การที่ข้าพเจ้าได้มาประจวบกับพระศาสดา ด้วยผลแห่งการถวายฉัตรคันหนึ่ง ข้าพเจ้าจึงไม่เข้าถึงทุคติเลย

ข้อ ๑๐๔

กิเลสทั้งหลายข้าพเจ้าก็เผาได้แล้ว ภพทั้งปวงข้าพเจ้าก็ถอนได้แล้ว ข้าพเจ้ากำหนดรู้อาสวะทั้งปวงได้แล้ว

ข้อ ๑๐๕

คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ ข้าพเจ้าได้ทำให้แจ้งแล้ว คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ข้าพเจ้าก็ได้ทำสำเร็จแล้ว ดังนี้แล ได้ทราบว่า ท่านพระสปริวารฉัตตทายกเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้สปริวารฉัตตทายกเถราปทานที่ ๑๐ จบ อุมาปุปผิยวรรคที่ ๓๓ จบบริบูรณ์

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๒ หน้า : ๔๙๘}

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๓๓. อุมาปุปผิยวรรค] รวมอปทานที่มีในวรรค รวมอปทานที่มีในวรรคนี้ คือ ๑. อุมาปุปผิยเถราปทาน ๒. ปุฬินปูชกเถราปทาน ๓. หาสชนกเถราปทาน ๔. ยัญญสามิกเถราปทาน ๕. นิมิตตสัญญกเถราปทาน ๖. อันนสังสาวกเถราปทาน ๗. นิคคุณฑิปุปผิยเถราปทาน ๘. สุมนาเวฬิยเถราปทาน ๙. ปุปผฉัตติยเถราปทาน ๑๐. สปริวารฉัตตทายกเถราปทาน มีคาถา ๑๐๗ คาถา

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๒ หน้า : ๔๙๙}

อรรถกถา

ชั้นตัวบทอรรถกถาอธิบายพระไตรปิฎกเปิดหน้าของฉบับนี้

ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

อปทานที่ ๘, ๙, ๑๐ มีเนื้อความปรากฏชัดดีแล้วทีเดียวแล. จบอรรถกถาอุมมาปุปผิยวรรคที่ ๓๓ -----------------------------------------------------

อรรถกถาที่มีมาก่อนหน้านี้ :- อรรถกถา ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๓๓. อุมมาปุปผิยวรรค ๗. นิคคุณฑิปุปผิยเถราปทาน (๓๒๗)

ฉบับที่ใช้และสัญญาอนุญาต

พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ

pli-siamrath · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ฉบับสยามรัฐ จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๔๖๘–๒๔๗๑ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมายhttps://84000.org/tipitaka/pali/

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง

th-chabab-luang · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๔

ฉบับหลวง จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๕๑๔ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมายhttps://84000.org/tipitaka/

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ

th-mahachula · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ผู้ดำเนินการแจ้ง ๒๕ ส.ค. ๖๙ ว่าได้รับอนุญาตจากมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยให้เผยแพร่ตัวบทฉบับนี้ · **เป็นคำยืนยันด้วยวาจา ยังไม่มีหนังสืออนุญาตประกอบ** ⇒ ฐานของการเผยแพร่คือวินิจฉัยของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่หลักฐานเอกสารและไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย · ข้อเท็จจริงที่ยังเป็นจริง: จัดพิมพ์ พ.ศ. ๒๕๓๙ งานที่นิติบุคคลเป็นเจ้าของคุ้มครอง ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา (พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒) ถึงราว พ.ศ. ๒๕๘๙ — การอนุญาตจึงจำเป็นและต้องเก็บเอกสารไว้ให้ได้docs/legal/PERMISSIONS.md#มจร

อรรถกถาแปลไทย

th-attha-84000 · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ผู้ดำเนินการแจ้ง ๒๕ ส.ค. ๖๙ ว่าได้รับอนุญาตให้เผยแพร่ตัวบทชุดนี้ · **เป็นคำยืนยันด้วยวาจา ยังไม่มีเอกสารประกอบ** ⇒ ฐานของการเผยแพร่คือวินิจฉัยของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่หลักฐานเอกสาร · สิ่งที่ยังไม่รู้และไม่ได้หายไปเพราะการอนุญาต: **หน้าเว็บไม่ระบุผู้แปล ผู้จัดพิมพ์ หรือปี** จึงยังไม่รู้ว่าเป็นฉบับพิมพ์ของใคร (ที่เชื่อกันคือชุดมหามกุฏราชวิทยาลัย ๙๑ เล่ม ราว พ.ศ. ๒๕๒๕) — การอนุญาตครอบคลุมใครและอะไร จึงยังระบุไม่ได้จนกว่าจะได้เอกสารdocs/legal/PERMISSIONS.md#อรรถกถา