๘. ติณมุฏฐิทายกเถราปทาน (๓๔๘)
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
บาลีและคำแปล
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
อฏฺฐมํ ติณมุฏฺฐิทายกตฺเถราปทานํ (๓๔๘)
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๓๒ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๒๔ ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ ติณมุฏฐิทายกเถราปทานที่ ๘ (๓๔๘) ว่าด้วยผลแห่งการถวายหญ้ากำมือเดียว
|๓๕๐.๔๘| หิมวนฺตสฺสวิทูเร ลมฺพโก นาม ปพฺพโต อุปติสฺโส นาม สมฺพุทฺโธ อพฺโภกาสมฺหิ จงฺกมิ ฯ |๓๕๐.๔๙| มิคลุทฺโธ ปุเร อาสึ อรญฺเญ กานเน อหํ ทิสฺวาน ตํ เทวเทวํ สยมฺภุํ อปราชิตํ ฯ |๓๕๐.๕๐| วิปฺปสนฺเนน จิตฺเตน ตทา ตสฺส มเหสิโน นิสีทนตฺถํ พุทฺธสฺส ติณมุฏฺฐิมทาสหํ ฯ |๓๕๐.๕๑| ทตฺวาน เทวเทวสฺส ภิยฺโย จิตฺตํ ปสาทยึ สมฺพุทฺธํ อภิวาเทตฺวา ปกฺกามิ อุตฺตรามุโข ฯ |๓๕๐.๕๒| อจิรํ คตมตฺตํ มํ มิคราชา อเหฐยิ สีเหน ปาติโต สนฺโต ตตฺถ กาลํ กโต อหํ ฯ |๓๕๐.๕๓| อาสนฺเน เม กตํ กมฺมํ พุทฺธเสฏฺเฐ อนาสเว สุมุตฺโต สรเวโคว เทวโลกํ อคจฺฉหํ ฯ |๓๕๐.๕๔| ยูโป ตตฺถ สุโภ อาสิ ปุญฺญกมฺมาภินิมฺมิโต สหสฺสกณฺโฑ สตฺตเคณฺฑุ ธชาลุ หริตามโย ฯ |๓๕๐.๕๕| ปภา นิทฺธาวเต ตสฺส สตรํสีว อุคฺคโต อากิณฺโณ เทวกญฺญาหิ อาโมทึ กามกามิหํ ฯ |๓๕๐.๕๖| เทวโลกา จวิตฺวาน สุกฺกมูเลน โจทิโต อาคนฺตฺวาน มนุสฺสตฺตํ ปตฺโตมฺหิ อาสวกฺขยํ ฯ |๓๕๐.๕๗| จตุนวุเต อิโต กปฺเป นิสีทนมทาสหํ ทุคฺคตึ นาภิชานามิ ติณมุฏฺฐิยิทํ ผลํ ฯ |๓๕๐.๕๘| ปฏิสมฺภิทา จตสฺโส วิโมกฺขาปิจ อฏฺฐิเม ฉฬภิญฺญา สจฺฉิกตา กตํ พุทฺธสฺส สาสนนฺติ ฯ อิตฺถํ สุทํ อายสฺมา ติณมุฏฺฐิทายโก เถโร อิมา คาถาโย อภาสิตฺถาติ ฯ ติณมุฏฺฐิทายกตฺเถรสฺส อปทานํ สมตฺตํ ฯ
มีภูเขาชื่อลัมพกะ อยู่ในที่ไม่ไกลภูเขาหิมวันต์ พระสัมพุทธเจ้าพระนามว่า อุปติสสะ เสด็จจงกรมอยู่ในที่แจ้ง ในกาลก่อนเราเป็นพรานเนื้ออยู่ (เที่ยวไป) ในป่าใหญ่ ได้พบพระพุทธเจ้าพระองค์นั้น ผู้ประเสริฐกว่า เทวดา เป็นสยัมภูผู้ไม่แพ้อะไรๆ ขณะนั้น เรามีจิตเลื่อมใสยิ่งนัก ได้ ถวายหญ้ากำมือหนึ่งสำหรับประทับนั่ง แด่พระพุทธเจ้าผู้แสวงหาคุณอัน ใหญ่หลวงพระองค์นั้น ครั้นถวายแก่พระองค์ผู้ประเสริฐกว่าเทวดาแล้ว ยังจิตให้เลื่อมใสอย่างยิ่ง ถวายบังคมพระสัมพุทธเจ้า แล้วบ่ายหน้ากลับไป ทางทิศอุดร พอเราไปได้ไม่นานสีหะได้เบียดเบียนเรา เราถูกสีหะทำให้ ล้มลงแล้ว ทำกาลกิริยา ณ ที่นั้น (เพราะ) กรรมที่เราทำแล้วในสำนัก พระพุทธเจ้าผู้ประเสริฐ ไม่มีอาสวะ เราได้ไปสู่เทวโลก เหมือนกำลังลูกศร พ้นจากแล่ง ในเทวโลกนั้น มีปราสาทงามอันบุญกรรมนิรมิต (ใน ปราสาทนั้น) มีเครื่องประดับพันหนึ่ง ลูกคลีหนัง ๗ ลูก ธงสีเขียว รัศมีของปราสาทนั้นพุ่งออกขึ้นไปสูงเหมือนพระจันทร์ เราเกลื่อนกล่น ด้วยนางเทพกัญญา เบิกบานด้วยวัตถุกามและกิเลสกาม เราอันกุศลมูล มูลตักเตือนแล้ว จุติจากเทวโลกมาสู่ความเป็นมนุษย์แล้ว ได้บรรลุความ สิ้นอาสวะ ในกัลปที่ ๙๔ แต่กัลปนี้ เราได้ถวายที่นั่ง ด้วยทานนั้น เรา ไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งหญ้ากำมือเดียว คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งชัดแล้ว พระ- พุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้. ทราบว่า ท่านพระติณมุฏฐิทายกเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล. จบ ติณมุฏฐิทายกเถราปทาน.
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องตรงกันทั้งสองฉบับ
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๘. ติณมุฏฐิทายกเถราปทาน ประวัติในอดีตชาติของพระติณมุฏฐิทายกเถระ (พระติณมุฏฐิทายกเถระ เมื่อจะประกาศประวัติในอดีตชาติของตน จึงกล่าวว่า)
ในที่ไม่ไกลภูเขาหิมพานต์ มีภูเขาลูกหนึ่งชื่อลัมพกะ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๒ หน้า : ๕๒๘}
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๓๕. เอกปทุมวรรค] ๘. ติณมุฏฐิทายกเถราปทาน พระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระนามว่าอุปติสสะ เสด็จจงกรมอยู่ ณ ที่กลางแจ้ง
เมื่อก่อน ข้าพเจ้าเป็นนายพรานเนื้ออยู่ในป่าดงทึบ ได้เห็นพระพุทธเจ้าพระองค์นั้น ผู้เป็นเทพยิ่งกว่าเทพ ทรงเป็นพระสยัมภู ผู้ไม่ทรงพ่ายแพ้
ครั้งนั้น ข้าพเจ้ามีจิตผ่องใส ได้ถวายหญ้ากำมือหนึ่งสำหรับประทับนั่งแด่พระพุทธเจ้า ผู้แสวงหาคุณอันยิ่งใหญ่พระองค์นั้น
ครั้นถวายแด่พระองค์ผู้เป็นเทพยิ่งกว่าเทพแล้ว ก็ทำจิตให้เลื่อมใสอย่างยิ่ง ถวายอภิวาทพระสัมมาสัมพุทธเจ้า แล้วบ่ายหน้าหลีกไปทางทิศเหนือ
พอข้าพเจ้าไปได้ไม่นาน ราชสีห์ได้เบียดเบียนข้าพเจ้า ข้าพเจ้าถูกราชสีห์ทำให้ล้มลงได้สิ้นชีวิตลงในที่นั้น
(เพราะ)กรรมที่ข้าพเจ้าทำแล้วในสำนักของพระพุทธเจ้า ผู้ประเสริฐที่สุดผู้ไม่มีอาสวะ ข้าพเจ้าจึงได้ไปเกิดยังเทวโลก ดุจความเร็วแห่งลูกศรที่หลุดแล่นไปดีแล้ว
ในเทวโลกนั้น มีปราสาทงดงาม ที่บุญกรรมเนรมิตไว้แล้วสูง ๑,๐๐๐ ชั่วธนู มี ๗ ชั้น สะพรั่งไปด้วยธง พราวไปด้วยแก้วมณีสีเขียว
รัศมีของปราสาทนั้นพวยพุ่งดุจดวงอาทิตย์อุทัย ปราสาทแออัดด้วยเหล่านางเทพกัญญา ข้าพเจ้าบันเทิงเริงรมย์ด้วยวัตถุกามและกิเลสกาม
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๒ หน้า : ๕๒๙}
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๓๕. เอกปทุมวรรค] ๙. ตินทุกผลทายกเถราปทาน
ข้าพเจ้าอันกุศลมูลตักเตือนแล้ว จุติจากเทวโลกมาเกิดเป็นมนุษย์แล้ว ได้บรรลุความสิ้นอาสวะ
ในกัปที่ ๙๔ นับจากกัปนี้ไป ข้าพเจ้าได้ถวายที่นั่งไว้ จึงไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งการถวายหญ้ากำมือหนึ่ง
คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ ข้าพเจ้าได้ทำให้แจ้งแล้ว คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ข้าพเจ้าก็ได้ทำสำเร็จแล้ว ดังนี้แล ได้ทราบว่า ท่านพระติณมุฏฐิทายกเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้ติณมุฏฐิทายกเถราปทานที่ ๘ จบ
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
อรรถกถาวรรคที่ ๓๔ เป็นต้น
วรรคที่ ๓๔, วรรคที่ ๓๕. วรรคที่ ๓๖, วรรคที่ ๓๗ และวรรคที่ ๓๘ มีเนื้อความง่ายทั้งนั้นแล. -----------------------------------------------------
อรรถกถาที่มีมาก่อนหน้านี้ :- อรรถกถา ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๓๓. อุมมาปุปผิยวรรค ๗. นิคคุณฑิปุปผิยเถราปทาน (๓๒๗)